“โม จิรัชยา” เผยเคล็ดไม่ลับ ถึง “เคอิโงะ” ฝันเป็น “มิสทิฟฟานี่” ไม่ใช่เรื่องง่าย (คลิป)

จากกรณีนายเคอิโงะ ซาโตะ ที่เคยตกเป็นข่าวโด่งดังเรื่องออกตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น เมื่อ 9 ปีก่อน ล่าสุดได้มีภาพของนายเคอิโงะตอนโตที่แต่งกายเป็นผู้หญิงถูกเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ นายเคอิโงะ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรู้สึกอึดอัดที่มีคนมอง เพราะตนก็อยากเหมือนเพื่อนคนอื่นที่มหาวิทยาลัยและเหมือนคนปกติ ตอนนี้ก็มีคนคุยนินทาและมีการส่งสายตาเหมือนตนเป็นตัวแบคทีเรีย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : เปิดใจ “เคอิโงะ” อึดอัด 9 ปี แอ๊บแมน แฉวัยเด็กถูกโกง อย่ามองเป็นเชื้อโรค แค่รักสวย )

คุณจิรัชยา ศิริมงคลนาวิน หรือ โม Miss Tiffany’s Universe 2016

วันที่ 12 ส.ค.61 คุณจิรัชยา ศิริมงคลนาวิน หรือ โม Miss Tiffany’s Universe 2016 เปิดเผยว่า ตนขอเป็นกำลังให้กับน้องเคอิโงะ โดยขณะนี้น้องก็เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และได้แสดงความเป็นตัวเองออกมามากขึ้น ซึ่งได้หลุดออกจากกรอบของสังคมที่ตีไว้ ประกอบกับปัจจุบันสังคมเปิดกว้างมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องแอ๊บอีกแล้ว

คุณจิรัชยา เผยว่า ส่วนตัวไม่เคยเจอการกระทำแบบน้องเคอิโงะ แต่คล้ายกับโดนคุมประพฤติให้เป็นผู้ชายที่เรียบร้อย ไม่มีกิริยาท่าทางชดช้อยในที่สาธารณะ และตนอยากฝากไปถึงหลายคนที่เชียร์ให้น้องเคอิโงะประกวดเวที Miss Tiffany’s รวมถึงเป็นความต้องการของน้อง ตนมองว่า ทุกคนมีความฝันเป็นของตัวเอง เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ ซึ่งตนก็สนับสนุนเต็มที่ แต่อยากให้รอเวลาอีกสักพักหนึ่ง เพื่อให้น้องโตขึ้น

นายเคอิโงะ ซาโตะ หรือ น้องซากุระ

นอกจากนี้ คุณจิรัชยา กล่าวว่า อยากให้น้องเคอิโงะทำหน้าที่คือการเรียนให้ดีที่สุดก่อน เนื่องจากถ้าคนเรามีความรู้ มีประสบการณ์ ความฝันเวทีดังกล่าวก็จะง่ายขึ้น ส่วนตัวก่อนจะมาถึงจุดนี้ ได้ล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ เนื่องจากตนประกวดตั้ง 2 ครั้งกว่าจะได้ทั้งไปเรียน และฝึกฝนในสิ่งที่ขาด

นายเคอิโงะ ซาโตะ หรือ น้องซากุระ

ทั้งนี้ คุณจิรัชยา ได้ฝากถึงผู้ชายที่มีใจเป็นหญิงทุกคนที่กังวลว่า จะทำอย่างไรให้ครอบครัวยอมรับได้บ้าง ส่วนตัวคิดว่าทุกอย่างมีเวลาของมัน หากโตจนอายุประมาณ 25- 28 ปีแล้ว พ่อแม่รับไม่ได้ก็คือเรื่องของเขา เนื่องจาก ช่วงอายุดังกล่าวสามารถจัดการชีวิตตัวเองได้และสามารถหาเงินเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ตนคิดว่าเอาความดีเข้าสู้ แต่ถ้ายังอยู่ในวัยเรียนแล้วนักเรียนติดขนตาปลอมไปเรียน ตนอยากให้มองในเรื่องกฎระเบียบของโรงเรียน ก็อยู่ในเรื่องของกาลเทศะมากกว่า ค่อยๆ เรียนรู้กันไป

keyboard_arrow_up