เจ้าหนี้พ่น “โกง” แค้นถูกหยามเกียรติ ไม่หวั่นตร.เรียกสอบ – เหยื่อโผล่อีก แฉ 2 วันตุ๋น 3 แสน (คลิป)

จากกรณีที่โซเชียลแชร์คลิปวิดีโอพร้อม #ทวงหนี้2018 ในวิดีโอที่เผยแพร่เป็นภาพของแก๊งเจ้าหนี้เข้าไปทวงหนี้ลูกหนี้หน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะมีการพ่นสเปย์สีดำลงบนพื้นและรั้วบ้าน เป็นคำว่า “โกง” พร้อมทั้งปาของเข้าไปในบ้าน เมื่อวาน (9 ส.ค.) น.ส.แบม (นามสมมติ) เป็นหนึ่งในแก๊งทวงหนี้ที่ปรากฎในคลิป เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนพยายามเรียกให้คริส ซึ่งเป็นลูกหนี้ออกมาพูดคุยด้วย แต่คริสไม่ยอมออกมา จากนั้นแม่ของคริสเดินออกมาพูดคุยด้วย ตนก็เล่าเรื่องของคริสให้ฟัง ตอนแรกตนและเพื่อนตั้งใจที่จะมาตบสั่งสอน แต่เมื่อไม่เจอตัวคริส จึงตัดสินใจลงมือพ่นสเปย์คำว่าโกงตามที่ปรากฎในคลิป ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : เปิดใจ เจ้าหนี้พ่นสเปรย์ “โกง” หวังตบถ้าเจอ – ลูกชาย เศร้าแม่เป็นหนี้ 3 พัน ช่วยไม่ได้ จ่อนัดคืน)

วันที่ 10 ส.ค.61 ทีมข่าวเดินทางมายังบ้านของ น.ส.คริส ลูกหนี้รายดังกล่าว ย่านบางบัวทอง พบว่าประตูบ้านเปิดอยู่ และยังมีร่องรอยของสเปรย์สีดำพ่นตัวอักษรเขียนว่า “โกง” บริเวณพื้นหน้าประตูรั้วบ้าน โดยทีมข่าวพยายามเรียกแต่ไม่มีการตอบรับ

บริเวณพื้นหน้าประตูรั้วบ้าน

เพื่อนบ้านของคริส เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุมีกลุ่มคนทั้งหญิงและชายประมาณ 3-4 คน มาหาน.ส.คริสที่บ้าน โดยมีการตะโกนทวงหนี้ พร้อมด่าทอหยาบคาย เมื่อไม่มีคนออกมาจากบ้าน ก็มีการเขย่าประตูบ้าน ก่อนที่แม่ของคริสจะออกมาจากบ้าน โดยกลุ่มผู้ทวงหนี้ก็ยังด่าต่อในลักษณะว่าคริสฉ้อโกง ยืมเงินไปแล้วไม่คืน และเชื่อว่าเจ้าตัวอยู่ในบ้าน ก่อนจะมีการฉีดสีสเปรย์ หลังจากกลุ่มดังกล่าวกลับไปประมาณครึ่งชั่วโมง น.ส.คริส ก็ออกมาจากบ้าน พร้อมให้ลูกชายไปซื้อสีมาทาทับสเปรย์ที่พ่นรั้ว

เพื่อนบ้าน กล่าวว่า เชื่อว่ากลุ่มที่มาทวงหนี้น่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนกับคริส เพราะเคยมาทวงที่บ้านหลายครั้ง แต่เจ้าตัวมักจะไม่ออกมาจากบ้าน ทั้งที่อยู่ในบ้าน ซึ่งตนไม่เคยเห็นคริสทำงาน จึงเชื่อว่าไม่มีงานทำ และน่าจะชอบยืมเงินคนอื่น เพราะมักมีคนมาทวงเงินที่บ้านเป็นประจำ โดยทุกครั้งเจ้าตัวชอบหลบ ให้แม่ออกมารับหน้าแทน และวันนี้ตนก็คิดว่าเจ้าตัวอยู่ในบ้าน แต่ไม่ยอมออกมา

ทั้งนี้ เพื่อนบ้าน เล่าว่า อุปนิสัยใจคอของคริสนั้น ตนไม่ค่อยได้พูดคุย และไม่อยากสุงสิง เพราะแม่ของคริสชอบโอ้อวด โดยวันเกิดเหตุไม่มีใครออกมาห้าม หรือช่วยเหลือ เพราะไม่มีใครอยากยุ่งด้วย ไม่มีใครสนิทด้วย

เพื่อนบ้านคริสให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

น.ส.แบม เจ้าหนี้ในคลิป ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากับคริส ซึ่งนอกจากเรื่องเงินแล้ว คริสยังเอาชื่อตนไปนินทากับคนอื่นในทางเสียหาย จนเสื่อมเสียศักดิ์ศรีและชื่อเสียง ส่วนใหญ่คริสจะนินทาให้ผู้ชายที่คริสไปยืมเงินมา เช่น บอกว่าตนเป็นเด็กเสี่ย เป็นผู้หญิงไม่ดี ระวังให้ดีอย่าไปยุ่ง ส่วนที่ตนทราบเพราะผู้ชายเหล่านั้นโทรมาถามตน เนื่องจากคริสไม่คืนเงินที่ยืมเขาไป

น.ส.แบม เล่าด้วยว่า ตลอดที่คบกัน ตนคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด จึงรู้สึกแค้นใจที่ตนมีบุญคุณแต่กลับถูกเนรคุณ จึงเป็นสาเหตุให้ไปหาคริสถึงที่บ้าน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่คริสไม่ยอมออกมา เพื่อนอีกคนจึงนำสีสเปรย์มาพ่นพื้นและรั้วบ้านเพื่อประจานสิ่งที่คริสทำลงไป โดยเพื่อนที่พ่นสีก็คือเจ้าหนี้ที่คริสติดเงินอยู่ 2 พันบาท ซึ่งเขาก็แค้นใจและตั้งใจที่จะประจานคริสเช่นกัน

หลังจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกไปสอบปากคำตนก็ยินดีให้ความร่วมมือ ไม่ได้กลัวหรือกังวลเรื่องคดีความแต่อย่างใด เนื่องจากคิดอยู่แล้วว่าคงจะเกิดเรื่องแบบนี้ ถ้าคริสแจ้งความว่าตนข่มขู่ขืนใจ ตนก็จะแจ้งความกลับข้อหาหมิ่นประมาทเช่นกัน เพราะคริสชอบนินทาตนในเฟซบุ๊ก พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายอีกด้วย จึงฝากถามคริสว่า ลองดูว่าจะคุ้มกันหรือไม่

น.ส.แบม ยังบอกอีกว่า คริสหลอกเงินคนอื่นไปแล้วประมาณ 20 คน โดยทั้งหมดถูกหลอกผ่านทางเฟซบุ๊ก รวมเป็นเงินประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท ขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งทนายความเรียบร้อยแล้ว โดยสัปดาห์หน้าผู้เสียหายทั้งหมดจะรวมตัวไปแจ้งความต่อไป

ภาพจากคลิปขณะกลุ่มเจ้าหนี้พ่นสีสเปรย์หน้าบ้านน.ส.คริส

ด้านนายบอล เจ้าหนี้อีกราย ยอมรับว่า รู้จักคริสผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อ 4-5 ปี ที่แล้ว แต่เดิมตนรู้จักเพื่อนของคริส 2 คน คือคนที่บุกไปทวงหนี้ หลังจากนั้นคริสเป็นคนเข้ามาขอเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊ก แต่ไม่เคยนัดเจอกัน จะพูดคุยติดตามกันผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมา จะสังเกตเห็นว่าคริสมักจะโพสต์ข้อความ ตัดพ้อเรื่องราวชีวิตลงบนเฟซบุ๊กเป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะความซวยของตนที่ไปเห็นข้อความของคริส จึงนึกสงสาร แล้วส่งข้อความไปให้กำลังใจ หลังจากนั้นคริสโทรกลับมา บอกว่าพี่สาวติดหนี้พนัน จะเอาบ้านไปจำนอง เพื่อเอาเงินไปคืนบ่อน อยากขอยืนเงิน 40,000 บาท ช่วงนี้การเงินมีปัญหา สัปดาห์หน้าถึงจะได้เงิน แล้วจะคืนให้ ตนจึงให้ยืม เพราะเห็นว่าเดือดร้อน จึงอยากช่วย รวมถึงยังรู้จักเพื่อนคริสอีก 2 คนที่บุกไปทวงหนี้ จึงคิดว่าคริสไม่น่าจะโกง

วันรุ่งขึ้น คริสโทรมาหาตน บอกว่าขอยืมเพิ่มอีก 50,000 บาท ตนจึงให้ยืม จนกระทั่งช่วงเย็น คริสโทรหาอีกครั้ง แล้วบอกว่าเพื่อนเดือดร้อน ที่เอาเงินมาช่วยตัวเองแล้วโดนครอบครัวจับได้ จะถูกสามีไล่ออกจากบ้าน รอบนี้คริสจึงขอเงินอีก 200,000 บาท ขณะนั้นเริ่มผิดสังเกต ตนยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่คิดว่าถ้าเป็นเรื่องจริง คริสคงจะลำบาก จึงยอมให้ยืมเงินอีก รวมแล้วภายใน 2 วัน คริสยืมเงิน 3 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 290,000 บาท โดยทุกครั้งที่โอนเงินให้ ไม่ได้ทำสัญญากันแต่อย่างใด หลังจากครบกำหนดคืนเงิน จึงทวงถาม แต่คริสขอผลัดผ่อนเรื่อยมา ตนจึงถามเพื่อน 2 คนที่บุกไปทวงหนี้ที่บ้านคริส เพื่อนก็บอกว่า เริ่มแปลก ๆ

ล่าสุดเดือนที่ผ่านมา เพื่อน 2 คน จึงไปขุดประวัติ แล้วพบว่ามีหลายคนที่ถูกคริสโกงเงิน รวมแล้วกว่า 20 ราย ซึ่งทุกคนจะถูกคริสอ้างเหมือนกันหมด เช่น เดือดร้อน พี่สาวติดเงินบ่อน บ้านจะโดนยึด ที่สำคัญ เมื่อทวงเงิน กลับได้รับข้อความที่เหมือนกัน เหมือนคัดลอกข้อความแล้วส่งให้กับเจ้าหนี้ทุกคน อ้างว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แม่ป่วย ลูกก็ป่วย ทำให้คนสงสาร พร้อมบอกอีกว่า ไม่ได้เจตนาโกง แต่ถ้าอยากได้เงินคืนให้ไปแจ้งความ แล้วจะรอหมายเรียก

นายบอล ยังเปิดใจอีกว่า คริสเป็นมิจฉาชีพมืออาชีพ เลือดเย็น ทำความผิดแล้วยังไม่รู้สำนึก คาดว่าคงทำมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนเคยตักเตือนว่าทำแบบนี้ครอบครัวจะลำบาก ตนรู้ทันกับพฤติกรรมของคริสที่กำลังทำอยู่ แต่คริสก็ไม่ยอมรับ

นอกจากนี้ นายบอล ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการทวงหนี้ที่ไปพ่นสี ปาข้าวของใส่ในบ้านคริส แต่ก็เข้าใจว่าเจ้าหนี้รายอื่น คงโดนมาเยอะ แล้วคับแค้นใจ มันห้ามกันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากได้เงินคืนจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำบุญ เพราะเป็นเงินที่ถูกคนอื่นฉ้อโกง จะไปบริจาคเพื่อทำประโยชน์ให้กับสังคมดีกว่า ทั้งนี้ ตนไม่มีอะไรจะพูดถึงคริส เพราะมันเลยกว่าคำพูดที่จะตักเตือนได้แล้ว เตือนไปก็ไม่มีประโยชน์ คนไม่มีสำนึกที่ดี คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ปล่อยไปตามผลกรรมที่ทำไว้

keyboard_arrow_up