ลูกศิษย์เศร้า “อดีตหลวงปู่เณรคำ” ถูกจำคุก เชื่อไม่ทำผิด ลั่นหากเจ้าตัวอยู่วัดเจริญกว่านี้

วันที่ 10 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสามัคคิยาราม หรือวัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวัดที่อดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หรือ นายวิรพล สุขผล เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา หลังจากที่มีข่าวว่า อดีตหลวงปู่เณรคำ ถูกศาลอาญาพิพากษารวมทุกข้อหาจำคุก 114 ปี ปรากฏว่า บรรยากาศบริเวณวัดค่อนข้างเงียบเหงามาก พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกยังคงตั้งตระหง่านโดดเด่นเหมือนเดิม

บรรยากาศที่วัดสามัคคิยาราม

ส่วนภายในวัดตามกุฏิพระสงฆ์ทุกหลังปิดเงียบไม่มีพระสงฆ์เดินไปมาแต่อย่างใด บริเวณที่เคยเป็นที่ติดตั้งรูปขนาดใหญ่ของอดีตหลวงปู่เณรคำได้ถูกปลดลง ส่วนในศาลาสามัคคีธรรมรูปขนาดใหญ่ของอดีตหลวงปู่เณรคำได้ถูกปลดลงเช่นกัน และได้มีการนำเอารูปภาพของเจ้าอาวาสวัดสามัคคิยารามรูปปัจจุบันมาติดตั้งไว้แทน ส่วนบริเวณที่เคยเป็นกุฏิจำพรรษาของหลวงปู่สมบูรณ์ขันติโกอาจารย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำ ยังคงมีรูปภาพขนาดเล็กของอดีตหลวงปู่เณรคำติดตั้งไว้ที่ฝาผนัง

รูปอดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก

พระลูกวัดรูปหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าศาลาวัดกล่าวด้วยอาการตกใจเมื่อทราบข่าวว่า ยังไม่ทราบข่าวนี้มาก่อนแต่ว่าอาตมาไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำ เนื่องจาก เพิ่งมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ได้ 2 ปีเท่านั้น แต่ได้ทราบถึงคุณงามความดีของท่านที่ได้นำพุทธศาสนิกชนสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมาไว้ที่วัดแห่งนี้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา อย่างไรก็ตามพระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม กรรมใดใครก่อก็ต้องเป็นไปตามกรรมนั้น ซึ่งวัดแห่งนี้มีพระจำพรรษาอยู่จำนวน 4 รูปและปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นางปราณี จันทร์ลี ชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์อดีตหลวงปู่เณรคำ

ขณะเดียวกันบริเวณถนนทางเข้าวัดมีสองสามีภรรยา ชาวบ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่อดีตเคยเป็นลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำและเคยทำงานช่วยอดีตหลวงปู่เณรคำมาโดยตลอดได้พากันนำเอาเครื่องตัดหญ้ามาตัดหญ้าบริเวณถนนเข้าวัดเพื่อให้บริเวณวัดสะอาดสวยงามเพื่อเตรียมต้อนรับพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่จะพากันมากราบไหว้ขอพรจากพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก

นายลำยอง จันทร์ลี ชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์อดีตหลวงปู่เณรคำ

นายลำยอง จันทร์ลี อายุ 42 ปี และนางปราณี จันทร์ลี อายุ 42 ปี สามีภรรยา ร่วมกันกล่าวด้วยอาการเศร้าว่า พวกตนที่อดีตเคยเป็นลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำยังคงพากันคิดถึงหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากหากไม่มีหลวงปู่เณรคำ วัดป่าขันติธรรมคงไม่เจริญมาจนถึงบัดนี้ ซึ่งหากหลวงปู่เณรคำยังอยู่ที่วัดนี้วัดจะต้องเจริญกว่านี้อย่างแน่นอน พวกตนยังคงเชื่อว่าหลวงปู่เณรคำไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา พวกตนยังคงระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงปู่เณรคำที่ได้ก่อสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา แม้ว่าจะมีเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่แล้วแต่พวกตนก็ยังระลึกหลวงปู่เณรคำเสมออยากให้ท่านกลับมาพัฒนาวัดแห่งนี้ให้เจริญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งวัดแห่งนี้จะมีพุทธศาสนิกชนมากราบไหว้ขอพรจากพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก

 

 

 

keyboard_arrow_up