หนุ่มเข็นรถขึ้นคอนโด เปิดใจ ผวาค่าปรับจอดเกิน 1 คัน คืนละ 500 ลูกบ้านรวมตัวเช่าบ้านเป็นที่จอด (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Tanapon Bell Rodpradit” โพสต์ข้อความระบุ “พึ่งเคยพบเคยเหนที่นี่ซื้อราคาเป็นล้านแต่ห้ามจอดรถมอไซด์ จอดทีนึงล๊อคล้อปรับ 500 จอดอีกปรับอีกวันละ500 มีการเอาทหารมาลงเพื่อไล่ล๊อคล้อมีคอนโดที่ไหนเค้าทำกันไม่มีที่จอดก็จอดแม่งสะบนห้องเลยกุซื้อแล้วใครจะทำไมป้องกันรถหายได้ด้วยกุต้องลำบากขนาดนี้เลยหรอซื้อคอนโดทั้งทีเดือดร้อนกันทั้งบางหลายร้อยห้องนี่ละยูนิโอ ช่วยกันแชรไปคนละ1แชร์ (ไม่พูดเยอะเจ็บคอ)” พร้อมโพสต์คลิปวิดีโอและรูปภาพขณะเข็นจักรยานยนต์ขึ้นลิฟต์ในคอนโด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์เหตุการณ์นำรถจักรยานยนต์ขึ้นไปจอดบนคอนโดฯ

วันที่ 9 ส.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื้นที่จรัญสนิทวงศ์ โดยนายธนพล รอดประดิษฐ์ หรือ เบล เปิดเผยว่า ตนได้ซื้อคอนโดนี้มาในราคา 1.1 ล้านบาท ซึ่งตนเข้าอยู่ช่วงเดือนตุลาคม 2560 และทราบอยู่แล้วว่าสามารถจอดรถฟรี 1 คัน หากจอดเพิ่มต้องเสียค่าส่วนกลาง 300 บาท ซึ่งเมื่อเดือน เม.ย. 61 ได้มีมติจากการการประชุมของลูกบ้านเพียง 25% ที่เข้าร่วมการประชุม ว่าให้ลูกบ้านแต่ละห้องสามารถจอดรถได้เพียง 1 คัน หากใครฝ่าฝืน และต้องไปเสียค่าปรับที่นิติบุคคลจำนวน 500 บาท ซึ่งตนไม่เคยจ่าย เพราะเข็นรถจักรยานยนต์ขึ้นไปจอดไว้ในห้องตลอด แต่มีคนที่โดนล็อกล้อและปล่อยทิ้งเป็นเวลานาน ค่าปรับก็จะทบวันละ 500 บาท ไปเรื่อยๆซึ่งตนก็ไม่รู้ว่ามีการไปพูดคุยกับนิติบุคคลเรื่องการต่อรองราคาอย่างไร อีกทั้งการเสียค่าปรับก็ไม่มีใบเสร็จให้

นายธนพล รอดประดิษฐ์ หรือ เบล ผู้โพสต์คลิป

จากนั้นตนและเพื่อนบ้าน จำนวน 25 คน ได้หุ้นเงินเช่าบ้านเช่า ลักษณะเป็นตึกแถว 1 คูหา 2 ชั้น ในซอยซอยข้างๆติดกับหลังคอนโดเพื่อใช้ทำที่จอดรถจักรยานยนต์ โดยใช้สอยพื้นที่แค่เพียงชั้น 1 เท่านั้น เช่าใน ราคา 8000 บาท / เดือน แต่ใช้สอยแค่ชั้น 1 ไว้เพื่อจอดจักรยานยนต์ซึ่งเช่ามา 1 เดือนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านและตนก็ต้องไปจอดตามบ้านร้าง หรือหน้าบ้าน ริมถนนสาธารณะ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และมีคนที่ได้รับผลกระทบในคอนโดนี้มากกว่า 400 คน ที่ต้องไปเช่าที่จอดข้างนอก

ซอยข้างคอนโดฯ ที่ลูกบ้านเช่าบ้านไว้จอดรถมอเตอร์ไซค์
พื้นที่ภายในบ้านที่เช่าไว้จอดรถมอเตอร์ไซค์

ซึ่งในคลิปวิดีโอที่ตนเข็นรถขึ้นคอนโด เพื่อเลี่ยงการล็อกล้อ เนื่องจากวันเกิดเหตุ รถของตนกำลังจะถูกล็อกล้อพอดี ซึ่งเมื่อตนถามชายชุดดำว่าเป็นใคร ชายชุดดำก็ไม่ตอบ และไม่บอกด้วยว่าเป็นคนจากนิติบุคคล ซึ่งตนมองว่าชายชุดดำคนดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับตำรวจทหาร เพราะแต่งชุดครึ่งท่อน และมีทรงผมเกรียน ตนก็เกรงว่ารถจะถูกล็อกล้อ จึงได้เข็นรถขึ้นลิฟต์ และไปจอดไว้ในห้องตามคลิปดังกล่าว ก่อนหน้านี้ตนและเพื่อนบ้านได้ไปไกล่เกลี่ยกับฝ่ายนิติบุคคลเพื่อหาทางออก แต่กลับได้คำตอบมาว่า มติไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และถ้าอยากได้อะไรให้ไปฟ้องศาล ตนและเพื่อนบ้านจึงรวมตัวกันเพื่อฟ้องศาล แต่ไม่มีความรู้ด้านกฏหมายเลย

keyboard_arrow_up