ซึ้งใจ! แม่ค้าเขาชีจรรย์ทำบุญให้ “สปาย-ฟอส” แม่ดูจุดถูกยิงตาย สะอื้นทำใจไม่ได้ (คลิป)

วันที่ 9 ส.ค. 61 ครอบครัวของนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส และนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย เดินทางมาที่ จ.ชลบุรี เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและมอบกระเช้าของฝากให้ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ตำรวจทำคดีให้มีความคืบหน้า จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เกือบทั้งหมดแล้ว

จุดเกิดเหตุ เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี
นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย

จากนั้น เวลา 16.00 น. ครอบครัวของน้องสปาย และน้องฟอส เดินทางมายังจุดจอดรถบริเวณหน้าผาเขาชีจรรย์ จุดเกิดเหตุที่เสียชีวิต โดยนางสาววันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย และนางสาวจอมศรี ชมภูพื้น แม่ของน้องฟอส ได้มอบเงินให้กับ นางบังอร ผลคง ตัวแทนแม่ค้าบริเวณเขาชีจรรย์ เพื่อนำเงินไปช่วยทำบุญในวันให้กับสปายและฟอส นางสาววันเพ็ญ กล่าวว่า วันแม่ทุกปี น้องสปายจะมอบของขวัญให้แม่ และซื้อทองให้ แต่ปีนี้คงไม่เหมือนกับทุกปีแล้ว สำหรับอาการของพี่ชายน้องสปาย ตนก็ต้องรีบกลับไปดูแล เพราะพี่ชายยังคงอยู่ในอาการช็อกกับเหตุการณ์ของน้องสปายอยู่

น.ส.จอมศรี ชมภูพื้น มารดาของน้องฟอส

ขณะเดียวกัน น.ส.จอมศรี ชมภูพื้น มารดาของน้องฟอส ร้องไห้ตลอดเวลาที่พูดคุยกับตัวแทนแม่ค้า พร้อมเปิดเผยว่า แม้ว่าตนจะเคยมาทำพิธีอันเชิญดวงวิญญาณพาลูกกลับบ้านแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกทำใจไม่ได้ เมื่อต้องกลับมาจุดนี้อีก ทั้งนี้ วันแม่ทุกปีน้องฟอสมักจะซื้อแหวน และเสื้อเป็นของขวัญให้ตน แต่ปีนี้ตนคงจะคิดถึงลูกเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าจับนายอ้วนได้ ตนคงสบายใจกว่านี้ ส่วนที่นายกฤษณะ สีสุข หรือ นายมด ผู้ต้องหา ได้มาขอขมาต่อหน้าจุดเกิดเหตุ ตนให้อภัยได้ จะได้ไม่ต้องเป็นเวรกรรมกันอีกในชาติหน้า และขอให้เขาไม่กลับมาทำร้ายลูกตนอีก

นางสาคร ศรีดา ตัวแทนแม่ค้าบริเวณเขาชีจรรย์

ด้าน นางสาคร ศรีดา ตัวแทนแม่ค้าบริเวณเขาชีจรรย์ กล่าวว่า เงินที่ทางครอบครัวน้องฟอสให้มา เป็นเงินจำนวน 2,500 บาท ส่วนครอบครัวของน้องสปายร่วมทำบุญมา 200 บาท ซึ่งตนจะต้องนำเงินไปใส่ซองให้กับเจ้าภาพที่จะจัดงานทำบุญ ซึ่งพอได้เห็นทางครอบครัวผู้ตายมาที่นี่ ตนก็รู้สึกสงสารและเห็นใจ เพราะผู้ตายก็ยังอายุน้อย และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว ส่วนวันทำบุญใหญ่ ตนก็จะนำอาหารและผลไม้ไปถวายพระร่วมด้วย เพื่อขอให้น้องไปดี และหมดห่วง

ขณะที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเสี่ยอ้วน นางคิด ยิ่งดัง ผู้เป็นแม่ยังอยู่อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนมีอาการเครียดและเกิดโรคความดันสูงและเบาหวาน เพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลมามาไม่นาน โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และอยากให้ลูกชายมอบตัวตามกฎหมาย เท่านี้ครอบครัวก็ย่ำแย่พอแล้ว

ขณะที่น้องชายของเสี่ยอ้วน เปิดเผยเพียงสั้นๆ ประมาณ 4-5 ปี พี่ชายถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้ง ส่วนรถยนต์ของพี่ชายซื้อไว้ให้ที่บ้านใช้มานานเกือบ 10 ปี  ตำรวจชลบุรีได้นำไปตรวจสอบ

keyboard_arrow_up