คุม “บ่าว” ทำแผน สารภาพยิง “สปาย-ฟอส” ซ้ำหลัง “เสี่ยอ้วน” ลั่นไก – “เฉลิมเกียรติ” เผยมือปืนรับเงิน 5 หมื่น

ความคืบหน้ากรณีนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ นายอ้วน พร้อมพวก ก่อเหตุยิงนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส และนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย ที่บริเวณเขาชีจรรย์ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้แล้ว 5 ราย ได้แก่ นายสายันต์ สีสุข , นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือ นายบอล , นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ , นายกฤษณะ สีสุข หรือมด และ นายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

รถยนต์ที่นำมาทำแผน
เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวยนายบ่าวทำแผน

วันที่ 8 ส.ค.61 ที่ลานจอดรถเขาชีจรรย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จำลองเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มของนายปัญญา ยิ่งดัง หรืออ้วน พร้อมพวก ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงน้องสปายและน้องฟอส โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์ที่ใช้ในวันเกิดเหตุมาทำการซักซ้อมด้วย ได้แก่ รถยนต์โตโยต้า อินโนวา สีขาว ทะเบียน ฎง 6941 ซึ่งเป็นรถที่กลุ่มของน้องสปายได้เช่ามาจากโรงแรม , รถยนต์ฮอนด้า CRV สวมทะเบียนปลอม (ป้ายแดง) ที่กลุ่มของนายอ้วน นายบอล และนายบ่าวได้นั่งมาด้วยกัน และ รถยนต์โตโยต้า ยารีส สีขาว หมายเลขทะเบียน กฏ 9490 ซึ่งเป็นรถที่นายป็อปปี้และนายมดเช่ามาเพื่อประกบกลุ่มผู้ตาย โดยวันเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ยารีส เข้ามาขวางท้ายรถของผู้ตายไว้ ส่วนรถตู้ที่จอดไว้คู่กับรถยนต์อินโนวานั้น จำลองเป็นรถทัวร์ในวันเกิดเหตุ

การจำลองสถานการณ์

ทั้งนี้ นักแสดงจำลองที่ทำหน้าที่เป็นกลุ่มผู้ต้องหา จะสวมใส่เสื้อสีขาวพร้อมระบุหมายเลขแทนตัวผู้ต้องหา อาทิ เสื้อสีขาวหมายเลข 1 คือนายอ้วน , หมายเลข 2 คือนายป็อปปี้, หมายเลข 3 คือสายันต์, หมายเลข 4 คือนายบอล, หมายเลข 5 คือนายมด และ หมายเลข 6 คือนายบ่าว

โดยก่อนที่จะทำการจำลองเหตุการณ์ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ,พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 , พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้ลงพื้นที่มาดูการจำลองเหตุการณ์ด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว ลงจากรถ เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพขณะจำลองเหตุการณ์ด้วย ซึ่งพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้มีการพูดคุยกับผู้ต้องหา ก่อนจะเริ่มการจำลองเหตุการณ์

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ภายหลังจากการจำลองเหตุการณ์แล้ว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้มีการแถลงถึงความคืบหน้าคดีว่า เบื้องต้น นายณรงค์ หรือ นายบ่าว ให้การยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุยิงน้องสปายและฟอส โดยได้รับค่าจ้าง 50,000 บาท ส่วนนายอ้วนได้ลงจากรถมาเริ่มลงมือยิงก่อน และนายบ่าวเป็นคนลงมายิงทั้งสองคนซ้ำ โดยรายละเอียดการยิงยังคงอยู่ในสำนวน ซึ่งจะต้องนำมาตรวจสอบร่วมกับผลทางนิติวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ ตำรวจคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ต้องหาทราบว่าก่อนว่าจะมีการก่อเหตุยิง เพราะมีการเตรียมแผนมาก่อนล่วงหน้า สำหรับกระแสข่าวว่าตำรวจสามารถจับกุมนายปัญญา ยิ่งดัง หรือนายอ้วนแล้วนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการจับตัวเสี่ยอ้วนได้ แต่ได้ประสานอย่างเป็นทางการไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพอทราบพิกัดบ้างแล้ว และได้รับความร่วมมือจากประเทศกัมพูชาเป็นอย่างดี คาดว่าจะสามารถนำตัวเสี่ยอ้วนมาดำเนินคดีได้ในไม่ช้า

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพุ่งเป้าไปที่ประเด็นเรื่องชู้สาว ซึ่งส่งผลให้นายอ้วนเกิดความรู้สึกโกรธแค้นผู้ตาย จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 5 รายมีการให้การปากคำสอดคล้องกัน จึงมั่นใจว่าผู้ต้องหามีการไตร่ตรองล่วงหน้าไว้ก่อน โดยภายหลังจากการจำลองเหตุการณ์แล้ว จะมีการนำตัวนายณรงค์ หรือ นายบ่าวไปชี้จุดที่นายบ่าวนำอาวุธปืนที่ใช้ยิงผู้ตาย และจุดที่กลุ่มผู้ต้องหารวมพลกัน แล้วจึงจะนำตัวนายบ่าวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาเพื่อฝากขังต่อไป

keyboard_arrow_up