เปิดใจ “อาย – น้ำฝน” แฉพิรุธ “เอ็ม” หิ้ว “น้ำหวาน” ขึ้นรถ ทั้งที่แค่ฝากดูเพราะเมา โต้เป็นนกต่อ (คลิป)

จากกรณีนายไพโรจน์ สำราญ อายุ 44 ปี และ น.ส.หนูกรรณ์ บุญน้อย อายุ 48 ปี เดินทางมาพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีเพื่อร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับกรณีที่ น.ส.วรรณวิสา สำราญ หรือ น้องน้ำหวาน อายุ 21 ปี ลูกสาว เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เพื่อดำเนินคดี

น.ส.อัยลดา แคนดา หรือ อาย รุ่นพี่ของน้ำหวานที่ไปเที่ยวด้วยกัน

วันที่ 7 ส.ค. 61 น.ส.อัยลดา แคนดา หรือ อาย อายุ 27 ปี เพื่อนรุ่นพี่ที่ไปเที่ยวกับน้ำหวาน เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 18.00 น. มีงานการแสดงหมอลำที่ตลาดนัด ก็ได้ไปนั่งดื่มกับรุ่นพี่ ตนได้ส่งข้อความไปบอกน้องน้ำหวานว่ามีการแสดงหมอลำ เมื่อน้องน้ำหวานมาถึงก็นั่งดื่มสังสรรค์กัน จากนั้นน้องน้ำหวาน จึงชักชวนไปร้านเหล้าปั่นต่อ ตนจึงตามไป

ซึ่งวันในเกิดเหตุ นายเอ็มคนขับรถ บอกน้ำหวานว่า “หนูเมาแล้วก็ไปนอน เมาแล้วก็ไม่ต้องไป” แต่ในตอนนั้นน้ำหวานอยากจะไป ทั้งนี้ นายเอ็มกับน้องน้ำหวานไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพิ่งมารู้จักกันวันที่เกิดเหตุ แต่ส่วนตัวตนรู้จักกับนายเอ็มอยู่แล้ว

ส่วนเหตุผลที่น้องน้ำหวานกับนายเอ็มกลับไปด้วยกันนั้น น.ส.อัยลดา เล่าว่า ความจริงแล้วตอนแรกตนก็ต้องกลับด้วยกันกับน้ำหวาน แต่ภายหลังไม่ได้กลับด้วย ซึ่งตอนที่นายเอ็มเดินออกไปนอกร้านนั้น ตนก็ไม่ทราบว่าเอ็มเดินทางออกไปตอนไหน ทราบอีกครั้งว่าน้ำฝนได้มาตามตนเพื่อที่จะกลับไปพร้อมกับนายเอ็มและน้องน้ำหวาน ซึ่งตอนนั้นตนมีความรู้สึกว่าไม่น้องน้ำหวานอยากจะกลับ แต่พอตนกลับออกมาอีกที ก็ไม่เจอรถคันเกิดเหตุแล้ว

ซึ่งจากการสังเกตุเห็นอาการของนายเอ็ม ภายในร้านนั้น ไม่มีอาการมึนเมา ส่วนน้องน้ำหวานก็มีอาการคล้ายคนเมา โดยมีอาการตั้งแต่ร้านเหล้าปั่นแล้ว เพราะมีการผสมเครื่องดื่มหลายชนิด ซึ่งหลังจากนั้น ตนก็ไม่ทราบแล้วว่านายเอ็มกับน้องน้ำหวานออกไปด้วยกันที่ใด แต่ทราบภายหลังหลังจากที่มีรุ่นน้องส่งรูปภาพมาให้ดู ทราบว่ารถที่นายเอ็มกับน้องน้ำหวานขับออกไปเกิดอุบัติเหตุ ตนก็รู้สึกใจหาย

โดยส่วนตัวแล้วอยากให้สังคมมองกว้าง ๆ น่าจะฟังหูไว้หู ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ถูกจับตามอง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่พูดอธิบายให้ฟังแล้วแต่จะพิจารณา และตนก็ขอความเห็นใจด้วย

นางสาวพรรณี ปัญญาวุฒิ รุ่นพี่ของน้ำหวานที่ไปเที่ยวด้วยกัน

นางสาวพรรณี ปัญญาวุฒิ หรือ น้ำฝน อายุ 26 ปี เพื่อนรุ่นพี่น้องน้ำหวาน เล่าว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปเจอกับน้องน้ำหวาน นายเอ็มและนางสาวอายหน้าร้าน สำหรับสาเหตุที่ต้องนำน้องน้ำหวานออกไปส่งที่รถนายเอ็มเพราะว่าน้องน้ำหวานเมา หากปล่อยไว้จะไม่มีใครดูแล เมื่อไปถึงรถของนายเอ็มจึงถามว่าทำไมถึงออกมาจากร้านก่อน โดยนายเอ็มตอบว่าง่วงและเหนื่อย ตนจึงฝากนายเอ็มให้ดูแลน้องน้ำหวานเพื่อตัวเองจะเข้าไปตามนางสาวอายในร้าน จะได้กลับบ้านพร้อมกัน และบอกกำชับนายเอ็มไปแล้วว่าอย่าเพิ่งกลับก่อน ซึ่งนายเอ็มนั้นก็ไม่พูดอะไร ตนจึงเดินเข้าไปตามนางสาวอายประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นออกมาก็ไม่เจอรถของนายเอ็มแล้ว  ส่วนสาเหตุที่เข้าไปตามนางสาวอายนานถึง 20 นาทีนั้น ยอมรับว่าเป็นเพราะตนเองนั้นอยากเที่ยวต่อ ตนเองโทรศัพท์หานายเอ็มแต่ก็ไม่รับสาย

โดยส่วนตัวนั้นได้รู้จักกันนายเอ็ม ซึ่งมีนิสัยส่วนตัวเป็นคนสุภาพบุรุษ พูดจาเพราะ เวลาไปเที่ยวไหนก็จะดูแลน้องๆ ตลอด ส่วนคำถามที่ว่าทำไมถึงไว้ใจให้น้องน้ำหวานอยู่กับนายเอ็มทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน ส่วนตัวคิดว่าเพราะมาด้วยกัน ก็คงต้องกลับด้วยกัน และตนก็มีความไว้ใจนายเอ็ม ซึ่งระหว่างทางกลับบ้านนั้น ก็ได้เห็นว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลืออยู่ แต่ในที่เกิดเหตุนั้นตนเจอแต่น้องน้ำหวานภายในรถ แต่ยังไม่ทราบว่าน้องน้ำหวานเสียชีวิตแล้ว เมื่อรู้ว่าเป็นน้องน้ำหวาน ตนเองนั้นรู้สึกตกใจมาก ตนจึงคิดว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่เมื่อโทรศัพท์ไปแล้วไม่รับสาย

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น ตนอยากวิงวอนขอร้องสังคมอย่าเพิ่งตัดสิน เพราะตนเองนั้นก็บริสุทธิ์ใจ ยอมรับว่าตอนแรกรู้สึกเครียด แต่ตอนนี้ค่อนข้างรู้สึกดีขึ้นแล้ว ส่วนเรื่องการใส่เสื้อผ้าของน้องน้ำหวานที่ไม่เรียบร้อยนั้น ตนก็ไม่ทราบตั้งแต่ต้นเพราะว่าไม่ได้สังเกตว่าน้องได้สวมใส่เสื้อผ้าแบบไหน สำหรับเหตุการณ์นี้ก็เสียใจและไม่อยากมีใครอยากให้เกิด

keyboard_arrow_up