แม่ “สปาย” เชื่อวิญญาณลูกเลือดท่วมร่ำไห้อาฆาต – แม่ค้าผวาหมาหอนจ่อทำบุญ

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุอุกฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนยิง นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอร์ช อายุ 21 ปี และ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี ชาวอำเภอท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ จนเสียชีวิตที่ลานจอดรถตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

งานศพของนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย

บรรยากาศที่บ้านนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านเกิดของนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย กล่าวว่า ตลอดระยะทางที่รับร่างลูกสาวจากจังหวัดชลบุรีมาถึงจังหวัดกาฬสินธุ์จะได้ยินเสียงสะอื้นอยู่เป็นระยะๆและคล้ายกับมีคนมาสวกกอดตน และหลังการตั้งศพบำเพ็ญกุศลช่วงกลางดึกก็ได้ยินเสียงสะอื้น ทำให้ช่วงเวลา 03.00 น. ตนต้องเคาะโลงศพบอกลูกให้เข้มแข็ง อย่าร้องไห้ เพราะไม่ได้สอนให้อ่อนแอ เสียงดังกล่าวจึงเงียบไป ขณะที่น้องชายและลูกหลานบอกว่าได้เห็นภาพใบหน้าของสปายชุ่มไปด้วยเลือด ญาติพี่น้องเชื่อว่าวิญญาณของน้องสปาย ยังคงอาฆาตและแค้นที่ถูกฆ่า

พิธีเชิญดวงวิญญาณไปสู่เมรุ

ต่อมาในช่วงบ่ายญาติได้ช่วยกันเคลื่อนร่างไร้วิญญาณของน้องสปาย มายังเมรุวัดป่านาตาล บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจนางวันเพ็ญ แม่น้องสปาย ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับหลายรอบซึ่งญาติต้องช่วยประประคอง นอกจากนี้ญาติพี่น้องทั้งสองครอบครัวที่ติดตามข่าวกับจับกุมเสี่ยอ้วน ได้แสดงความยินดีที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ และไม่คิดที่จะจองเวรเพราะเชื่อว่า เสี่ยอ้วน จะต้องชดใช้กรรมชั่วที่ได้ก่อเอาไว้แต่ขอให้กระบวนการยุติธรรมมีจริงและให้ลงโทษที่รุนแรงที่สุด

นางสุภาพร  โมริ  อายุ 46 ปี ป้าน้องฟอร์ช

ด้านนางสุภาพร  โมริ อายุ 46 ปี ป้าน้องฟอร์ช กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกดีใจที่จับกุมตัวคนร้ายได้  แต่ยังเสียใจที่ต้องสูญเสียหลานทั้งสองคน โดยเฉพาะน้องฟอส ที่กำลังจะเดินทางไปอยู่ด้วยที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 7 ส.ค. นี้  ทั้งนี้ในส่วนของบทลงโทษขอให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย และไม่ขอจองเวรจองกรรมกับค้นร้ายอีก

รถของกลาง
รถของกลาง

วันที่ 1 ส.ค.61 ที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทีมข่าวสังเกตเห็นรถต้องสงสัยที่มีรายงานว่าเป็นรถของนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น มาจอดไว้ที่หน้า สภ.นาจอมเทียน โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลักซ์วีโก้ สีบรอนซ์และรถยนต์ซีอาร์วี สีขาว ก่อนหน้านี้รถคันนี้ถูกจอดทิ้งไว้อยู่ป่าข้างทางบนถนนสาย 359 เขาหินซ้อน – วัฒนานคร หลักกิโลเมตรที่ 5 บริเวณทางแยกเข้าบ้านทับ หมู่ที่ 2 ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว

ตลาดบริเวณเขาชีจรรย์

ต่อมาทีมข่าวเดินทางไปจุดเกิดเหตุที่เขาชีจรรย์ นางบังอร ผลคง แม่ค้าขายผลไม้ที่บริเวณเขาชีจรรย์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุประชาชนในละแวกใกล้เคียงก็รู้สึกกังวลว่าวิญญาณของผู้ตายจะออกมาปรากฎให้เห็น ยอมรับว่าพ่อค้าแม่ค้าก็ค่อนข้างกลัว เมื่อถึงเวลาประมาณ 18.00 น. พ่อค้าแม่ค้าจะรีบปิดร้าน ส่วนตัวคิดว่าผ่านไปอีกสักระยะหนึ่งหรือช่วงครบร้อยวัน วิญญาณของน้องทั้งสองคนก็น่าจะกลับบ้านเกิดตัวเอง

นางบังอร ผลคง แม่ค้าขายผลไม้ที่บริเวณเขาชีจรรย์

นางบังอร เล่าด้วยว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่าน พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เขาชีจรรย์ เล่าให้ฟังว่า ตลอดทั้งคืนช่วงที่ผ่านมาได้ยินเสียงสุนัขหอนและเห่า ตนคิดว่าคงเป็นเพราะสุนัขเห็นวิญญาณของผู้ตาย และเชื่อว่าผู้ตายอาจจะยังไม่ทราบว่าตัวเองตายไปแล้ว เพราะเป็นการถูกยิงแบบกะทันหัน คล้ายกับคนลืมตายวิญญาณก็จะวนเวียนอยู่แถวนี้

ทั้งนี้ ตนจะลองคุยกับทางพ่อค้าแม่ค้าว่าจะมีการทำบุญหรือนิมนต์พระมาอุทิศส่วนกุศลให้น้องเพื่อที่ให้น้องทั้งสองคนไปอย่างสู่สุขคติ ไม่มาวุ่นวายปรากฎให้นักท่องเที่ยวเห็น อีกทั้งคิดว่าถ้าทำบุญก็จะดีกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้ด้วย แม้ว่าญาติผู้ตายจะเชิญดวงวิญญาณไปแล้ว นอกจากนี้ นางบังอร บอกอีกว่า มีชาวบ้านบางส่วนนำอายุน้องไปตีเป็นเลขเด็ดจนถูกหวย

ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ตนยอมรับว่าค่อนข้างมีผลมาก เพราะวันเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายคลิปวิดีโอไปลงในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ตอนนี้ที่เขาชีจรรย์ค่อนข้างเงียบเหงา ทัวร์นักท่องเที่ยวมากันน้อยลงมาก สามวันที่ผ่านมา ตนก็แทบไม่ได้กำไรจากการค้าขายเลย แต่คิดว่าช่วงวันแม่นี้บรรยากาศที่เขาชีจรรย์จะกลับมาคึกคักอีก

 

 

keyboard_arrow_up