น้องชาย “ไฮโซสาว” ถูกฆ่าโหด อัดอั้น ฉะค่ายมือถือดังไม่ช่วย – ตร.เร่งล่าลูกจ้างมือสังหาร (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พานิชย์ หรือ เชอรี่ อายุ 39 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายในโรงแรมหรู ย่านลาดพร้าว โดยสภาพศพสวมชุดนอนสีเขียว นอนฟุบหน้าอยู่บริเวณขอบเตียง มีบาดแผลคล้ายโดนของแข็งที่ขมับขวา และกะโหลกศีรษะยุบ ใกล้กันพบไม้เบสบอลเปื้อนเลือดตกอยู่ ต่อมาสืบทราบว่า รถเบนซ์ E220 ของผู้ตายหายไป และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ตายมาเปิดห้องกับนายอัศยา ชัยภา หรือ โก้ อายุ 33 ปี นานร่วมเดือน

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะนายอัศยาเข้าลิฟท์ ออกจากคอนโดฯ

วันที่ 1 ส.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ นายอัศยา ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน (อ่าน : เปิดใจครอบครัว “เชอรี่” ไฮโซสาว ปมฆ่าไม้เบสบอล พ่อเผยพิรุธ ไม่ยอมปริปากเรื่อง “โก้”)

วัดบางบัว ที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ น.ส.ธิติมา

โดยที่วัดบางบัว ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ สถานที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ น.ส.ธิติมา บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า ซึ่งญาติจะตั้งสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 5 คืน ก่อนจะฌาปณกิจในวันที่ 5 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 17.00 น.

นายปฐมพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พานิชย์ พี่ชายผู้ตาย

ขณะที่ นายปฐมพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พานิชย์ พี่ชายผู้ตาย  เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนคุยกับน้องสาวผ่านแอปพลิเคชันไลน์ตลอด ส่วนมากน้องสาวจะมาหาหลาน และให้เงินค่าเรียนหนังสือ แต่หลัง ๆ ไม่ค่อยมา เนื่องจากงานยุ่ง หลังจากนั้นตนเริ่มติดต่อหาน้องสาวไม่ได้ จึงโทรศัพท์หานายอัศยา เพื่อถามว่าน้องสาวตนอยู่ที่ไหน ซึ่งนายอัศยาพูดจาแปลกจนผิดสังเกต ตนจึงเริ่มตามหาน้องสาว ส่วนนายอัศยานั้น ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นคนอย่างไร แต่เจ้าตัวจะตามน้องสาวไปด้วยทุกครั้ง คล้ายกับเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าทำไมจึงกล้าก่อเหตุเช่นนี้ ตนจึงอยากจะขอให้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้

ทั้งนี้ น้องสาวเคยให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสารว่า “ฝันอยากให้ทุกคนมีบ้าน มีครอบครัว และมีความสุข” จนถึงทุกวันนี้ น้องสาวสร้างชุมชน สร้างอาคาร และป้ายหลายแห่ง ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว ดังนั้นคนที่อยู่ก็จะต้องสานฝันต่อให้สำเร็จ

นายพิพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พานิชย์ น้องชายของผู้ตาย

ด้าน นายพิพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พานิชย์ น้องชายของผู้ตาย และเป็นคนที่พบศพคนแรก เปิดเผยว่า ตนไม่ขอเปิดเผยข้อมูลว่าไปเจอศพพี่สาวได้อย่างไร เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี บอกได้เพียงว่าคนเป็นพี่น้องกัน มักสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน จึงรู้ว่าพี่พักอยู่ที่ไหน ส่วนนายอัศยา ตนทราบว่าเป็นพนักงานบริษัท เข้ามาทำงานได้เกือบปี

ทั้งนี้ หลังจากพี่สาวหายเงียบไป ก็มีพัสดุส่งถึงพี่สาว ซึ่งเจ้าตัวจะต้องเซ็นรับ ตนจึงพยายามโทรศัพท์ติดต่อหาพี่สาว โดยนายอัศยารับสายแทน บอกว่าพี่สาวไปทำธุระ แต่เมื่อติดต่อไปอีกครั้งก็ปิดเครื่อง ซึ่งปกติแล้วพี่สาวจะไม่ให้ใครรับสายแทน และไม่มีทางจะปิดเครื่องแน่นอน ตนจึงสงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงเดินทางไปแจ้งความ และไปที่บริษัทเครือข่ายมือถือแห่งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องมาติดต่ออีกครั้งในวันทำการ ตนจึงพยายามแกะรอยพี่สาวและคนร้ายด้วยตัวเอง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ จนทราบว่านายอัศยามีความเกี่ยวข้องกับโรงแรมดังกล่าว

และเมื่อเดินทางไปถึงโรงแรม ผู้จัดการโรงแรมยังไม่อนุญาตให้ขึ้นไปด้านบนห้อง ตนจึงยื่นใบแจ้งความให้ดู แต่โรงแรมแจ้งว่าจะต้องรอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งวินาทีนั้นตนร้อนใจมาก เพราะคิดว่าพี่สาวต้องการความช่วยเหลืออยู่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปตรวจสอบ แล้วลงมาบอกว่ามีกลิ่นเหม็น ซึ่งก็ยิ่งชัดเจนว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว

นายพิพัฒน์ยอมรับว่าพี่สาวเป็นผู้บริหาร ส่วนตนมีหน้าที่ดูแลหน้างาน คือคอยดูแลพนักงาน จึงไม่ค่อยทราบว่าพี่สาวมีความสัมพันธ์กับนายอัศยามานานแค่ไหนแล้ว แต่ที่ติดใจคือบริษัทเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือของพี่สาวกลับไม่ช่วยเหลืออะไรเลย ทั้งที่พี่สาวเป็นลูกค้าระดับพรีเมี่ยมโกล ตนอยากถามว่า จะต้องมีอีกกี่ศพที่จะต้องตายก่อน บริษัทค่ายมือถือจึงจะยอมช่วยเหลือตรวจสอบข้อมูลให้

keyboard_arrow_up