พบรถ ‘เสี่ยอ้วน’ จอดทิ้งข้างทาง คาดมุ่งหน้าอรัญฯ เผ่นข้ามชายแดน

สืบเนื่องจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กระหน่ำยิง คู่รักหน้าเขาชีจรรย์ เป็นเหตุให้ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอร์ช อายุ 20 ปีและ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี เสียชีวิตที่ลานจอดรถ สถานที่ท่องเที่ยวเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 1 ราย และยังมีผู้ต้องหาคนสำคัญอีก 1 ราย คือ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ที่ตามรายงานระบุว่าเป็นชายที่หลงรักน้องสปาย และเป็นหนึ่งในคนที่สะกดรอยตามนั้น (อ่านเพิ่มเติมที่ : แฉนาทีสังหาร “สปาย – ฟอร์ช” ยิงล้ม เหนี่ยวไกซ้ำ – แม่ค้าผวา เฮี้ยน เก็บร้านหนี (คลิป) / แม่ “สปาย” แฉ “เสี่ยอ้วน” โทรขู่ไม่ยกลูกให้ต้องระวัง โวเคยฆ่าคนตายไม่ติดคุก (คลิป))

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 เพจเฟซบุ๊ก หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข ได้เปิดเผยความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้…

พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บท-3631 ภูเก็ต บริเวณช่วง กิโลเมตรที่ 5 คลองบางใน ถนนสาย 359 เขาหินซ้อน-วัฒนานคร ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว ใกล้กับวัดคาทอลิก เส้นทางมุ่งหน้าไป อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันติดตามไล่ล่ารถยนต์ จำนวน 3 คัน ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุเมื่อช่วงเช้ามืด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งซึ่งออกมาปั่นจักรยานพบเห็น จึงแจ้งให้มูลนิธิฯเข้าตรวจสอบจนกระทั่งทราบว่า เกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่ จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันดังกล่าว เป็นของนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ยิ่งดัง ผู้ต้องหาในคดีสังหารโหด น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ และนายอนันชัย จริตรัม ที่ลานจอดรถตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ยิ่งดัง ,นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน และนายสายันต์ หรือยัน ศรีสุข ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และสามารถจับกุมนายสายันต์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ ที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวผู้ตายให้นายปัญญา เพื่อลงมือก่อเหตุได้แล้วก่อนหน้านี้

พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางมาตรการป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศไว้แล้ว ซึ่งคนทั่วไปมองว่า การเดินทางมาที่ จ.สระแก้ว จะสามารถหลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดาย แต่ปัจจุบันไม่ใช่เป็นอย่างนั้น เพราะเรามีด่านของนายทหารทุกหน่วยงาน ด่านของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และด่านของตำรวจท้องที่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตั้งสกัดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่สามารถออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดายแน่

ทางด้าน พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวัสดิ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ ตม.อรัญประเทศ และพื้นที่ชายแดนได้รับหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายแล้ว ได้สั่งการให้มีการวางมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อตรวจสอบป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวออกตามด่านต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแจ้งด้วยว่า กลุ่มคนร้ายชุดนี้หลบหนีมาด้วยกัน จำนวน 3 คัน โดยรถคันที่ประสบอุบัติเหตุ ขับผ่านด่านตรวจยาเสพติด อ.วัฒนานคร มาตั้งแต่ช่วงเวลา 13.58 น.ของเมื่อวานนี้ คาดว่า จะใช้เส้นทางหลบหนีมาตามเส้นทางถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี ก่อนจะขับเสียหลักลงข้างทางช่วงเวลาประมาณ 05.00-06.00 น. ซึ่งคาดว่า เสี่ยอ้วน อาจจะเดินทางมากับรถคันนี้และมีรถคันอื่นขับมารับไปต่อ ทั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว นำโดย พ.ต.ต.พูลทรัพย์ เสร็จสิ้น เข้าเก็บรายละเอียดเสร็จสิ้น โดยพบหลักฐานกล้องภายในรถยนต์ด้วยจึงนำไปขยายผล พร้อมทั้งลากรถยนต์คันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อทำบันทึกตรวจยึดไว้เห็นหลักฐานต่อไป

keyboard_arrow_up