ไขปริศนา “น้องหญิง” ถูกขังในรถเทรลเลอร์ ร้องลั่นก็ไร้คนช่วย-กูรู ซัด “อ๊อฟ” พูดเท็จ (คลิป)

จากกรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ “น้องหญิง” หรือ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช อายุ 19 ปี โดย นายสุบิน ยาวิราช  ผู้เป็นพ่อ ได้ร้องเรียนกองปราบปราม ให้ช่วยติดตามคดี หลังเชื่อว่า ลูกถูกฆาตกรรม และ ขอให้นำคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย โดยทางกองปราบปรามได้รับคดีไว้

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

วันที่ 31 ก.ค. 61 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาครอบครัวของน้องหญิง หรือ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช อายุ 19 ปี ผู้เสียชีวิตปริศนา ไปที่โรงพยาบาลปทุมธานี ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า จากผลการเอกซเรย์สมองก็ทราบว่าน้องหญิงถูกทุบตีด้วยของแข็งไม่มีคม แต่เนื่องจากได้รับการประสานมาจากกองบังคับการปราบปรามว่าจะให้นำศพน้องหญิงไปผ่าพิสูจน์ใหม่  เพื่อเตรียมที่จะส่งไปพิสูจน์ที่โรงพยาบาลตำรวจ จะใช้เวลาประมาณ 7 วันก็จะทราบผลการเสียชีวิต รวมทั้งเพื่อให้มีการรื้อฟื้นคดีใหม่

นายอัจฉริยะ ยังกล่าวต่อว่า แพทย์นิติเวชให้ข้อมูลว่า ของแข็งไม่มีคมที่น้องหญิงถูกทุบตี มีลักษณะคล้ายกับค้อน กลม โดยทุบตี 2 ครั้ง ทำให้มีรอยเป็นรูปเลข 8 และศีรษะกะโหลกแตก ส่งผลให้เลือดคลั่งในสมอง ขณะนี้จึงต้องทำการเร่งรัดผลพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อตรวจสอบค้อนที่ยึดไว้ได้ในตอนที่ทำการตรวจค้นรถเทรลเลอร์ คาดว่าทราบผลไม่เกินสัปดาห์หน้า

ส่วนเสื้อยืดของผู้ตายที่หายไปนั้น ทางโรงพยาบาลปทุมธานีระบุว่าหาไม่เจอ และในส่วนของกางเกงชั้นใน เสื้อใน ที่โรงพยาบาลการุญเวชก็ยังหาไม่พบ โดยโรงพยาบาลอ้างว่าส่งมอบให้ครอบครัวแล้ว แต่ทางครอบครัวยังไม่ได้รับ สำหรับกางเกงขาสั้นนั้นได้รับจาก น้องเจนเพื่อนสนิทน้องหญิงที่เคยถูกนายอ๊อฟล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเรา โดยกางเกงขาสั้นของน้องยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม นายอัจฉริยะ ยืนยันว่านายอ๊อฟเป็นผู้ก่อเหตุแน่นอน และเตรียมที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ภายหลังทราบผลการชันสูตรพลิกศพใหม่ออกมาอีกครั้ง ส่วน น.ส.เป็ด ขณะนี้ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว และยังต้องอยู่ในเรือนจำ ส่วนนายท็อปยังไม่เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและคาดว่ากำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี

นายสุบิน ยาวิราช พ่อของผู้ตาย

ขณะที่ด้านนายสุบิน ยาวิราช พ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บางปะอิน ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมได้นำคลิปเสียงการสนทนาระหว่างน้องหญิงกับนางสาวรุ้งไปให้ร้อยเวรเจ้าของคดี  ทางญาติยังคงสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่  จึงพบว่าคดีมีความล่าช้า ตนจึงไปรับตัว น.ส.เป็ด โดยใช้กลอุบายว่าจะพาไปเยี่ยมน้องหญิง แต่ตนพาไปส่งที่ สภ.บางปะอินเพื่อให้สอบปากคำ และตั้งแต่ที่ตนได้รับฟังเสียงคลิปมา ตนไม่เชื่อว่าน้องหญิงจะมีการกระโดดลงจากรถ เพราะเสียงในคลิปมีลักษณะคล้ายกับว่าน้องหญิงโดนทำร้ายในรถก่อน

น.ส.ภาณิศา ยาวิราช อาผู้ตาย

ด้าน น.ส.ภาณิศา ยาวิราช อาผู้ตาย ระบุว่า กรณีที่ น.ส.เจน ไปรับกางเกงของน้องหญิง เป็นเพราะนางสาวเจนและนางสาวรุ้งเป็นสองคนแรกที่ไปหาน้องหญิงที่โรงพยาบาล และนั่งรถพยาบาลไปกับน้อง โดยพยาบาลได้ถอดกางเกงขาสั้นคืนให้ เพราะต้องต่อสายท่อปัสสาวะ ส่วนเสื้อชั้นในและเสื้อยืด ถูกถอดออกที่โรงพยาบาลปทุมธานี แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้รับคืน ทั้งที่ติดต่อขอรับวัตถุพยานคืนมาหลายวันแล้ว

ทั้งนี้ วัตถุพยานจำพวกเสื้อผ้าผู้ตายที่หายไปนั้น ทางครอบครัวไม่รู้สึกกังวลมากนัก เพราะยังต้องรอผลการชันสูตรศพใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะแน่ชัดมากกว่า และหากผลออกมาแล้วจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแน่นอน ส่วนตัวยังไม่แน่ใจว่านายอ๊อฟได้มีการลงมือข่มขืนแล้วหรือไม่ แต่คาดว่าน้องหญิงมีการขัดขืนต่อผู้ต้องหา เพราะในส่วนของกางเกงขาสั้นน้องหญิง พบว่าเปียกน้ำ ซึ่งนายอ๊อฟให้การว่าเกิดจากกระติกน้ำบนรถหกใส่

สำหรับวันนี้ก็จะส่งศพน้องหญิงไปชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งด้านความรู้สึกก็ยอมรับว่าค่อนข้างสบายใจและดีใจที่ทางกองปราบฯ รับคดีของหลานตนไว้ ส่วนความรู้สึกคุณพ่อน้องหญิงเองก็มั่นใจว่าคดีจะสามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว

 

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

จากนั้น เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปที่ สภ.บางปะอิน เพื่อติดตามคดี และขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 3 เพื่อประชุมและติดตามคดี พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภวัต ประทีปวิศรุต ผู้บังคับการ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ , พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา , พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่กองปราบฯ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมประชุม

โดยระหว่างการประชุม เวลา 16.50 น. พล.ต.ต.ภวัต ประทีปวิศรุต ผู้บังคับการ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บางส่วนได้ลงมาตรวจสอบรถเทรลเลอร์ซึ่งเป็นรถที่นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ ขับพา น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ หญิง มาส่งก่อนที่จะเสียชีวิต อีกครั้งหนึ่ง โดยมีการทดลองเปิดปิดประตูรถทางฝั่งซ้ายซึ่งเป็นที่นั่งข้างคนขับว่าสามารถปิดล็อกได้หรือไม่ พบว่าจะต้องกระแทกแรง ๆ จึงจะสามารถปิดประตูได้ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีการตรวจสอบนั้น ได้มีการล็อกประตูรถไว้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำลูกกุญแจมาไขเพื่อเปิดประตู

ต่อมา เวลา 17.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้ลงมาจากห้องประชุมเพื่อมาตรวจสอบที่รถเทรลเลอร์อีกครั้งหนึ่ง โดยถามเจ้าหน้าที่ถึงค้อนที่พบว่าอยู่จุดไหนของตัวรถ และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเปิดเผยเพียงว่าได้ลงมาติดตามคดีตามคำสั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ ตรวจสอบรถเทรลเลอร์คันที่เกิดเหตุ

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณถนนสายเอเชียตามหลักฐาน GPS ติดตามรถ ที่พบว่ามีจุดที่รถจอดอยู่ 2 จุด โดยจุดแรกเป็นจุดที่นายอ๊อฟลงจากรถเพื่อมาปัสสาวะ และจุดที่สองเป็นจุดที่คาดว่า น.ส.หญิง ตกจากรถ โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบทั้ง 2 จุด ว่ามีรอยเลือดหรือร่องรอยหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ โดยภายหลังจากการตรวจสอบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยมาตรวจสอบในจุดที่บริษัทที่รับทำ GPS ให้กับรถเทรลเลอร์คันนี้ยืนยันว่าเป็นจุดที่รถจอด โดยมีระยะเวลาที่รถจอดนิ่งในจุดแรก 3 นาทีกว่า และจุดที่สองเป็นจุดที่คาดว่าน้องหญิงตกลงมาประมาณ 4 นาทีกว่า

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องที่พบค้อนภายในรถเทรลเลอร์ ต้องมีการตรวจสอบต่อว่า พบคราบเลือดหรือไม่ ถ้าหากไม่เจอก็ต้องสิ้นสุด เนื่องจากไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า ค้อนดังกล่าวได้ถูกนำไปทุบที่ศีรษะน้องหญิงจนทำให้เสียชีวิตจริงหรือไม่ จึงคิดว่าเรื่องนี้แทบไม่เป็นประโยชน์สำหรับคดี

โดยคดีนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ศีรษะของน้องหญิงถูกสิ่งใดกระทบจนทำให้กะโหลกยุบ และเชื่อว่าสิ่งของที่ใช้ต้องมีคราบเลือดอยู่ แต่ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เกิดเหตุ ผ่านมานาน และหากคนร้ายนำสิ่งของไปล้างทำความสะอาด หรือนำไปทิ้ง การตรวจเจอก็จะเป็นไปได้ยากขึ้น ซึ่งส่วนตัวคิดว่าคดีนี้อ่อนมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานได้ไม่ครบถ้วน เพราะถ้าตรวจสอบหลักฐานตั้งแต่วันแรก และนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจว่ามีร่องรอยตามร่างกายหรือไม่ ก็จะสามารถพิสูจน์ได้มากขึ้น แต่สำหรับเหตุการณ์นี้ ไม่ได้มีการตรวจสอบ

ทั้งนี้ ทนายรณณรงค์ ระบุว่า ตัวเองยังหาคำตอบเรื่องหนึ่งไม่ได้จากคดีน้องหญิง คือเรื่องบาดแผลที่บริเวณท้ายทอย ซึ่งตนคิดว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่น้องหญิงพยายามวิ่งหนีลงจากรถ แล้วถูกทุบที่ด้านหลังศีรษะ แต่ในเรื่องของการกระโดดลงมา ตนคิดว่าทางพนักงานสอบสวนต้องมีสมองในการคิดว่า หากกระโดดลงมา ตามร่างกายของน้องหญิงต้องมีรอยถลอก จึงเป็นไปไม่ได้ว่าน้องหญิงจะกระโดดลงจากรถ ขณะที่รถกำลังแล่น และคิดว่านายอ๊อฟต้องโกหก ทั้งนี้กระบวนการต่อไปเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องไปจับโกหกผู้ก่อเหตุต่อ ด้วยการใช้วัตถุพยานให้ได้มากที่สุด เนื่องจากรถมี GPS จึงสามารถตรวจสอบได้ว่ารถแล่นไปถึงระยะทางเท่าใดก่อนจอดรถ

อย่างไรก็ตาม ทนายรณณรงค์ มองว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ผลชันสูตรออกมาว่า น้องหญิงถูกตีด้วยของแข็งจนทำให้ตาย เนื่องจากไม่น่าจะกระโดดลงจากรถแล้วตายด้วยสภาพแบบนั้นได้ จึงทำให้เห็นได้ว่า ขณะนี้ตำรวจขาดเพียงของกลางที่เป็นวัตถุพยานยืนยันว่านายอ๊อฟเป็นคนฆ่าเท่านั้น แต่ส่วนตัวคิดว่าจะไปหาได้อย่างไร ในเมื่อระยะการเกิดเหตุผ่านไป 10 กว่าวัน แต่ถ้าหาหลักฐานเจอตนเชื่อว่าก็คงอยู่ในสภาพที่มีน้ำหนักน้อยต่อคดี

 

ทีมข่าวทดสอบดึงสลักเพื่อเปิดประตูรถเทรลเลอร์

นอกจากนี้ ทีมข่าวเดินมาที่บริษัทขนส่งเอกชน ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสำรวจบนรถเทรลเลอร์ส่งเหล็ก และเปรียบเทียบโครงสร้างของรถคันดังกล่าวกับรถเทรลเลอร์คันที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่ารถเทรลเลอร์ มีความสูงจากที่นั่งถึงพื้น 1.60 เมตร ระบบล็อกเป็นสลักติดกับหน้าต่างประตู เหมือนกับรถยนต์ทั่วไป เมื่อล็อกแล้วคนนั่งสามารถดึงสลักเพื่อเปิดประตูได้อย่างง่ายดาย ไม่ได้มีความซับซ้อน

นายประกอบ นาคมา เจ้าของรถเทรลเลอร์

นายประกอบ นาคมา เจ้าของรถเทรลเลอร์ เปิดเผยว่า รถเทรลเลอร์คันดังกล่าว มีลักษณะใกล้เคียงกับรถคันที่เกิดเหตุ โดยล็อกของประตูจะเป็นแบบธรรมดา คนนั่งจะต้องลงล็อกและปลดล็อกด้วยตัวเอง ไม่ได้มีความยุ่งยาก ซึ่งเมื่อล็อกแล้วประตูก็จะปิดแน่น ไม่มีทางที่ประตูจะเปิดหรือหลุดออกไปเองได้ ส่วนการกระโดดลงไปจากรถ ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของรถในขณะนั้น หากรถขับ 50-60 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเร็ว ผู้ที่กระโดดลงไป ก็จะเป็นอันตรายได้

ทีมข่าวทดสอบตะโกนในรถ
ทีมข่าวทดสอบกระโดดลงจากรถ

ทั้งนี้ ทีมข่าวทดลองกระโดดลงจากรถ ขณะรถจอดนิ่ง พบว่ามีอาการเซเล็กน้อย เนื่องจากรถค่อนข้างสูง นอกจากนี้ เมื่อทีมข่าวลองตะโกนขอความช่วยเหลือจากในรถ ก็พบว่า ด้านนอกรถจะไม่ได้ยินเสียง เพราะเครื่องยนต์ดัง และกระจกรถปิดค่อนข้างแน่น

keyboard_arrow_up