เหนือ-อีสาน เตรียมรับมือน้ำเพิ่ม ใต้ระวังคลื่นลมแรง

ช่วงนี้หลายจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มได้รับผลกระทบจากปริมาณน้้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวบ้านริมน้ำโขง ขณะที่ทางภาคใต้ ทางจังหวัดได้มีการประกาศเตือนรับมือหากเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นปริมาณน้ำของแม่น้ำยม ในพื้นที่หมู่ที่6ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรที่ระดับน้ำแม่น้ำยมเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังฝนตกชุกในพื้นที่ และน้ำจากจังหวัดตอนบนทั้งสุโขทัยและพิษณุโลกไหลสะสมเข้าสู่พื้นที่ สถานการณ์ล่าสุด ระดับน้ำยมได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนอยู่ริมแม่น้ำ ระดับแม่น้ำยมใกล้ถึงเสาของบ้านเรือนประชาชน ซึ่งปลูกติดอยู่กับริมแม่น้ำ โดยระดับน้ำห่างจากตลิ่งในจุดต่ำสุดประมาณ 3 เมตรเศษ


ขณะที่สถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดพิจิตร คาดการณ์ยังคงมีฝนตกชุกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยฝนอยู่ที่ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ด้านจังหวัดพิจิตรประกาศเตือนให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวังติดตามปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าจากแม่น้ำสายต่างๆ ที่จะไหลเข้ามายังพื้นที่ โดยทุกหน่วยจะต้องเตรียมความพร้อม เจ้าหน้าที่-อุปกรณ์ และแนวทางการช่วยเหลือไว้ให้พร้อม เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

ขณะที่ภาคอีสาน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงเกินวิกฤตแล้ว วัดที่ศูนย์อุทกวิทยามุกดาหาร ล่าสุดอยู่ที่ 12.54 เมตร เกินระดับวิกฤต 4 เซนติเมตร คาดจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะน้ำที่ไหลมาจากทางเหนือ และเขื่อนน้ำงึม 5 ของ สปป.ลาว ได้ปล่อยน้ำออกจากเขื่อน ทำให้น้ำกำลังไหลเข้าท่วมตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินแล้ว ผู้ประกอบการร้านค้าในตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดิน เตรียมเก็บสิ่งของขึ้นมาขายข้างบนแล้ว ส่วนผู้เลี้ยงปลานิลในกระชัง มีผลกระทบจากน้ำเพิ่มสูงและไหลเชี่ยว ผู้เลี้ยงปลานิลต้องระมัดระวังเชือกที่ผูกกระชังปลาขาด และมีเศษไม้ที่ไหลมากับน้ำมาเกี่ยวกระชังปลาขาด ต้องเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดเวลา


โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ประกาศให้พื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร และอำเภอดงหลวง เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ส่วนวัดศรีมงคลเหนือที่อยู่บริเวณปากน้ำมุก มีการสร้างเขื่อนได้กำชับให้โยธาธิการและผังเมืองเฝ้าระวังสังเกตุการณ์ เนื่องจากน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ขณะเดียวกัน พันเอกบุญสิน พาดกลาง ผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ได้สั่งการให้ นำกำลังพลของหน่วยเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย บริเวณพื้นที่น้ำท่วมเส้นทางคมนาคม จำนวน 4 จุด เส้นทางระหว่าง บ้านโพนสว่าง – นาหลัก อำเภอดงหลวง ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ชาวบ้านที่สัญจรไปมาเกิดความลำบาก รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ ทางหน่วยจึงนำรถ FTS จำนวน 2 คัน พร้อมกำลังพล เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมถนน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว

ขณะที่จังหวัดอุบลราชธานี ทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 และทหารจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 22 เร่งช่วยขนย้ายสิ่งของชาวบ้านในเทศบาลตำบลบ้านด่านโขงเจียม อำเภอโขงเจียม เข้ามาพักอาศัยในศูนย์พักพิงช่วยคราวบนพื้นที่สูง หลังแม่น้ำมูลที่ไหลลงแม่น้ำโขง ทำให้ปริมาณน้ำไหลท่วมชุมชนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ขณะเดียวกันยังนำน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 500 ขวด แจกให้กับประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วม แต่ยังไม่ยอมอพยพออกมา


ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ในอำเภอโขงเจียมได้รับผลกระทบจากแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลท่วมแล้วจำนวน 3 ตำบล 1 เทศบาล บ้านเรือนถูกน้ำไหลท่วมเกือบ 200 หลังคาเรือน


ด้านปริมาณแม่น้ำโขงที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูล วันนี้ (31 ก.ค.61) มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวานอีก 26 เซนติเมตร ทำให้มีระดับสูง 15.22 เมตร มีระดับน้ำล้นตลิ่งสูง 72 เซนติเมตร ส่งผลให้บรรดาร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก ที่ตั้งอยู่จุดชมวิวริมแม่น้ำโขง ขนย้ายสิ่งของบางส่วนไปเก็บไว้ที่อื่น เหลือเพียงบางส่วนไว้โชว์ขาย ป้องกันเสียหายจากน้ำที่กำลังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้เทศบาลตำบลบ้านด่านโขงเจียม มีการประกาศเสียงตามสาย เตือนระดับน้ำทั้งเช้าและเย็น เพื่อให้ชาวบ้านเตรียมตัวรับสถานการณ์น้ำที่หนุนสูงขึ้นทุกวันด้วย


นางอุไร แซ่ตั้ง อายุ 66 ปี แม่ค้าจุดชมวิวริมแม่น้ำโขงกล่าวว่า ได้เก็บสิ่งของที่สำรองไว้จำหน่ายไปไว้ที่อื่น และช่วงนี้ ไม่มีการสั่งสินค้าเข้ามาสำรอง เพราะยังไม่แน่ใจระดับน้ำ โดยที่จุดชมวิววันนี้ มีระดับน้ำโขงห่างจากตลิ่งไม่ถึง 50 เซนติเมตร น้ำก็จะไหลท่วมแล้ว

อุไร แซ่ตั้ง แม่ค้า

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่นครพนมยังคงน่าห่วงล่าสุดวัดได้ 11.75 เมตรเหลืออีกเพียง 1.25 เมตรก็จะถึงจุดวิกฤติ โดยยังคงมีฝนตกหนักกระจายทั่วทุกอำเภอ และตกหนักที่สุดที่อำเภอท่าอุเทน วัดได้ 95.5 มิลลิเมตร ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และไหลระบายลงแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร จนไหลเอ่อท่วมตลิ่งแล้วหลายจุด


น้ำในลำน้ำก่ำได้ล้นตลิ่งที่บ้านปากบังหมู่2ต.พิมานอ.นาแก และหมู่บ้านใกล้เคียงอีก เช่นบ้านพิมานท่า และอีกหลายหมู่บ้าน ที่ลำน้ำก่ำไหลผ่าน โดยน้ำในลำน้ำก่ำนอกจากจะได้เอ่อท่วมถนน และบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมฝั่งน้ำ แล้วยังได้เอ่อท่วมโรงเรียนบ้านปากบังทั่วทั้งบริเวณโรงเรียน จนทางโรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนจนกว่าน้ำจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ

ล่าสุด นายสมชาย วิทย์ดำรง ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ออกประกาศให้ทุกอำเภอของจังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว พร้อมสั่งการให้ทุกองค์กรปกครองท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

ส่วนสถาณการณ์น้ำแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและรวดเร็ว หลังมีฝนตกหนักติดต่อหลายวัน ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ อยู่ที่ระดับ 10.55 เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ถึง 93 ซม. ต่ำกว่าตลิ่งเพียง 1.65 ม. และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ทะลุ 11 เมตร เนื่องจากวันนี้ระดับน้ำโขงทางตอนเหนือคือที่สถานีเชียงคาน จังหวัดเลย สูงขึ้น 78 ซม. ซึ่งจะไหลมาถึงหนองคายภายใน 20 ชั่วโมงนี้ อีกทั้งยังมีฝนตกทั้งในพื้นที่ ทางตอนเหนือของไทยและ สปป.ลาว ที่จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นอีก

ขณะที่หลายจังหวัดภาคใต้ ก็ได้รับอิทธิจากพายุฝนเช่นกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ออกประกาศเตือนประชาชน ให้ระวังอันตรายจากฝนหนักและคลื่นลมแรงในระยะนี้ ขณะที่เรือประมงขนาดเล็กงดออกจากฝั่ง เนื่องจากเกรงจะประสบปัญหาคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงระหว่างออกทำการประมง ในขณะที่เรือประมงบางส่วนก็ออกทำการประมง แต่จะเน้นในพื้นที่บริเวณใกล้ชายฝั่ง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการทำประมง ภายหลังมีคำเตือนฝนหนักและคลื่นลมแรงในอ่าวไทย

นอกจากนี้ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ของจังหวัดตรังและพังงา มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้มีภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และเนื่องจากดินในหลายพื้นที่เริ่มชุ่มน้ำแล้วทำให้มีความอ่อนไหวที่อาจก่อให้เกิด “ดินถล่ม” ในพื้นที่ได้โดยง่าย

ซึ่งมีพื้นที่ที่ต้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และเน้นย้ำมาตรการในการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงในช่วงระหว่างวันที่ จึงขอให้มีการ แจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมรับมือ

keyboard_arrow_up