พ่อ “อ๊อฟ”แฉ “หญิง” งอนแฟนหนีซุก “เป็ด” ลั่นนอนคุกปลอดภัย – พยานชี้ “ท็อป” มีเอี่ยว (คลิป)

จากกรณี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ หญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตปริศนาหลังจากไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ได้แจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับ นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ อายุ 23 ปี ผู้ชายที่ขับรถมาส่งน้องหญิง

อะพาร์ตเมนต์ที่นายอ๊อฟอาศัยอยู่

วันที่ 30 ก.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางมายังอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ เป็นที่พักของ นายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของน้องหญิง อาศัยอยู่กับภรรยาและลูกชาย 1 คน แต่ทีมข่าวไม่พบกับภรรยา หรือลูกชายของนายอ๊อฟ แต่เมื่อสังเกตประตูระเบียงด้านหลังห้อง จะพบว่าประตูปิด แต่มีเสื้อผ้าชุดกีฬาทั้งของเด็กและผู้ใหญ่แขวนตากไว้

นายรังสี ยากาลี ลุงของอ๊อฟ

ด้าน นายรังสี ยากาลี ลุงของอ๊อฟ ได้เล่าให้กับทีมข่าวฟังว่า นายอ๊อฟ เพิ่งย้ายมาอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์นี้ได้เกือบ 1 ปี โดยอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกชาย 1 คน ทั้งนี้ ตนไม่ค่อยได้พบเจอนายอ๊อฟบ่อยนัก เนื่องจากนายอ๊อฟ ทำงานเป็นคนขับรถเทรลเลอร์ มักจะเลิกงานและกลับเข้ามาอะพาร์ตเมนต์ในช่วงดึกๆ ตั้งแต่ตนเห็นอ๊อฟมา อ๊อฟเป็นคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ และมีหนวดเครา ทำให้บ่อยครั้งที่ผู้หญิงเจอ อาจจะดูน่ากลัว ส่วนลักษณะนิสัยอ๊อฟ เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่มีกิริยาก้าวร้าว  ส่วนเรื่องของความเจ้าชู้ หรือชู้สาว ตนมองว่าจากรูปลักษณ์ของอ๊อฟ ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องชู้สาว เพราะ “ไม่น่าจะมีผู้หญิงที่ไหน มาชอบ”

ตลอดระยะเวลาที่อ๊อฟ ที่เข้ามาพักอาศัยที่อะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ตนไม่เคยเห็นอ๊อฟกับภรรยาทะเลาะกันเลยและคืนวันเกิดเหตุ ตนไม่ได้เจอกับอ๊อฟ มารู้ข่าวของหลานชายจากการนำเสนอข่าวของสื่อต่างๆ เหตุที่เกิดขึ้น ถ้าอ๊อฟทำจริง ก็ต้องยอมรับ “ต้องโดนลงโทษ ” ขอเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อพิจารณารายละเอียดเพราะคืนวันเกิดเหตุ อ๊อฟอยู่กับผู้หญิงเพียงลำพัง ไม่มีใครรู้เห็นเหตุการณ์ว่าระหว่างนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นคนทำ เพราะฉะนั้นคนที่จะรู้ดีที่สุด ก็คือ อ๊อฟ

ขณะที่ นายชิษณุพงศ์ วงษ์คำแก้ว ผู้ดูแลอะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ให้ข้อมูลว่า อ๊อฟ จะกลับเข้ามาอะพาร์ตเมนต์ทุกสัปดาห์ แต่ไม่ได้เข้ามานอนทุกคืน สัปดาห์หนึ่งจะเข้ามานอนที่ห้องประมาณ 2-3 คืน เนื่องจากต้องขับรถทางไกล และด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของอ๊อฟ เป็นคนตัวใหญ่ จึงดูน่ากลัว แต่หากได้พูดคุยกับอ๊อฟแล้วจะรู้ว่าอ๊อฟเป็นคนเฟรนด์ลี่ อย่างเช่น เวลาที่นั่งดื่มสุราด้วยกัน อ๊อฟจะไม่มีอาการจระเข้ขวางคอคือพูดจาดีกับกลุ่มเพื่อนฝูงดี ไม่มีอารมณ์รุนแรง ไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาท หรือพูดจารุนแรง นิสัยปกติเหมือนคนทั่วไป อีกทั้งยังบอกว่าอ๊อฟ เป็นคนมีสัมมาคารวะกับคนที่เป็นผู้อาวุโสกว่า

นอกจากนี้ นายชิษณุพงศ์ ยังบอกอีกว่า ตนรู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก และด้วยความที่อ๊อฟเป็นคนใกล้ตัว เจอกันบ่อยครั้ง ทำให้ไม่กล้าที่จะคิดต่อว่า การตายของหญิงนั้น เป็นฝีมือของอ๊อฟจริงหรือไม่ แต่หากเป็นฝีมืออ๊อฟจริงๆ มันก็ “เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ” เพราะตนมองว่าเป็นการฆาตกรรม ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทธรรมดา

หลังจากนั้นทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปยัง ปั๊มน้ำมันร้าง บนถนนเอเชียสาย 1 อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นลานจอดรถเทรลเลอร์ของบริษัทที่ นายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ และ “ท๊อป” ทำงานอยู่ และเป็นจุดที่มีการเปลี่ยนจากรถกระบะ มาเป็นรถเทรลเลอร์ในบริเวณนี้วันเกิดเหตุด้วย และได้พบกับ พ่อของอ๊อฟ ป้าและกลุ่มเพื่อนๆของอ๊อฟ ที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ภายในลานจอดรถเทรลเลอร์ โดยทีมข่าวสังเกตเห็นว่าพ่อของอ๊อฟ มีสีหน้าที่เป็นกังวล เคร่งเครียด และมีอารมณ์โมโห

พ่อของอ๊อฟพูดคุยกับทีมข่าว

พ่อของอ๊อฟ บอกว่า ก่อนที่พ่อของอ๊อฟจะเข้ามาที่ลานจอดรถเทรลเลอร์แห่งนี้ ได้มีการนำรถเทรลเลอร์คันที่เกิดเหตุไปไว้ที่ สภ.บางปะอิน และเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากสถานีตำรวจ ก่อนที่ทีมข่าวจะเดินทางมาถึง หลังเกิดเหตุครอบครัวหรือญาติ ยังไม่ได้เดินไปเยี่ยมหรือได้เจออ๊อฟ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่นำตัวไปฝากขัง พ่ออ๊อฟยังบอกอีกว่า ในช่วงนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ตนรอเจ้าหน้าที่ติดต่อมา และ หากจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อก็ให้เป็นตามนั้น เมื่อสอบถามถึงการประกันตัวอ๊อฟ ทางครอบครัวบอกว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องการประกันตัวแต่อย่างใด รอเพียงเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา ครอบครัวก็จะเข้าไปดำเนินการทันที

ขณะที่ทีมข่าวกำลังพูดคุย พ่อของอ๊อฟยังคงมีสีหน้าที่เคร่งเครียดและมีน้ำตาคลอ เผยว่า วันเกิดเหตุ (19 ก.ค.) เวลาประมาณ 08.10 น. ตนขับรถเทรลเลอร์สวนทางกับลูกชาย ใกล้ๆ กับลานจอดเทรลเลอร์ จึงติดใจว่าทำไมลูกชาย ถึงยังไม่ขับรถไปตามหมายงาน ตนจึงได้โทรศัพท์ไปถามอ๊อฟ และอ๊อฟได้บอกว่ามีคนกระโดดลงจากรถ แล้วเพิ่งไปส่งที่โรงพยาบาลมา จึงรู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้

ตั้งแต่วันเกิดเหตุอ๊อฟได้โทรศัพท์ไปสอบถามอาการของหญิงกับคุณพ่อหญิงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ละทิ้งไปไหน และพ่อของอ๊อฟ ยังเผยว่าโดยปกติอ๊อฟจะเป็นคนมีสัมมาคารวะ พูดจาอ่อนน้อมมีหางเสียง พูดกับใครก็จะ “ครับ ครับ” เสมอ มีมารยาท ไม่ใช่คนก้าวร้าวหรือเป็นคนรุนแรง ยืนยันว่าลูกเป็นคนดี ถึงจะมีดื่มเหล้าเข้าผับก็มีบ้าง แต่ไม่เคยดูดบุหรี่เลย ส่วนเรื่องชู้สาวตนไม่เคยทราบเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของลูก

พ่อของอ๊อฟ ยังบอกอีกว่า ตนได้สอบถามลูกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ว่าลูกได้ทำร้ายหญิงหรือไม่ ซึ่งอ๊อฟยืนยันกับพ่อว่า “ไม่ได้ทำ” ตนจึงมั่นใจว่าลูกไม่ผิดและไม่ได้ทำ อีกทั้งลูกของตนไม่เคยโกหกตนด้วย พ่อยังบอกอีกว่า ทั้ง 3 คน นั่นคือ ท็อป เป็ด และอ๊อฟเอง ก็เล่าเรื่องราวในทำนองเดียวกันด้วย จึงอยากให้ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องที่เกิดขึ้น

พ่อของอ๊อฟ ยอมรับว่า ตอนนี้เครียดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในตอนนี้ตนยังไม่ดำเนินการประกันตัวใดๆ อยากให้ลูกอยู่ในห้องขัง เพื่อความปลอดภัยของอ๊อฟ เพราะตนคิดว่าให้เขาอยู่ในนั้นปลอดภัยดีแล้ว ตอนนี้กระแสสังคมแรงมาก ถ้าออกมากลัวจะได้รับอันตราย

ภายหลังทีมข่าวได้เดินทางไปที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชียหมายเลข 1 ต.บ้านกรด อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยาได้เดินทางไปคุยกับ นายชัย (นามสมมติ) ลูกค้าที่มาเติมน้ำมัน และพบห็นนายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ เข้ามาเติมน้ำมันภายในปั๊มดังกล่าว เปิดเผยว่า จากที่ตนสังเกตเห็นรูปร่างนายอ๊อฟ มีท่าทางน่ากลัว ตัวสูง-ใหญ่ มีหนวดเคราและตัวดำ

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายชัย (นามสมติ) ลูกค้าที่มาเติมน้ำมัน

นายชัยเล่าว่า เวลาประมาณ 05.02 น. ของวันที่ 19 ก.ค. 61 หลังจากที่ตน เติมน้ำมันเสร็จ ได้มีรถเทรลเลอร์ของนายอ๊อฟ ขับเข้ามาจอด ที่หัวจ่ายน้ำมันหมายเลข 4 จากนั้น นายอ๊อฟ ได้กระโดดลงมาจากรถ แล้วเดินไปเปิดฝาถึงน้ำมันของรถเทรลเลอร์ และมีพนักงานหญิงรายหนึ่งของปั๊ม เดินเข้ามาเพื่อจะให้บริการเติมน้ำมันด้วยท่าทีหวาดกลัวนายอ๊อฟ ก่อนเธอจะเปลี่ยนให้พนักงานชายอีกคน มาเติมน้ำมันแทน

นายชัย เล่าต่อว่า ในขณะที่รถของอ๊อฟจอดเติมน้ำมันอยู่นั้น ได้มีรถเทรลเลอร์อีกคัน ซึ่งเป็นรถของท็อป ขับเข้ามาเติมน้ำมันที่หัวจ่ายน้ำมันหมายเลข 3 ที่อยู่ติดกัน ซึ่งตนไม่เห็นว่าทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน จากนั้น รถของท็อป ซึ่งมาทีหลัง ได้ขับออกไปหลังเติมน้ำมันเสร็จ แต่รถของอ๊อฟ ยังไม่ขับออกไปจากปั๊มน้ำมัน โดยตนเห็นอ๊อฟกำลังทำเอกสารบิลน้ำมันอยู่ ซึ่งในระหว่างที่นายอ๊อฟเติมน้ำมันอยู่ภายในปั๊มตนมองไม่เห็นว่ามีผู้หญิงอยู่บนรถหรือไม่ เพราะหัวรถเทรลเลอร์ค่อนข้างสูงและมืด รวมทั้งไม่เห็นว่ามีผู้หญิงคนใดลงมาจากรถ ไม่มีเสียงดังจากภายในรถ ไม่มีเสียงเคาะ หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และไม่พบเห็นความผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น

นายชัย ยังบอกด้วยว่า ตนมักพบเห็นรถเทรลเลอร์ของอ๊อฟ มาจอดเติมน้ำมันปั๊มแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะตนก็เป็นลูกค้าประจำของปั๊มดังกล่าว ตลอดเวลาที่ผ่านมาของการนำรถเทรลเลอร์มาเติมน้ำมัน ตนไม่เคยเห็นอ๊อฟ หรือ ท็อป พาผู้หญิงที่มาด้วย เพราะโดยปกติแล้วจะมาคนเดียว หรือถ้าหากพามา ก็คงให้นั่งที่หน้ารถ “เป็นตุ๊กตาหน้ารถ” ส่วนคนขับก็มี 1 คนต่อ 1 คันเท่านั้น

 

keyboard_arrow_up