เพื่อนแฉ พิรุธพยานคดีแทงลูกคนโดดตึก ไม่เชื่อบ้า เล่ามาเอง “โจ้” พกปืน – แม่โต้ไม่จริง (คลิป)

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ นักศึกษาสถาบันอุเทนถวาย ซึ่งถูกแทงเสียชีวิตในวันสงกรานต์เมื่อปี 2559 ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ศาลอาญารัชดาฯ นายศุภชัย ทัฬหสุนทร ผู้เป็นบิดาตัดสินใจกระโดดอาคารศาลลงมาเสียชีวิต หลังศาลสั่งยกฟ้องในคดีลูกชาย โดยเมื่อวาน (29 ก.ค.) ที่วัดกุนนทีรุทธาราม ได้จัดพิธีฌาปนกิจศพ นายศุภชัย บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งในช่วงวางดอกไม้จันทน์ นางเรวดี ทัฬหสุนทร ภรรยาของนายศุภชัยถึงกับร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง (อ่านข่าว : แม่ “เต้” ขู่ฆ่าตัวตายถ้าแพ้คดี ทรุดเผาสามี ทนายพร้อมถอนตัวถ้ามีคนเก่งฟื้นคดี )

นักข่าวพูดคุยกับนายแขก (นามสมมติ) เพื่อนของนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้

วันที่ 30 ก.ค.61 นายแขก (นามสมมติ) เพื่อนของนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ (15 เม.ย.59) ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เมื่อทราบเหตุการณ์เสียชีวิตของนายเต้ จึงเดินทางไปที่สน.ดินแดง และได้พบกับนายตงและกลุ่มเพื่อน ขณะนั้นนายตง เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า นายเต้ได้มีปัญหากับนายเบนซ์ จนนายเต้ใช้มือตบหน้านายเบนซ์ 1 ครั้ง ทำให้เกิดอาการไม่พอใจ จนต้องมีการแยกตัวกันออก นายณัฐพงษ์ หรือ โจ้ รุ่นพี่ของนายเบนซ์ ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจ ก่อนที่นายเต้จะมีปากเสียงกับแฟนของนายโจ้ครู่หนึ่ง จนนายโจ้ได้เข้าชกต่อยกับนายเต้ ต่อมานายโจ้ ชักปืนที่พกมาด้วยออกมาคล้ายว่าจะยิงไปที่นายเต้ แต่นายโฟล์ค และนายฟลุ๊ค เพื่อนนายโจ้ ได้เข้าไปห้ามแล้วบอกว่านายเต้คือรุ่นพี่ นายโจ้จึงไม่ลงมือยิง

ต่อมากลุ่มของนายเบนซ์ที่ถูกกันไว้บริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 1 ได้วิ่งเข้ามารุมทำร้ายนายเต้ จนกระทั่งถึงขั้นใช้อาวุธมีดแทงนายเต้จนเสียชีวิต ในวันเกิดเหตุนายโฟล์ค นายฟลุ๊ค นายโจ้ นายเบนซ์ นายตง และนายเต้ ได้เล่นน้ำอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องสถาบันการศึกษา แต่เป็นเรื่องที่ทะเลาะเบาะแว้งกันส่วนตัว

อีกทั้งวันที่นายตง เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง มีรุ่นน้องเพื่อนๆของนายเต้ยืนฟังหลายคน แล้วนายตงได้นำภาพถ่ายนายเบนซ์ ขณะร้องไห้และสภาพร่างกายเปื้อนเลือดมายืนยันให้ดู ว่านายเบนซ์เป็นผู้ลงมือแทงนายเต้จนเสียชีวิต แต่ปัจจุบันตนไม่ทราบว่าภาพถ่ายดังกล่าวอยู่กับใคร

นายณัฐพงษ์ หรือ โจ้

นอกจากนี้ นายแขก เล่าว่า เรื่องที่มีข่าวว่านายตงเป็นผู้ป่วยทางจิต ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่ที่นายตงจะมีอาการจิตหลอน เนื่องจาก นายตงมักชอบกินยากล่อมประสาท และมักเสพยาประเภทหนึ่ง ก่อนที่จะออกไปก่อเรื่อง ส่วนกรณีที่นายโจ้ ออกมาแถลงข่าว ว่าตัวเองเดินทางไปที่เกิดเหตุกับแฟนเพียง 2 คน ยืนยันไม่ใช่ความจริง เพราะวันดังกล่าวนายโจ้เดินทางไปกับพวกรวม 7 – 8 คน ซึ่งก็คือกลุ่มที่เข้าไปรุมผู้ตาย

นอกจากนี้ ในวันเกิดเหตุ ยังเชื่อว่ามีคนเห็นเหตุการณ์หลายคน แต่ที่ไม่ออกมาให้ข้อมูล เนื่องจากกลัวอันตรายจากนักศึกษาช่างทั้ง 2 สถาบัน แต่ที่ตนออกมาให้ข้อมูล เนื่องจากอยากเล่าข้อมูลที่ตนเคยทราบมาเพื่อให้คนร้ายได้ถูกดำเนินคดี ถึงแม้จะเป็นคนรู้จักกัน ตนก็คิดว่าหากผิดก็ต้องว่าไปตามผิด แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่าเหตุใดนายตงจึงไปชี้ตัวผู้ต้องหาเป็นนายโจ้ ทั้งที่เคยเล่าให้ฟังว่านายเบนซ์เป็นมือแทง

แม่ของนายณัฐพงษ์ หรือ โจ้

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางมาที่บ้านของนายณัฐพงษ์ หรือ โจ้ ได้พบกับมารดานายโจ้ เปิดเผยว่า ส่วนตัวยืนยันว่าลูกชายไม่มีอาวุธปืนเป็นของส่วนตัว โดยทุกอย่างอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว ในวันเกิดเหตุเท่าที่จำได้ลูกแต่งกายใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืดหลวมๆ ซึ่งไม่มีที่จะพกอาวุธได้ ยืนยันว่าลูกไม่ได้พกอาวุธปืนแน่นอน โดยยอมรับว่าที่บ้านมีปืนของสามี แต่ตนเก็บไว้ในตู้เซฟตลอดเวลา และมั่นใจว่าลูกชายไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุแน่นอน

ส่วนที่บอกลูกชายตนเดินทางไปกับพวก ขอยืนยันว่า ลูกไปเพียง 2 คนกับแฟน และไปเจอเพื่อนที่เกิดเหตุมากกว่า ทั้งนี้ ตนอยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตนก็รอวันที่ลูกจะบริสุทธิ์

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์

นอกจากนี้ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในประเด็นข่าวเรื่องนี้ว่า คดีอาญาถ้าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยการยกฟ้อง โจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกา เว้นแต่อัยการสูงสูดหรือผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งอนุญาตให้ฎีกาได้ ดังนั้นถ้าว่าความแพ้สองศาลก็ถือว่าโอกาสที่จะชนะในฎีกาก็มีน้อยมาก

keyboard_arrow_up