สิ้นฤทธิ์! ทีมไกรทองลุยจับ ‘จระเข้ภูเก็ต’ สำเร็จ หลังติดตามนาน 11 วัน (คลิป)

วันที่ 29 ก.ค. 61 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5(ภูเก็ต) นายนรภัทร ปลอดทอง  ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  พร้อมด้วยพลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3,นายโกวิทย์  เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต และนายนิคมสุขสวัสดิ์ หัวหน้าชุดไกรทอง ลุ่มน้ำตาปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แถลงข่าวผลการจับจระเข้ หลังมีผู้พบเห็น จระเข้ในทะเลภูเก็ตบริเวณหาดยะนุ้ย ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา

นายนรภัทร ปลอดทอง  ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า  จากกรณีดังกล่าวทางจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ พร้อมติดป้ายแจ้งเตือนประชาชนและจัดเจ้าหน้าลาดตะเวณรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดเวลา 11 วันที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ ได้ดำเนินการค้นหาจระเข้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่  28 ก.ค. ทีมปฏิบัติการค้นหาจระเข้ เดินเท้ามาตลอดทั้งคืน บริเวณปลายแหลมเกาะทะ หาดลายัน จนกระทั่งในเวลาประมาณ 04.00 น. (29 ก.ค. 61)ได้เห็นดวงตาของจระเข้ ทีมปฏิบัติการจึงวางแผนจับโดยใช้วิธีการอวนล้อม 2 ชั้น  โดยใช้อวนตาเขียวตีวงรอบนอก1 ชั้น และชั้นในใช้อวนขาวปลากระเบน  ล้อมวงใน วิ่งซิกแซกในร่องน้ำ เพื่อจำกัดพื้นที่ให้จระเข้อยู่ในวงจำกัดหลังจากจระเข้ติดในอวนเรียบร้อยแล้ว ทีมไกรทองได้เข้าจับจระเข้ด้วยมือเปล่าใช้เวลาประมาณ 15  นาที และนำขึ้นฝั่งมัดและเคลื่อนย้ายมาที่ ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5(ภูเก็ต) เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดขนาดจระเข้มีความยาว 2.50 เมตร น้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม เป็นเพศเมีย  ไม่มีไมโครชิพติดที่ลำตัว จึงสันนิษฐานว่าเป็นจระเข้ที่มีคนลักลอบเลี้ยงและไม่ได้จดแจ้งกับทางสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต สภาพทางกายภาพเบื้องต้นเป็นจระเข้น้ำเค็ม

นายนรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า จระเข้ตัวนี้น่าที่จะมาจากการเลี้ยง โดยมีข้อมูลที่ชัดเจนคือมีตะไคร้น้ำบนหลังของจระเข้ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะอยู่ในที่ที่มีน้ำขังเป็นเวลานาน ประกอบกับหากเป็นจระเข้ตามธรรมชาติจะจับยากมาก ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้โดรนมาเป็นตัวในการตรวจสอบพิกัดทั้งนี้อุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งในการจับจระเข้คือคลื่นลมแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการปักธงใดห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด หลังจากเหตุการณ์นี้ทางจังหวัดได้มีมาตรการในการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวโดย ได้มีการออกประกาศให้ผู้ที่ครอบครองจระเข้ที่ยังไม่ได้มีการแจ้งครอบครองที่ถูกต้องให้มาแจ้งกับทางสำนักงานประมงจังหวัดภายในวันที่ 10 ส.ค. 61แนอกจากนี้ยังขอความร่วมมือกับประชาชนในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร หากพบเห็นผู้ใดมีการซื้ออาหารประเภทปลาสดหรือไก่เป็นจำนวนมากเป็นประจำ โดยที่ไม่มีเหตุผล เช่น การนำไปประกอบอาหาร ให้มีการแจ้งเบาะแสเพื่อที่จะได้มีการเฝ้าระวัง

นอกจากนี้ทางจังหวัดได้มีการแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้สังเกตการณ์ว่าใครมีพฤติกรรมดังกล่าว โดยจะมีรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสและนำไปสู่การพบเห็นจระเข้  ถือเป็นมาตรการที่ทางจังหวัดกำหนดเพื่อการป้องกันไว้ ทั้งนี้ที่จ.ภูเก็ตมีผู้ขออนุญาตเลี้ยงจระเข้ที่ถูกต้องเพียง 5 รายเท่านั้นส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางจังหวัดภูเก็ตจะนำไปถอดบทเรียนและจะหาวิธีการมาตรการป้องกันและเข้มงวดอย่างดีที่สุด

นายโกวิทย์  เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ที่จะเลี้ยงจระเข้จะต้องขออนุมัติอนุญาตจากกรมประมงซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงบ่อเลี้ยงที่ถูกต้องตามระเบียบที่กำหนดเพื่อป้องกันการหลบหนีและหลุดลอดออกจากฟาร์มเลี้ยง เพราะฉะนั้นการที่จะต้องมีที่กักขังที่แข็งแรงป้องกันการหนีของจระเข้ ซึ่งจะต้อง มีการจดทะเบียนให้ถูกต้องซึ่งขณะนี้ในจังหวัดภูเก็ตมีผู้จดทะเบียนที่ถูกต้องจำนวน 5 ราย ในจำนวนนั้นเปนสวนสัตว์ 1 ราย และสถานแสดงพันธุ์จระเข้ 1 ราย  ฟาร์มที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง จะมีการติดไมโครชิพที่จระเข้ ซึ่งจระเข้ในตัวดังกล่าวจากการตรวจสอบแล้วไม่มีการฝังไมโครชิพ สำหรับผู้เลี้ยงจระเข้ที่ไม่ได้จดแจ้งกับทางราชดารจะต้องมีความผิดปรับไม่เกิน 10, 000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

keyboard_arrow_up