เผยนาที แม่ “เบนซ์” ร่ำไห้ กราบเท้าขมาเมียคนโดดตึกศาลแทนลูก – แม่ “เต้” อโหสิ เชื่อกลับตัวดีได้ (คลิป)

จากกรณีนาย ณัฐพงษ์ หรือโจ้ ผู้ถูกกล่าวหาแทงนาย ธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 59 ที่ผ่านมา โดยศาลได้ตัดสินยกฟ้อง เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวแถลงข่าวยืนยันไม่ได้ลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้น.ส.หมู แฟนสาวของโจ้ ยังอ้างว่า นายอารีย์ชัย หรือ เบนซ์ ผู้ต้องหา เดินมาบอกตนว่าเป็นคนแทงนายเต้ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “พอนักข่าวบอกว่า คนที่กระโดดตึกตายที่ศาลอาญา เคยมาฟังการพิจารณาคดี 7 โจ๋ ฆ่าคนพิการ เกือบทุกครั้ง ผมนึกออกทันที ผมเคยคุยกับคนตาย เขาเคยพูดกับผม ถามถึงวิธีการสืบพยานผมขอแสดงความเสียใจจริงๆ ครับ ถ้าครอบครัวจะให้ผมช่วยอะไรก็บอกได้น่ะครับทนายอนันต์ชัย ไชยเดช”

ภาพโพสต์ของทนายอนันต์ชัย ไชยเดช

วันที่ 27 ก.ค.61 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เปิดเผยว่า นายศุภชัย ทัฬหสุนทร พ่อของนายธนิต เคยมาฟังตนว่าความหลายครั้งเพื่อเป็นตัวอย่างในการนำมาใช้ในคดีที่ลูกชายเขาถูกคนร้ายใช้มีดแทงจนเสียชีวิตเมื่อ วันที่ 15 เม.ย. 59 โดยนายศุภชัย ได้มาสอบถามตนเรื่องวิธีการสืบพยาน ซึ่งตนได้แนะนำนายศุภชัยไปว่า ให้ไปขอคัดสำนวนพยานที่เคยให้การต่อศาลจากพนักงานอัยการ และก่อนเบิกความต้องซ้อมพยาน โดยถามตอบว่าพอจะจำเหตุการณ์ได้หรือไม่ ซึ่งการซ้อมพยานโดยหลักกฏหมายแล้วห้ามซ้อม แต่การซ้อมพยานในความหมายของตนไม่ได้หมายถึงการซ้อมเพื่อให้พยานเบิกความเท็จ แต่เป็นการซ้อมเพื่อให้พยานจดจำรายละเอียดของเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุได้

นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ

นายอนันต์ชัย เผยอีกว่า ทุกครั้งที่นายศุภชัยมาฟังการพิจารณาคดีของตน มักจะมีสีหน้าที่เศร้าหมอง ซึ่งตนก็ทราบว่านายศุภชัยเป็นวิศวกรและลาออกจากงานเพื่อมาหาหลักฐานให้ลูก โดยตนมาทราบภายหลังจากคนอื่นว่านายศุภชัยเคยอยากให้ตนช่วยเรื่องคดีความให้แต่ไม่มีเงินจึงไม่กล้ามาคุยกับตนเรื่องนี้ ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ช่วยเหลือ โดยขณะนี้ทางภรรยาของนายศุภชัยก็มีทนายโจทก์ร่วมอยู่แล้ว ตามมารยาทของทนายตนจะไปก้าวก่ายไม่ได้ แต่หากครอบครัวมีอะไรให้ช่วยเหลือเพิ่มเติมตนก็ยินดี

เมื่อถามถึงการแถลงข่าวของนายณัฐพงษ์ หรือโจ้ เมื่อวานนี้ ที่ปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นคนแทง แต่คาดว่าคนที่แทงคือนายอารีย์ชัย หรือเบนซ์ ว่ามีผลต่อรูปคดีหรือไม่ นายอนันต์ชัย ตอบว่า ไม่มีผลต่อรูปคดีเนื่องจากนายเบนซ์ได้รับโทษไปแล้ว และในการพิจารณาคดีจะ ไม่ได้พิจารณาจากการแถลงข่าวหรือการให้สัมภาษณ์ แต่จะพิจารณาจากสำนวนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตนยังสงสัยในเรื่องของประจักษ์พยาน ที่มีใบรับรองแพทย์มายื่นในชั้นศาลว่ามีอาการป่วยเป็นโรคจิตเวช ว่าป่วยจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ตนก็อยากให้มีการยื่นเรื่องไปยังศาลอุทธรณ์ให้สั่งสืบพยานเพิ่มเติมโดยสืบจากประจักษ์พยานคนดังกล่าว

นางเรวดี ทัฬหสุนทร แม่ของนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้

ด้าน นางเรวดี ทัฬหสุนทร แม่ของเต้ เผยถึงเรื่องที่อีกฝ่ายอ้างว่าเบนซ์เป็นคนลงมือก่อเหตุว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่อยากให้พยานหรือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ออกมาให้ข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตน ส่วนเบนซ์นั้น วันที่ศาลตัดสิน แม่ของเบนซ์ก็ร้องไห้และก้มกราบเท้าตน เพื่อขอโทษแทนลูก ด้วยความสงสารตนจึงอโหสิกรรมให้ และบอกให้เบนซ์กลับตัวเป็นคนดี โดยศาลได้สั่งให้ครอบครัวตนเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง นายศุภชัย ทัฬหสุนทร สามีของตน จึงขอให้อีกฝ่าย ชดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท โดยเงินส่วนนี้ให้ผ่อนจ่ายด้วยการบริจาคให้มูลนิธิพระดาบส ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เดือนละ 1,000 บาท จนครบตามจำนวน เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เต้ และเป็นการปลูกจิตสำนึกการทำความดี รวมถึงให้บริจาคเลือด จำนวน 45 ครั้ง เนื่องจากเต้เป็นคนที่ชอบบริจาคเลือด

นอกจากนี้กรณีที่ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ระบุว่า นายศุภชัย เคยขอคำปรึกษาทางคดีนั้น นางเรวดี เผยว่า ตนทราบว่า สามีเคยไปฟังการสืบพยานในคดี 7 โจ๋รุมทำร้ายชายพิการจนเสียชีวิตเพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการต่อสู้คดีของลูก โดยได้ไปฟังหลายครั้ง ซึ่งตนไม่ทราบรายละเอียด แต่รู้ว่าทนายอนันต์ชัย เป็นผู้ที่มีชื่อเสียง โดยตอนนั้นตนมีทนายอยู่แล้ว จึงไม่ได้ติดต่อให้ทนายอนันต์ชัยมาช่วย ซึ่งล่าสุดที่ทนายอนันต์ชัย โพสต์ระบุว่า ยินดีช่วยเหลือนั้น นางเรวดียกมือไหว้ขอบคุณ พร้อมกล่าวว่ารู้สึกทราบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายมีความเมตตา แต่ตอนนี้ตนไม่รู้รายละเอียดต้องรอปรึกษากับทางครอบครัวก่อน

keyboard_arrow_up