หน.คสช. ใช้ ม.44 เพิ่ม ‘คีตามีน’ เป็นยาเสพติดให้โทษ นำคนติดมาบำบัด

หน.คสช. ใช้อำนาจ ม.44 เพิ่ม “คีตามีน” เป็นยาเสพติดในบัญชีแนบท้ายประกาศ คสช. ฉบับที่ 108/2557

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2561 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีท้ายประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 108/2557 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เห็นชอบให้เพิ่มวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ได้แก่ คีตามีน เป็นยาเสพติดในบัญชีแนบท้ายประกาศ คสช. ดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องสงสัยว่ากระทําความผิดฐานเสพคีตามีน หรือเสพและมีคีตามีนไว้ในครอบครอง ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม สามารถนำมาตรการทางเลือกในการบำบัดฟื้นฟู มาใช้แทนการลงโทษหรือการถูกดำเนินคดีได้ ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป

คีตามีน (Ketamine) หรือที่รู้จักกันในหมู่ผู้ใช้ยาเสพติดว่า “ยาเค” จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ใช้เป็นยาสลบก่อนทำการผ่าตัด สามารถระงับปวด ช่วยขยายหลอดลม ต่อต้านอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งจะออกฤทธิ์ประมาณ 5 – 10 นาที เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ยาเคจึงถูกนำมาใช้ในกรณีของการผ่าตัด ที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นยาที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในทางการแพทย์มาเป็นเวลานาน

แต่ต่อมาพบว่า มีการนำมาใช้ในทางที่ผิดเพิ่มมากขึ้น โดยใช้เพื่อความบันเทิงร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และ โคเคน ผู้เสพจะรู้สึกมึนงง ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจเกิดอาการประสาทหลอน การเสพในระยะเวลานาน จะทำให้ผู้เสพประสบกับสภาวะโรคจิต และกลายเป็นคนวิกลจริตได้ แต่หากพบว่า ไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาเสพ ซึ่งมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีครอบครอง ต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี – 5 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี สำหรับผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท – 2,000,000 บาท.

keyboard_arrow_up