อุตุเตือน 26-30 ก.ค.นี้ ‘เหนือ-อีสาน’ รับมือฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ที่จังหวัดยโสธร ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ไหลทะลักเข้าตามลำห้วยสาขาต่างๆ ตามแนวแม่น้ำชีตลอดสาย กระแสน้ำกัดเซาะเอาถนนทางเข้าหมู่บ้านในพื้นที่ ขาดเป็นระยะทางยาวกว่า 10 เมตร และกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวแรงจนกัดเซาะกินพื้นที่ถนนขยายออกไปเรื่อยๆ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนประชาชนในภาคอีสาน และภาคเหนือให้เตรียมรับมือฝนที่จะตกหนักถึงหนักมาก ระหว่างวันที่ 26-30 กรกฏาคมนี้ ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

ระดับน้ำตามแม่น้ำสาขาแม่น้ำน่านได้เพิ่มระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะแม่น้ำว้าที่อยู่ในเขตอำเภอเวียงสาตอนใต้ตัวเมืองน่านทำให้ดันแม่น้ำน่านให้ไหลช้าเป็นผลให้เมื่อคืนที่ผ่านมา ระดับน้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกับแม่น้ำในเขตอำเภอเวียงสาที่จุดวัดน้ำบ้านบุญนาคเลยจุดวิกฤติหลายชั่วโมง

แม้เช้านี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงต่ำกว่าจุดวิกฤติก็ตามแต่ชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำคัญในเขตเทศบาลประชาชนยังไปตรวจสอบระดับน้ำเป็นระยะ ๆ นอกจากนั้นทางเทศบาลเมืองน่านยังติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้วจำนวน 2 เครื่องที่จุดต้นโพธิ์ริมน้ำน่านเขตบ้านดอนศรีเสริมที่เป็นชุมชนต่ำสุดและอยู่ติดริมน้ำน่าน

นอกจากนี้  ยังเตรียมพร้อมเครื่องจ่ายไฟสำหรับเดินเครื่องสูบน้ำ 3 เครื่องขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร คลองเจ้าฟ้าชุมชนบ้านพวงพะยอม เพื่อพร้อมสูบน้ำออกจากคลองทันทีหากมีน้ำจากพื้นที่ทางเหนือเขตเทศบาลเข้ามา ทั้งนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มบริเวณกว้าง

หลังจากที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดยโสธร ได้มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและล่าสุดปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าตามลำห้วยสาขาต่างๆ ตามแนวแม่น้ำชีตลอดสาย โดยเฉพาะลำห้วยท่าช้างได้มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเช่นกันส่งผลให้กระแสน้ำกัดเซาะเอาถนนทางเข้าหมู่บ้านทรายงามหมู่ที่ 5 ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ขาดเป็นระยะทางยาวกว่า 10 เมตร และกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวแรงจนกัดเซาะกินพื้นที่ถนนขยายออกไปเรื่อยๆ

ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถที่จะสัญจรผ่านไปมาได้จนทำให้ชาวบ้านจำนวน 212ค รอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก การเดินทางผ่านเข้าบ้านทรายงาม มีเส้นทางเดี่ยว เดี๋ยวนี้ต้องใช้เรือท้องแบนในการลำเลียงคนข้ามฝากเท่านั้นเป็นถนนที่ไม่เคยปรับปรุงซ่อมแซมเลย ทั้งๆ ที่มีประสบอุทกภัยน้ำท่วมเป็นประจำฤดูแล้งก็สัญจรเข้าออกลำบากชาวบ้านเคยร้องขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมายครั้งก็ไม่เคยออกไปเหลียวแล เดี๋ยวนี้ถนนถูกน้ำกัดเซาะทรุดพังลงไปเลื่อยๆ ชาวบ้านได้ใช้สัญจรไปมาลำบากจุดนี้เป็นลำห้วยท่าช้างมีปริมานน้ำเพิ่มขึ้นจนไม่มีทางแก้ไข

ขณะที่นายวิชัย ไกรยราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดกุง ได้ประสานขอสนับสนุนเรือท้องแบนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดยโสธรจำนวน 2 ลำ พร้อมกับจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปคอยบริการรับ-ส่งชาวบ้านข้ามลำห้วย เพื่อเดินทางเข้าออกหมู่บ้านตลอดทั้งวัน และคาดว่าจะต้องคอยบริการรับ-ส่งชาวบ้านเป็นระยะเวลาอีกหลายเดือน เนื่องจากจุดที่ถนนขาดมีแนวโน้มที่จะขยายกินพื้นถนนออกไปเรื่อยๆ

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศประกาศเตือน “พายุดีเปรสชัน” บริเวณประเทศจีนตอนใต้ ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว บริเวณเขตพรมแดนระหว่างประเทศเวียดนามตอนบนกับประเทศจีนตอนใต้ ส่งผลกระทบทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือยังคงมีการกระจายของฝนมากกว่าภาคอื่นๆ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลม บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 26-30 กรกฏาคมนี้ ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เพราะยังคงมีการกระจายของฝนมากกว่าภาคอื่นๆ สำหรับภาคกลาง ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีปริมาณฝนลดลงในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ด้านนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยัน เขื่อนในประเทศไทยมีความปลอดภัย มีความแข็งแรง และออกแบบไว้เผื่ออยู่แล้ว ซึ่งมีเขื่อนหลักที่เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ 15 เขื่อน และเขื่อนขนาดกลาง 412 เขื่อน โดยจะมีมาตรการในการเฝ้าระวังความปลอดภัย และมีการตรวจตราเป็นประจำอยู่แล้ว ทุกระยะเวลา 1 เดือน และ 3 เดือน ส่วนเจ้าหน้าประจำเขื่อนจะคอยตรวจตราอยู่ทุกวันด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา พายุเซินติญไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เนื่องจากพายุได้เคลื่อนตัวออกไปทางจีน ขณะที่พายุอ๊อมปึลเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือ ซึ่งมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่น่าเป็นห่วง และน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งหมดในพื้นที่ภาคเหนือสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เตรียมพื้นที่ไว้รองรับปริมาณน้ำอยู่แล้ว ซึ่งในภาพรวมมีน้ำกักเก็บทั่วประเทศอยู่ที่ร้อยละ 62 หรือประมาณ 29,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ เขื่อนกักเก็บน้ำส่วนใหญ่จะเป็นเขื่อนดิน ซึ่งจะเป็นเขื่อนคอนกรีตอยู่ไม่กี่เขื่อน เช่น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก, เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก นอกจากนั้นเป็นเขื่อนดินทั้งหมด ซึ่งจะเป็นแกนดินเหนียว มีการออกแบบและสร้างอย่างแข็งแรงอยู่แล้ว.

keyboard_arrow_up