รัฐบาลทำบุญทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เฉลิมพระเกียรติ ‘ในหลวง ร.10’

นายกรัฐมนตรีนำข้าราชการทำบุญทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางวราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนาของผู้นำ ทั้ง 5 ศาสนา ประกอบด้วยศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ ตามลำดับ ซึ่งในงานมีคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ประธานศาลฎีกา, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ,ประธานศาลปกครองสูงสุด, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ,องค์กรอิสระ และข้าราชการในทำเนียบรัฐเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นนายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เปิดโครงการ “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” บริเวณถนนนครปฐม ด้านคลองเปรมประชากรทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรี นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิญาณตน และปล่อยแถวขบวนจิตอาสา เพื่อทำความสะอาด บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ฉีดล้างถนน เส้นทางเท้าหน้าทำเนียบรัฐบาล และทาสีรั้วบริเวณสะพานอรทัย พร้อมชมการสาธิตเรือลอกตะกอน และเครื่องกลเติมอากาศใต้น้ำ บริเวณริมคลองเปรมประชากร ขุดลอกคลองด้านข้างโรงเรียนราชวินิต

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ บริเวณข้างศาลพระภูมิเจ้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาล และต้นทองอุไรด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการปฏิบัติหน้าที่จิตอาสาที่กระจายไปทั่วประเทศ แสดงถึงความสามัคคี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงขอขอบคุณที่ทุกคนมาร่วมงานจิตอาสา ทำความสะอาดคูคลอง เหมือนคำปฏิญาณเราทำความดี ด้วยหัวใจ

ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาขยะ ทางรัฐบาลใช้งบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาทในการจัดการ ซึ่งความจริงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกัน เพราะรัฐบาลจะได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปแก้ปัญหาด้านอื่น รวมไปถึงบ้านที่อยู่ริมคลอง อยากให้ปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงาม หากทุกคนช่วยกันบ้านเมืองจะสะอาด ซึ่งขณะนี้ได้มีการปลดล็อค พรบ.ผัวเมือง เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถตัดการขยะได้ทันที แต่การปลดล็อคครั้งนี้ไม่ได้เอื้อให้กระทรวงมหาดไทย อีกทั้งขณะนี้ได้มี พรบ.การเงินการคลัง เพื่อบริหารหลักการงบประมาณโดยจะไม่เอื้อพรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งตนเองทำเพื่อลูกหลานในวันข้างหน้า และในวันนี้ได้ล้างทำความสะอาดทำเนียบรัฐบาลแล้ว ขออย่าให้ม็อบมาอีก

นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอให้นิสิต นักศึกษา ที่เข้ามาเป็นจิตอาสาเรียนหนังสือต่อไปเรื่อยๆ หางานทำให้ได้ อย่าเลือกงาน และพัฒนาตนเองตลอดเวลา และกล่าวว่ากฎหมาย มีไว้เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และให้เท่าเทียม จึงขออย่าไปรังเกียจ เพราะยากดีมีจนก็ต้องถือกฎหมายฉบับเดียวกัน แม้แต่ตนเอง ที่เป็นหัวหน้าคสช.ก็ต้องเคารพกฎหมายเช่นกัน นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้ทุกคนรัก เพราะรักข้างเดียวได้ แต่ทุกคนต้องรักกัน.

keyboard_arrow_up