ผู้ต้องหาฆ่าเด็กอุเทนฯ พ้นมลทิน แต่ชีวิตพัง ถูกด่าทำพ่อคนตายโดดตึกศาล (คลิป)

จากกรณีนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ ถูกคนร้ายแทงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 เม.ย.59 โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 61 ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องนายณัฐพงษ์ เงินคีรี หรือ โจ้ จำเลยในคดี เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้นายศุภชัย ทัฬหสุนทร ผู้เป็นพ่อเกิดความเครียดและผิดหวัง ตัดสินใจกระโดดจากชั้น 8 ของตึกศาลอาญาเสียชีวิต (อ่าน: เปิดปมเหตุยกฟ้องฆาตกรแทงเด็กอุเทนฯ ทำพ่อฆ่าตัวตาย พบตร.ไม่ตรวจ DNA) ทั้งนี้ ญาติของนายเต้เชื่อว่าคนก่อเหตุจริงมีอิทธิพลในท้องที่ ทำให้เชื่อว่าคดีดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรม

ผู้อาศัยในซอยประชาสงเคราะห์ 1

วันที่ 25 ก.ค. 61 ในซอยประชาสงเคราะห์ 1 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ โดยจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนไม่รู้จักนายโจ้ และนายโฟล์ค โดยที่มีข้อมูลว่า นายโจ้ เป็นลูกผู้มีอิทธิพล แม่ปล่อยเงินกู้ จึงทำให้คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่กล้าออกมาเป็นพยานนั้น ยืนยันว่าไม่จริง เพราะตนไม่รู้ตักแม่นายโจ้ และไม่เคยได้ยินเรื่องการปล่อยเงินกู้ แต่อย่างใด ทั้งนี้ในพื้นที่ประชาสงเคราะห์ 1 ก็มีคนที่ค่อนข้างมีฐานะไม่จำเป็นต้องกู้ยืม แต่เหตุที่ไม่มีพยานน่าจะเป็นเพราะไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ เนื่องจากเกิดช่วงดึกแล้ว ส่วนตนก็ได้ยินเสียงวัยรุ่นโวยวายและทะเลาะกันในคืนเกิดเหตุแต่ไม่กล้าออกมาดู เพราะกลัวถูกลูกหลง

แม่ของนายโจ้ พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

นอกจากนี้ ที่บ้านนายโจ้ ย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ พบว่าเป็นบ้านทาวเฮ้าส์สูง 3 ชั้น โดยด้านในแบ่งเป็นห้องเช่า ระหว่างนั้นมีหญิงกลางคนรายหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน พร้อมยืนยันว่าตัวเองเป็นแม่ของนายโจ้ และรู้สึกผิดหวังกับข่าวที่ออกไปมาก เพราะเรื่องราวไม่ได้เป็นจริงตามนั้น ลูกชายตนยืนยันว่าไม่ได้แทงนายเต้ แต่ไปร่วมงานสงกรานต์ในวันดังกล่าวจริง โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นตนไม่ทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่าลูกชายไม่โกหก โดยหลักฐานก็ไม่ได้มีชี้ชัดว่าลูกชายตนเป็นผู้ก่อเหตุ ส่วนเรื่องปัญหาระหว่างสถาบันตนไม่ทราบ แต่ยอมรับว่าลูกเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันจริง

ทั้งนี้ แม่ของนายโจ้กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนดีใจมากที่คำตัดสินออกมาทำให้ลูกชายพ้นมลทิน ซึ่งในวันนั้นนายโจ้ก็ได้เตรียมพวงมาลัยมากราบตนหลังพ้นคดี แต่พ่อของอีกฝ่ายกลับกระโดดตึกเสียชีวิต จนมีข่าวออกมาโจมตีตน ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ

นอกจากนี้ ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้มีอิทธิพลและร่ำรวยอย่างที่มีข่าวออกไป ตนเองเป็นแม่ค้าธรรมดา ไม่ได้ปล่อยเงินกู้ ส่วนสามีก็ป่วยนอนติดเตียง ด้วยความเครียดจากคดีลูกชาย และไม่ได้เป็นตำรวจตามที่ปรากฎเป็นข่าว ระหว่างที่ลูกชายถูกจับตัว ตนเองยังต้องยืมเงินคนอื่นเพื่อไปประกันตัว ยืนยันว่าไม่ได้ไปข่มขู่พยานจนทำให้ไม่มีใครกล้าพูด จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่าตัวเองก็ทรมานมาเป็นเวลากว่า 2 ปีที่ลูกถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่น ส่วนนายโจ้ก็เครียดกับข่าว จนตอนนี้ต้องออกไปอาศัยที่อื่นชั่วคราว

เพื่อนบ้านนายโจ้ พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ขณะที่เพื่อนบ้านรายหนึ่ง ยืนยันว่าครอบครัวนายโจ้ไม่ได้มีอิทธิพล โดยผู้เป็นแม่เคยขายผ้าที่ตลาดห้วยขวาง ส่วนพ่อก็ป่วย ยืนยันว่าแม่นายโจ้ไม่ได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบตามข่าว เพียงแค่ที่บ้านมีห้องเช่า พอมีเงินแต่ไม่ได้ร่ำรวยหรือมีอำนาจมากมาย ที่ผ่านมาครอบครัวดังกล่าวก็ใช้ชีวิตปกติ ตัวนายโจ้ก็ไม่เคยมีท่าทีก้าวร้าวแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up