กยศ. ระงับขายทอดตลาดมรดก “ครูวิภา” ไล่หาศิษย์ยึดเงินเดือนใช้หนี้

จากกรณี น.ส.วิภา บานเย็น ครูโรงเรียนมัธยมในจังหวัดกำแพงเพชร ต้องมารับภาระหนี้สินจากการไปทำการค้ำประกันให้นักเรียนกว่า 60 คน กู้ยืมเงินเรียนจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. (อ่าน : “ครูวิภา” เปิดใจเจอศิษย์ทรยศ หลอกค้ำประกันทำหมดตัว บ้านถูกยึดส่อล้มละลาย ตกงาน)

น.ส.วิภา เข้าปรึกษาและไกล่เกลี่ยหนี้

วันที่ 25 ก.ค. 61 น.ส.วิภา บานเย็น เดินทางมาที่กรมบังคับคดีเพื่อเข้าพบ นางเพ็ญรวี มาเเสง ผู้อำนวยการกองฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ในฐานะโฆษกกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เพื่อปรึกษาหารือข้อกฎหมายร่วมกับ นายปรเมศวร์ สังข์เอี่ยม ผู้อำนวยการฝ่ายคดีเเละบังคับคดี เเละรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารหนี้ กองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา หรือ กยศ. หลังได้รับความเดือดร้อนต้องชำระหนี้ กยศ. แทนนักเรียนที่ตนเคยเซ็นค้ำให้ประกันให้กว่า 30 คน

น.ส.วิภา บานเย็น ครูโรงเรียนมัธยมในจังหวัดกำแพงเพชร

น.ส.วิภา เปิดเผยหลังการประชุมว่า ตนเครียดและเดือดร้อนมาก อยากได้ที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดของครอบครัวที่ถูกยึดคืน จึงฝากขอให้ลูกศิษย์ที่ตนเซ็นค้ำประกันให้ไปช่วยดำเนินการชำระหนี้ให้ด้วย โดยหลังจากที่ยื่นเรื่องวันนี้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาอีก 10 ปีเรื่องถึงจะจบ ตนเองก็กังวลว่าวันต่อๆไป ปีต่อๆไปจะมีหมายศาลบังคับคดีมาที่ตนอีกหรือไม่ และตนจะทำชดใช้หนี้อีกเท่าไหร่ หลังจากนี้คงไม่เซ็นค้ำประกันให้ใครอีกแล้วและหากย้อนกลับไปได้ก็คงไม่ทำแบบนี้

นายปรเมศวร์ สังข์เอี่ยม ผอ.ฝ่ายคดีเเละบังคับคดี เเละรักษาการ ผอ.ฝ่ายบริหารหนี้ กยศ.

ด้าน นายปรเมศวร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีลูกศิษย์ของครูวิภาอีก 23 รายที่ยังไม่ได้ดำเนินการชำระหนี้ เบื้องต้นทาง กยศ. จะระงับการบังคับคดีและการขายทอดตลาดทรัพย์สินของครูวิภาไว้ชั่วคราว เพื่อให้คดีเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ในชั้นบังคับคดี โดยหลังจากนี้จะเร่งดำเนินการติดต่อไปยังลูกศิษย์ที่เหลือ เพื่อให้มาชำระนี้ เพื่อให้หมายบังคับของศาลหยุดไป พร้อมยืนยันว่าไม่ว่าลูกศิษย์ครูวิภาจะอยู่ที่ไหนสามารถตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ ที่ทำงานได้ และเมื่อได้มีการชำระจะนำเงินส่วนนั้นมาชำระส่วนของครูวิภาก่อนเพื่อลดภาระให้กับครูวิภา แต่ทั้งนี้หากลูกศิษย์ที่เหลือไม่มาชำระภาระหนี้สินก็จะตกไปเป็นของครูวิภาอีกครั้งเนื่องจากเป็นผู้ค้ำและต้องชำระตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องมาเรียกร้องทรัพย์สินจากครูวิภาที่เป็นผู้ค้ำนั้น เพราะตามกฎหมายแล้วเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะติดตามทวงหนี้ดำเนินคดีกับใครก็ได้ ทั้งผู้กู้และผู้ค้ำ หากสามารถตรวจพบว่ามีหลักทรัพย์ตามกฎหมาย ดังนั้นก่อนที่เราจะค้ำประกันอะไรให้ใครนั้น จะต้องตรวจสอบ และต้องมั่นใจ ว่าเขามีความสามารถในการชำระ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้

keyboard_arrow_up