เปิดใจเมีย รับผัวหึงตัดจู๋ลูกน้อง เหยื่อซวยเมาไร้สติ ปัดบุกห้องปล้ำ (คลิป)

จากกรณีวานนี้ (22 ก.ค. 61) นายสุวิทย์ ทิพย์จันทา อายุ 39 ปี หนุ่มชาว จ.ตรัง ช่างทำสีที่อู่ต่อรถบัส ใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ขณะไปดื่มสุรากับเพื่อน ถูกซ้อมจนอาการสาหัส ก่อนถูกนายเอียด ตัดเจ้าโลก ซึ่งในคืนที่เกิดเหตุ มีรถกระบะสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขับพามาส่งที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง ก่อนหายตัวไป

วันที่ 23 ก.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่อู่ทำสีรถบัส ที่ทำงานของนายสุวิทย์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดย ผู้ดูแลอู่รถ เปิดเผยว่า นายสุวิทย์ ทำงานอยู่ที่อู่นี้จริง เข้ามาทำงานได้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้นายสุวิทย์เป็นช่างก่อสร้าง ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุ นายสุวิทย์ไปดื่มกับใคร ส่วนนิสัยส่วนตัวของนายสุวิทย์ เป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยมีปัญหากับใคร ส่วนข้อมูลที่บอกว่าวันเกิดเหตุนายสุวิทย์ไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ตนได้เรียกคนงานในอู่มาถามแล้ว แต่ทราบว่าไม่มีใครไปด้วย

พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง

ขณะที่ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า ได้เรียกสอบปากคำพยาน คนที่นำตัวนายสุวิทย์ไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ส่วนนายเอียด ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเจ้าของอู่รถ รับสารภาพแล้ว พร้อมยอมรับว่า วันเกิดเหตุเจ้าตัวกับนายสุวิทย์ และลูกน้องอีก 1 คน นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่า ก่อนเจ้าตัวจะก่อเหตุ โดยทำไปเพราะหึงหวงภรรยาของตัวเอง เพราะเข้าใจว่านายสุวิทย์ล่วงเกินภรรยา ทั้งนี้ นายเอียดให้การว่า นายสุวิทย์ออกมาจากห้องของภรรยาตัวเอง จึงลงมือทำร้ายด้วยอารมณ์โมโห ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวผู้ก่อเหตุไปค้นบ้านพักเพื่อหาหลักฐานมีด และแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

นางกัลยาณี ขำเกษม ภรรยาของนายเอียด ผู้ก่อเหตุ

นางกัลยาณี ขำเกษม ภรรยาของนายเอียด ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า วันที่นายสุวิทย์พยายามจะเข้ามาลวนลามตน เย็นวันนั้น สามีของตนกับนายสุวิทย์ และลูกน้องอีก 1 คน ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าเดียวกัน แต่คนละห้อง ตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่หน้าบ้าน ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ส่วนตัวเองหลังทานกินข้าวเย็นเสร็จ ก็นั่งดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้าน จนละครจบก็เข้าไปนอนในห้อง โดยแง้มประตูไว้ แต่ทั้ง 3 คน ยังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ จนเวลาเกือบ 02.00 น. นายสุวิทย์ ใช้ให้ลูกน้องอีกคน ออกไปซื้อเหล้ากับน้ำแข็งเพิ่ม โดยนายสุวิทย์คิดว่าสามีตนออกไปด้วย จึงเดินเข้ามาในห้องตน และพยายามจะลวนลาม ตอนนั้นตนเริ่มรู้สึกตัวตื่น
เห็นเงาคนเดินเข้ามาในห้องนอน แล้วเปิดมุ้ง ก่อนจับตนกดไว้กับพื้นแล้วลวนลาม โดยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งตนพยายามจะขัดขืน และร้องขอให้คนช่วย จนดิ้นหลุดแล้ววิ่งหนีออกมานอกห้อง

มีดทำครัวที่พบภายในบ้านหลังเกิดเหตุ

จากนั้น สามีตนได้ยินเสียง ก็วิ่งเข้ามาในบ้าน เห็นนายสุวิทย์ออกมาจากห้องนอนของตน จึงเกิดความโมโห และชกต่อยกันชุลมุน ตนตั้งสติได้ จึงวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งเพื่อห้ามสามี พบว่าสามีใช้มีดตัดอวัยวะเพศของนายสุวิทย์ไปแล้ว ส่วนบนพื้นมีเลือดไหลนอง ยอมรับว่าวินาทีนั้น ตนรู้สึกกลัวมาก แต่โชคดีที่สามีกลับเข้ามาช่วยได้ทัน เพราะตนอาจถูกทำร้ายจนถึงตายได้ ทั้งนี้ มีดที่ใช้ก่อเหตุ เป็นมีดปลอกผลไม้ที่วางเอาไว้ในบ้าน จากนั้น สามีรู้สึกสงสาร กลัวว่านายสุวิทย์จะตาย จึงไปเรียกเพื่อนบ้าน ให้ช่วยขับรถพาคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาล และรอจนเจ้าหน้าที่นำตัวนายสุวิทย์เข้าไปในห้องฉุกเฉิน จึงกลับบ้านมาพักผ่อน และกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งในตอนเช้า

บ้านหลังเกิดเหตุ ใน จ.ราชบุรี

ทั้งนี้ คุณกัลยาณี ระบุว่า รู้สึกเสียใจ ผิดหวัง และไม่คิดว่านายสุวิทย์จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ ทั้งที่ตนและสามีให้ความช่วยเหลือนายสุวิทย์มาโดยตลอด พร้อมตนยืนยันว่า จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ขอให้จัดการคดีความของสามีเสร็จก่อน แล้วจะแจ้งความเพิ่มเติมภายหลัง

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่ค่อยได้คุยกับนายสุวิทย์ เพราะรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตา จึงต่างคนต่างอยู่ ซึ่งนายสุวิทย์และนายเอียด ทำงานอยู่ที่อู่เดียวกัน แต่รับผิดชอบงานคนละส่วน แต่ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่นายสุวิทย์เข้ามาอยู่ที่บ้าน ไม่เคยมีพฤติกรรมหรือเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุ สามีก็ไปทำงานที่อู่ตามปกติ และสามียอมรับกับตนว่า “ตอนนั้นโมโหมาก หากฆ่าได้ก็จะฆ่า เพราะกล้ามาทำร้ายคนในครอบครัวของตัวเอง”

keyboard_arrow_up