เมียหลวง เปิดใจ ขับชนผัวจับได้มีชู้ทำสาวท้อง วอนสังคมเข้าใจ สุดอั้นถูกทำร้ายมาเยอะ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ธวัชชัย ชนะพล โพสต์คลิปวิดีโอขณะหญิงรายหนึ่งขับรถยนต์พุ่งชนสามีที่กำลังเดินอยู่ริมถนนจนได้รับบาดเจ็บ โดยในคลิปภรรยาบอกด้วยว่าสามีมีเมียน้อย นอกจากนี้ ผู้โพสต์คลิประบุข้อความด้วยว่า “เหตุเกิดที่หน้ายิมผมเองคับ..ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราจะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุคืออะไร แต่สิ่งที่ผมเห็นต่อหน้าคือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันถูกทำร้าย อย่าดูอย่านิ่งเฉยเพราะเราไม่รู้ว่า ถ้าเหตุการณ์มันจะจบยังงัย ถ้ามันโหดร้ายถึงขั้นเกิดการสูญเสีย คุณจะเสียใจมากที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย”

ภาพจากคลิปขณะภรรยาขับรถชนสามี

วันที่ 23 ก.ค. 61 นายธวัชชัย ชนะพล พลเมืองดีผู้ถ่ายคลิป เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 22 ก.ค.เวลา 11.30 น. ขณะนั้นตนสอนชกมวยอยู่ในยิม แล้วได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะวิวาทกัน จึงออกมาดู

นายธวัชชัย ชนะพล พลเมืองดี ผู้ถ่ายคลิป

ขณะนั้นตนถือโทรศัพท์อยู่ในมือ และหันไปเห็นพอดีจึงสามารถถ่ายภาพไว้ได้ทัน ยอมรับว่าตกใจ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าใครถูกหรือผิด เพียงแต่ต้องการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อน จึงตัดสินใจวิ่งลงไปดูทันที ขณะนั้นตนเดินไปเปิดประตูรถ ผู้หญิงที่ขับรถบอกว่าคนเจ็บเป็นสามีของตัวเอง และสามีมีเมียน้อย ซึ่งในรถมีเด็กอีก 2 คนนั่งอยู่ด้วย คาดว่าเป็นลูกของสามีภรรยาคู่ดังกล่าว ตนเห็นว่าน้องคนเล็กร้องไห้อยู่เหมือนตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

จากนั้นฝ่ายภรรยาลงจากรถมาพยายามที่จะแย่งมือถือจากมือสามี ซึ่งสามีก็กำไว้แน่น ตอนนั้นตนได้แต่พูดว่าให้ช่วยคนเจ็บก่อน หลังจากที่ตนหยุดถ่ายคลิป ฝ่ายภรรยาก็ขับรถออกไป ซึ่งตนเป็นผู้โทรศัพท์เรียกรถพยาบาลให้มาช่วยคนเจ็บไป โดยระหว่างรอรถพยาบาลนานกว่า 30 นาที ผู้บาดเจ็บนอนยังคงอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุและร้องด้วยความทรมาน

นอกจากนี้ นายธวัชชัย ฝากถึงคนที่คิดจะทำแบบนี้ ให้คำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วย ทั้งครอบครัว ความเสียหาย และยืนยันว่าตนไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครเสียหาย เพียงตนต้องการให้สังคมได้เห็นว่า การกระทำแบบนี้ไม่ควรทำ

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวถูกโพสต์ออกไป ฝ่ายคู่สามีภรรยาติดต่อมาหาตนผ่านทางเฟซบุ๊กขอให้ลบคลิปดังกล่าว และรู้สึกผิดเพราะที่ลงทำไปนั้นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ ระหว่างพูดคุยกันก็ร้องไห้ไปด้วย

นางเตือน คำภาปัตน์ ผู้เห็นเหตุการณ์

ด้าน นางเตือน คำภาปัตน์ แม่ค้าร้านอาหาร ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังย่างไก่อยู่หน้าร้าน เห็นชายในคลิป กำลังเข็นรถเปิดประตูฝั่งคนขับจับพวงมาลัย แล้วรถก็ไหลไปเรื่อย ๆ ตอนนั้นตนก็คิดว่ารถเสีย ต่อมามีผู้หญิงออกมาจากฝั่งคนขับและมีปากเสียงกัน ซึ่งห่างจากจุดที่ถูกชนราว 30 เมตร จากนั้นฝ่ายภรรยาพูดกับสามีว่า “ทำไมต้องทำไม่ดีให้ลูกเห็น” และสามีก็เดินออกมาแล้วตรงมาทางร้านตน จังหวะนั้นตนเห็นอีกครั้งคือรถยนต์พุ่งชนชายรายดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ ยอมรับว่ารู้สึกกลัวเพราะไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ตนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนตัวแข็ง โดยหลังจากฝ่ายหญิงขับรถออกไป ตนได้เอาร่มในร้านออกไปกางบังแดดให้กับผู้บาดเจ็บที่นอนรอรถพยาบาล โดยเหตุที่ไม่กล้าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตราย เชื่อว่าฝ่ายภรรยาอาจไม่ได้ตั้งใจชนกับสามี

นางลักษณ์ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ขณะที่ นางลักษณ์ (นามสมมติ) หญิงในคลิป ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ว่า วันเกิดเหตุตนมีปากเสียงกับสามี เนื่องจากพบข้อความที่สามีคุยกับหญิงอื่น ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนจับได้ว่าสามีนัดมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น โดยมีภาพสนทนาทางไลน์ และคุยกันให้มีการเตรียมถุงยางไปด้วย ซึ่งหญิงรายดังกล่าวเคยคุยกับสามีตน เมื่อ 2 ปีก่อน จากนั้นตนกับสามีก็มีปากเสียงกันเรื่องนี้

จนกระทั่งวานนี้ ตนและสามีพาลูกไปร่วมกิจกรรมแข่งฟุตบอล จากนั้นช่วงที่กำลังจะกลับบ้าน ลูกตนเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือของสามีอยู่ ตนจึงใช้โอกาสนั้นเปิดโทรศัพท์สามีดู พบข้อความจากหญิงรายดังกล่าวที่ระบุว่าตั้งครรภ์กับสามีตน จังหวะนั้นสามีตนมาเห็นจึงแย่งโทรศัพท์กลับไป ก่อนจะมีปากเสียงกัน โดยตนพยายามสอบถามสามีว่าเป็นความจริงเป็นอย่างไร แต่สามีก็บ่ายเบี่ยงไม่ตอบ จากนั้นสามีทำทีเป็นถ่ายคลิปและเดินออกจากรถไป ด้วยความโมโหตนตัดสินใจขับรถชน แต่ไม่ได้ตั้งใจให้เจ็บหนัก เพราะยืนยันได้จากแรงที่ปะทะจะเห็นว่าสามียังคงถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ได้ เพราะถ้าชนแรงโทรศัพท์ต้องกระเด็นออกจากมือไปแล้ว

ภาพข้อความสนทนาระหว่างสามีของนางลักษณ์กับหญิงอีกราย

นางลักษณ์ เล่าต่อว่า ที่ผ่านมาตนโดนกระทำมาตลอด เมื่อทะเลาะกัน สามีก็มักลงไม้ลงมือ ครั้งหนึ่งเคยใช้หมวกกันน็อกฟาดตน ทั้งนี้ใครจะมองว่าตนทำร้ายพ่อต่อหน้าลูกก็ตาม ตนยืนยันว่า ลูก ๆ เข้าใจ เพราะที่ผ่านมา ลูกเห็นตนถูกกระทำมาโดยตลอด นอกจากนี้ ตนอยากบอกกับสังคมว่า ใครไม่เจอกับตัวคงไม่เข้าใจ และจากนี้ไปตนจะอยู่เพื่อลูก ๆ แต่คงไม่กลับไปในฐานะภรรยาของสามีตนอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้ติดต่อไปหาสามี แต่ติดต่อพ่อแม่สามีเท่านั้น และทราบว่าอาการบาดเจ็บไม่มาก ขณะนี้สามีกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้แล้ว นอกจากนี้ ตนเห็นคลิปแล้วกังวลว่าอาจมีผลกระทบกับงานที่ทำ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้เสียหาย

keyboard_arrow_up