อาเจ้าบ่าว แฉ เจ้าสาวร้ายขู่ฆ่า ถ้าไม่แต่ง – ฝ่ายหญิงยันมีคลิป “ภาคิน” ยอมรับลูกในท้อง (คลิป)

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้เผยแพร่บรรยากาศงานมงคลสมรสของตัวเอง โดยเจ้าสาวได้ขึ้นบนเวที กล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานทั้งน้ำตาเพียงลำพัง เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่มาร่วมงานนั้น (อ่าน : แฉ! เจ้าบ่าวชิ่งวิวาห์ จับได้มีกิ๊ก อ้างสินสอดไม่พอ ญาติฝ่ายชายเรียก 1ล้าน ยอมแต่งแทน)

เจ้าสาวกล่าวขอบคุณแขกร่วมงานทั้งน้ำตา เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่มาร่วมงาน

วันที่ 23 ก.ค. 61 นายภาคิน เจ้าบ่าว เปิดใจว่า ตัวเองรู้จักกับทางฝ่ายเจ้าสาว เมื่อประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเจ้าสาวเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก หลังจากนั้นได้พูดคุยกันประมาณ 1 สัปดาห์ เกิดความสนิทสนมกัน จนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่มีเพศสัมพันธ์กันเพียงครั้งเดียว หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ตนก็เริ่มออกห่างฝ่ายเจ้าสาว เพราะรู้ตัวดีว่ามีแฟนสาวอยู่แล้ว อีกทั้งทราบดีมาโดยตลอดว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปด้วยกันไม่ได้

นายภาคิน เจ้าบ่าว

นายภาคิน กล่าวต่อว่า ที่ตนยอมแต่งงานตอนแรก เนื่องจากเจ้าสาวไปบอกทางครอบครัวของตนว่าตั้งครรภ์ ตนจึงต้องรับผิดชอบตามหน้าที่ ส่วนสาเหตุที่ไม่บอกเจ้าสาวตรง ๆ ว่า ไม่อยากแต่งงานด้วย เพราะเจ้าสาวเป็นคนกดดันตน ซึ่งก่อนที่จะแต่งงาน 2 วัน ยังบอกตนว่า ให้ตนหาเงินค่าสินสอดเอง เพราะเจ้าตัวนำเงินไปจ่ายค่าสถานที่แต่งงานหมดแล้ว 900,000 บาท ทำให้ระยะเวลาเพียง 2 วัน ตนไม่มีเงินพอ ซึ่งตนก็บอกเจ้าสาวแล้ว แต่อีกฝ่ายเงียบ ตนจึงตัดสินใจหนีงานแต่งงาน

ทั้งนี้ สำหรับหญิงสาวที่กำลังพูดคุยอยู่ขณะนี้ ก็เป็นแฟนกับตนมาก่อนเจ้าสาว และยอมรับว่าเป็นการคบซ้อน ยอมรับว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ ตนอยากรับผิดชอบเรื่องที่เจ้าสาวตั้งครรภ์ แต่หากจะให้แต่งงานด้วยนั้นก็คงไม่ได้ เพราะเราไม่ได้รักกันแล้ว ก็ไม่สามารถบังคับใจใครได้

อย่างไรก็ตาม นายภาคิน หลังจากเกิดเรื่อง ตนรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่มีที่ยืนในสังคม ที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง พร้อมขอให้สังคมฟังความทั้งสองฝ่ายด้วย

พ่อของนายภาคิน เจ้าบ่าว

ด้านพ่อของนายภาคิน เจ้าบ่าว เปิดเผยว่า ไม่เคยทราบความสัมพันธ์ระหว่างลูกชายกับมะนาวมาก่อน ซึ่งเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มะนาวมาบอกตนว่า ตั้งท้องกับลูกชาย ตนรู้สึกตกใจ เพราะไม่ทราบว่ามีการคบหากันมาก่อน หลังจากนั้น มะนาวขอให้จัดการเรื่องการแต่งงาน โดยตนยืนยันว่าไม่มีเงิน แต่มะนาวบอกว่าจะออกค่าสินสอดให้ โดยขออย่าให้ทางพ่อแม่ของมะนาวทราบเรื่องดังกล่าว พร้อมตกลงค่าสินสอดตามที่ครอบครัวขอไปคือ 200,000 บาท และทองคำหนัก 4 บาท

จนกระทั่ง ก่อนวันแต่งงาน 1 วัน ญาติฝ่ายมะนาว ถามเรื่องเงินค่าสินสอดกับตน ตนจึงตกใจ เพราะทางญาติของมะนาวก็ไม่มีใครทราบเรื่องนี้ ทางญาติของมะนาว เรียกเงิน 100,000 บาท แต่ตนมีเพียง 60,000 บาทเท่านั้น ซึ่งทางตนจัดเตรียมของในขบวนขันหมากเรียบร้อยแล้ว

นายนุ๊ก อาของนายภาคิน เจ้าบ่าว

ขณะที่ นายนุ๊ก อาของนายภาคิน เจ้าบ่าว เปิดเผยว่า ภาคินรู้จักกับมะนาวได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว แต่ฝ่ายหญิงตั้งท้อง ตนก็รู้สึกแปลกใจว่า ทำไมถึงท้องไวขนาดนี้ ทั้งนี้ ตอนที่ตนทราบว่าหลานไม่ไปงานร่วมแต่งงาน ก็ตกใจ เพราะไม่ทราบว่าหลานจะทำเช่นนี้ แล้วมาทราบว่าฝ่ายหญิงจะหาเจ้าบ่าวมาแทน ตอนนั้นตนรู้สึกว่าความรักเป็นเรื่องตลกไปแล้ว ก็เลยพูดเชิงเล่นไปว่า “เอามาหนึ่งล้าน จะไปเป็นเจ้าบ่าวแทนให้”

ทั้งนี้ ข้อความที่เจอในช่องสนทนาที่มะนาวบอกว่า ซื้อหลานตนมาในราคา 1,200 บาทนั้น ทางแม่เลี้ยงของภาคินเป็นคนเจอข้อความ ซึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขายหลานกินหรือเปล่า โดยจากที่ตนสังเกตความรักของทั้ง 2 คน ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากก่อนที่จะแจกการ์ดแต่งงาน ได้มีการเจรจากันที่อู่รถยนต์ของตน ซึ่งพฤติกรรมของมะนาวปกติจะเป็นคนที่พูดจารุนแรงคล้ายกับการข่มขู่ ไม่มีมารยาท ก่อนหน้านี้เคยพูดข่มขู่หลานตนว่า “ถ้ามึงทำกูพัง กูจะมาอุ้มฆ่า”

นอกจากนี้ ตนก็ไม่อยากให้หลานต้องเป็นเจ้าบ่าวในงานแต่งอุปโลกน์ เพราะงานแต่งต้องมาจากความเต็มใจทั้ง 2 ฝ่าย และความรู้สึกก็พัง ตั้งแต่มีบทสนทนาเรื่องอุ้มฆ่า ประกอบกับหญิงสาวที่หลายคนคิดว่าเป็นกิ๊กของหลานตน แท้จริงเป็นแฟนตัวจริงของภาคิน ซึ่งมะนาวก็ทราบดี

นายไพทูล นิ่มนวล พ่อของมะนาว เจ้าสาว

ด้าน นายไพทูล นิ่มนวล พ่อของเจ้าสาว เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพบเจอเจ้าบ่าว และไม่ทราบมาก่อนว่าลูกสาวคบกับนายภาคินมาก่อน จนวันที่มาสู่ขอ แต่ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมาก สำหรับเรื่องการสู่ขอหรือค่าสินสอดนั้น ตนไม่ค่อยทราบรายละเอียด ทราบแค่ว่ามีการขอสินสอด 200,000 บาท ซี่งอีกฝ่ายก็ตกลง แต่เรื่องรายละเอียดหลังจากนั้น ให้ญาติเป็นผู้ดูแล

จนกระทั่ง วันที่ 22 ก.ค. 61 ตนก็ไม่ทราบว่าฝ่ายชายจะไม่มางานแต่งงาน มารู้ภายหลัง เนื่องจากญาติไม่อยากให้รู้ เพราะกลัวว่าตนจะไปโวยวาย ซึ่งตอนที่ทราบ ยอมรับว่าพูดไม่ออก ทำได้เพียงทำใจ เพื่อให้งานดำเนินต่อไป ซึ่งจากคลิปที่แชร์กัน ที่ลูกสาวตนใจแข็ง พูดบนเวทีและดำเนินงานแต่งต่อไปได้นั้น ส่วนตัวคิดว่าลูกคงอยากระบาย ส่วนเรื่องการตั้งครรภ์ ตนก็ไม่ทราบมาก่อนเช่นกัน มาทราบจากปากลูกสาวเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งตนก็ทำได้เพียงแค่รับฟังเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเรื่อง ตนไม่ได้พูดคุยกับลูกสาว แต่ส่วนตัวก็รู้สึกสงสารลูก หากถามว่าอยากพูดอะไรกับเจ้าบ่าวหรือไม่นั้น “ไม่อยากคุย” นายไพทูลกล่าว

นางสาวมะนาว เจ้าสาว

นอกจากนี้ นางสาวมะนาว เจ้าสาว เปิดเผยว่า ตนเริ่มคบหากับนายภาคิน ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยนายภาคิน ได้ทักแชทเฟซบุ๊กมาหา แล้วความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาไปสู่การคบหากัน ที่ผ่านมาทราบว่าฝ่ายชายนอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่น ช่วงที่ได้มาสู่ขอ เพราะฝ่ายชายโพสต์รูปหญิงสาวอีกคนลงในเฟซบุ๊ก

ทั้งนี้ ฝ่ายนายภาคินบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง เพื่อให้ทุกอย่างผ่านไป แต่แต่งงานกันไปแล้วจะอยู่ได้หรือไม่นั้นก็ค่อยตกลงกัน ตนจึงบอกไปว่า ขอให้มารับผิดชอบแต่งงานแบบจริงจังก่อน

นางสาวมะนาว เล่าต่อว่า วันที่ 21 ก.ค. ก่อนมีพิธี เจ้าบ่าวได้พูดถึงเรื่องสินสอด จำนวน 200,000 บาท และทองคำหนัก 4 บาท ว่ามีให้ไม่ครบ ตอนนั้น ตนจึงตัดสินใจบอกทางครอบครัว แล้วเดินทางไปบ้านฝ่ายชายทันที แต่อีกฝ่ายบอกว่า “ไม่มีเงิน เงินขาดทั้งหมด” ทำให้ตนคิดว่า ทำไมถึงไม่มีการเตรียมตัว ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการที่จะไม่เข้าร่วมพิธีแต่งงาน สุดท้ายแล้ว ตกลงเงินกันได้ที่ 60,000 บาท จนกระทั่งช่วงบ่าย มีทางบ้านฝ่ายชายโทรศัพท์มาบอกว่า มีเงินเพียงแค่ 7,000 บาทเท่านั้น ซึ่งตนก็แปลกใจว่าทำไมถึงโทรศัพท์มาบอกตนภายหลังจากที่ตกลงกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนมีหลักฐานทั้งหมดว่าตนพูดความจริง

ทั้งนี้ นางสาวมะนาว กล่าวว่า ถ้าหากฝ่ายชายไม่เชื่อว่าตัวเองตั้งท้องกับเขา แล้วจะมาขอทำไมตั้งแต่แรก พร้อมทั้งยังบอกให้ไม่เอาลูกออกด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการยอมรับแล้ว ตนจึงอยากบอกอีกฝ่ายว่า ตนมีหลักฐานทั้งหมด ซึ่งคำพูดของอีกฝ่ายนั้นก็แค่พูดลอย ๆ และถ้ามาใส่ร้ายป้ายสีตนจะไม่ยอมอีกต่อไป

keyboard_arrow_up