หลานสุเทพ ส่งทนายเคลียร์ ลุงแท็กซี่ ฝากขอโทษสังคม – ลุงอภัย เผยชดใช้หมดถือว่าจบ (คลิป)

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุนายเบญจ์ เทือกสุบรรณ หลานชายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย ขับรถยนต์ชนกับรถแท็กซี่ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งมาด้วย จนบานปลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายเกิดขึ้น โดยเหตุเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา

สภาพแท็กซี่ในวันเกิดเหตุ
สภาพนายเบญจ์ เทือกสุบรรณ ในวันเกิดเหตุ

 

ความคืบหน้าวันที่ 22 ก.ค. 61 ที่ สน.ทองหล่อ นายอนุสรณ์ สินภักดี ทนายความนายเบญจ์ ได้เข้าเจรจากับนายรังสรรค์ อิวปลา คนขับแท็กซี่ โดยพบว่ามี น.ส.ปิยรัตน์ รุ่งโรจน์ ผู้โดยสารที่อยู่ในแท็กซี่ในวันเกิดเหตุได้เดินทางเข้ามาที่ห้องพนักงานสอบสวนเพื่อเจรจาค่าเสียหายด้วย

บรรยากาศเจรจาภายในห้องพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ

โดยภายหลังการเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง น.ส.ปิยรัตน์ ได้ออกมาจากห้องพนักงานสอบสวนพร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ตนและทนายความนายเบญจ์ได้เจรจาตกลงค่าเสียหายเป็นที่เรียบร้อย โดยนายเบญจ์ยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาล 30,000 บาท และค่าเสียโอกาสขณะที่ต้องหยุดงาน 30,000 บาท ซึ่งส่วนตัวพอใจกับการชดใช้ทั้งหมด เพราะตนก็ไม่ทราบว่าใครเป็นฝ่ายผิดฝ่ายถูก แต่ก็ยังมีคนที่ต้องมาชดใช้ตน

น.ส.ปิยรัตน์ รุ่งโรจน์ ผู้โดยสารที่อยู่ในแท็กซี่วันเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม น.ส.ปิยรัตน์ เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า วันดังกล่าวตนเรียกรถแท็กซี่จากถนนเอกมัย ตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุ จากนั้นเมื่อตนขึ้นรถแท็กซี่ตนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นทันที ปรากฎความรู้สึกคล้ายกับรถแท็กซี่กำลังกลับรถ ก่อนที่ตนจะได้ยินเสียงคล้ายรถชนกัน จากนั้นตนก็ตาลายคล้ายจะหมดสติ และมารู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งเมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตื่นขึ้นมาก็ตกใจ เพราะเพิ่งทราบเรื่องว่าตัวเองประสบอุบัติเหตุ

ด้านอาการบาดเจ็บขณะนี้ดีขึ้นพอสมควร ตนได้รับบาดเจ็บบริเวณซี่โครงซ้ายทำให้หายใจไม่ค่อยออก ฟันหัก 2 ซี่ ศีรษะและหน้าผากมีอาการช้ำบวมปูด และหัวเข่าทั้ง 2 ข้างเขียวช้ำ ส่วนตัวตนก็ไม่ทราบว่าร่างกายที่บาดเจ็บไปกระแทกส่วนไหนของรถ ทั้งนี้ระหว่างรักษาตัว ญาติฝ่ายคู่กรณีก็มาเยี่ยมดูอาการตนเป็นประจำ ตนจึงไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด

นางพร (นามสมมติ) ภรรยานายรังสรรค์

ด้าน นางพร (นามสมมติ) ภรรยานายรังสรรค์ เปิดเผยว่า วันนี้สามีเอาใบรับรองแพทย์มามอบให้พนักงานสอบสวน ไม่ได้มีการนัดหมายเจรจากับคู่กรณีมาก่อนแต่อย่างใด ยอมรับว่าก็รู้สึกตกใจที่เมื่อมาถึง สน. แล้วพบว่าทนายของคู่กรณีมารออยู่แล้ว จึงได้มีการเจรจาตกลงกัน เบื้องต้นฝ่ายคู่กรณียินดีชดใช้เรื่องค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด จึงไม่มีเรื่องอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร

ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บของสามี ยังคงมีเพียงอาการเจ็บช้ำเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้ก็เกือบหายเป็นปกติแล้ว หลังตรวจร่างกายแพทย์ก็ไม่ได้มีการนัดไปตรวจเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งนี้ แม้ที่ผ่านมาคู่กรณีจะไม่เคยติดต่อมาก็ตาม แต่วันนี้ที่ส่งทนายความมาเจรจา ตนก็ถือว่าคู่กรณียังดี ยังมีความรับผิดชอบอยู่

นายอนุสรณ์ สินภักดี ทนายความนายเบญจ์

ขณะที่ นายอนุสรณ์ สินภักดี ทนายความนายเบญจ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ลูกความตนได้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายของคู่กรณีทั้ง 2 คน โดยได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าพักรักษาตัวให้กับคู่กรณีที่เป็นผู้โดยสาร ส่วนลุงขับแท็กซี่ ก็จะชดใช้ค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาลให้ ซึ่งนายเบญจ์ได้ยอมรับผิด และฝากขอโทษสังคมและผู้เสียหายที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้

ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บ ขณะนี้นายเบญจ์ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บหนักที่ใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณจมูก ซึ่งเป็นแผลจากการถูกรุมทำร้าย ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการประสานงานว่า หลังจากรักษาตัวจนหายดี จะต้องมีการเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ อีกทั้งสำหรับกลุ่มคนที่ทำร้ายนายเบญจ์ยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ ซึ่งต้องรอการประสานงานอีกครั้งหนึ่ง

นายรังสรรค์ อิวปลา คนขับแท็กซี่

ด้าน นายรังสรรค์ อิวปลา คนขับแท็กซี่ ภายหลังการเจรจาก็ได้เดินทางเข้าไปจ่ายค่าปรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในความผิดฐานขับรถโดยประมาท โดยลุงรังสรรค์ เปิดเผยว่า วันนี้การเจรจาจบแล้วตัวเองรู้สึกสบายใจ ซึ่งคู่กรณีได้ช่วยเหลือชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่าง ตนมองว่านายเบญจ์ยังเป็นคนที่มีมนุษยธรรม

นายรังสรรค์ เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ตนไม่ได้ติดใจเอาความทั้งเรื่องทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สิน ส่วนสังคมที่เป็นห่วงตน อยากฝากบอกว่า ตอนนี้ตนสบายใจแล้ว แฮปปี้แล้ว ถือเป็นการปิดคดี ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บของของตนดีขึ้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มีเพียงรู้สึกช้ำที่กรามเท่านั้น ทั้งนี้เรื่องคดีขับรถโดยประมาทที่เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาต่อตน ก็ได้ชำระค่าปรับจำนวน 500 บาทเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้ตนก็จะหยุดพักผ่อนอยู่บ้าน เพราะรถแท็กซี่ยังอยู่ระหว่างการซ่อม

ด้าน ร.ต.อ.ศุภากร ทิพพิลา รองสารวัตรสอบสวน สน.ทองหล่อ ร้อยเวรเจ้าของคดี ให้ข้อมูลว่า หลังการเจรจา ทุกฝ่ายตกลงกันได้ด้วยดี โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทต่อนายรังสรรค์ และอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ให้กับฝ่ายนายเบญจ์ ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ฝ่ายนายรังสรรค์ไม่ติดใจเอาความจึงไม่ได้มีการแจ้งไป

keyboard_arrow_up