เด็กหมูป่า อ้อน “โค้ชนพ” ขอเตะบอล ต้องยั้งให้กายฟื้น – คริสตจักรขอบคุณพระเจ้าช่วย “อดุลย์” (คลิป)

วันที่ 21 ก.ค. 61  ที่สนามฟุตบอลน้ำหนาวรีสอร์ท เปิดให้มีการแข่งขันฟุตบอลรุ่นเยาวชน และประชาชน โดยมีทีมหมูป่า อะคาเดมีรุ่นใหญ่ ลงทำการแข่งขันสวมเสื้อสีชมพู ส่วนทีมคู่แข่งคือ ทีมเสื้อสีฟ้า โดยเป็นการแข่งขันฟุตบอลประเภท ทีมละ 7 คน บนสนามหญ้าเทียม ซึ่งด้านข้างสนาม นายนพรัตน์ กันฑะวงษ์ หรือ โค้ชนพ และที่ปรึกษาทีม ยืนให้กำลังใจและควบคุมเกมการแข่งขันด้วยตัวเอง

การแข่งขันฟุตบอลรุ่นเยาวชน และประชาชน โดยมีทีมหมูป่า อะคาเดมีรุ่นใหญ่

บรรยากาศภายในการแข่งขัน เป็นการแข่งขันท่ามกลางสายฝน ซึ่งผู้จัดแจ้งว่า หากมีการเลื่อนเนื่องจากติดฝนตก ก็อาจจะต้องเลื่อนไปนาน เพราะระยะนี้มีพายุเข้าไทย ดังนั้น การแข่งขันฟุตบอลกลางสายฝน จึงไม่ใช่อุปสรรค สามารถแข่งได้ทั้งสภาพที่แดดออกและฝนตก ส่วนด้านข้างสนาม มีกองเชียร์ไม่มาก มีเพียงผู้ควบคุมทีม และตัวสำรองเท่านั้น

นายนพรัตน์ กันฑะวงษ์ หรือ โค้ชนพ โค้ชทีมหมูป่า อะเคดามี

นายนพรัตน์ กันฑะวงษ์ หรือ โค้ชนพ โค้ชทีมหมูป่า อะเคดามี กล่าวว่า อยากให้ทุกคนพักฟื้นร่างกาย จิตใจ และไม่อยากให้กังวล รวมถึงอยากไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของจังหวัดเชียงรายที่ห้ามเข้าไปรบกวนเด็ก ๆ เพราะช่วงที่ผ่านมา หลังจากทุกคนออกจากโรงพยาบาลแล้ว ได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้าง แต่ไม่บ่อย ซึ่งทุกคนแข็งแรงดี สุขภาพดีขึ้นตามลำดับ และก็รู้สึกดีใจกับครอบครัวพ่อแม่ผู้ปกครองที่ทุกคนปลอดภัย

ส่วนเรื่องของการแข่งขันหลังจากนี้ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทีม อยากจะให้น้องทั้ง 12 คน โฟกัสที่เรื่องของการเรียนก่อน และพักผ่อนให้เต็มที่ รวมถึงให้ทุกคนจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ทั้งเรื่องของการบ้าน งานกลุ่มหรือการสอบ

ทั้งนี้ นายนพรัตน์ ระบุว่า น้องทุกคนอยากเล่นฟุตบอล เพราะชอบ ทุกคนเล่นฟุตบอลเป็นระยะเวลานานมากกว่า 4 ปีแล้ว ดังนั้นฟุตบอลจึงซึมซับเข้าไปในใจ และทั้ง 12 คน ได้ติดต่อมาที่โค้ช บอกว่าหลังจากออกจากถ้ำแล้ว อยากมาเล่นฟุตบอล อยากมาซ้อมฟุตบอลด้วย แต่ส่วนตัวก็ยังยืนยันว่า อยากจะให้ทุกคนเน้นที่การเรียนก่อนเป็นหลัก

นายนพรัตน์ กันฑะวงษ์ หรือ โค้ชนพ พูดคุยกับทีมข่าว

ส่วนเรื่องของการวางตัวเกมการแข่งขันในครั้งหน้า โค้ชนพ ระบุว่า ยังไม่ได้มีการวางแผน เพราะตอนนี้อยากจะให้ทุกคนไปจัดการตัวเองให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาเริ่มพูดคุยกันใหม่ ทั้งนี้ หากมีเกมการแข่งขันเกิดขึ้นในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ก็จะต้องให้ตัวแทนคนอื่นไปลงแข่งขันก่อน เพราะคนอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นหมูป่าเช่นเดียวกัน ส่วนหน้าที่ของคำว่าโค้ชนั้น ก็ต้องพัฒนาให้ทุกคนมีความสามารถ มีความเก่งอย่างต่อเนื่อง และพร้อมลงการแข่งขันได้ทุกแมตช์

นอกจากนี้ ทีมข่าวเดินทางไปที่คริสตจักรความหวังใหม่แม่สาย บ้านดอยงาม อำเภอแม่สาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นคริสตจักร ที่รับการอุปการะ ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน หรือ น้องดุล อายุ 14 ปี หนึ่งในทีมหมูป่า โดยวันนี้ที่คริสจักรอยู่ในการเตรียมสถานที่สำหรับการประกอบพิธีขอบคุณพระเจ้า น้อง ๆ ในการอุปการะของคริสตจักร กำลังทำความสะอาดเครื่องดนตรีและเตรียมจัดดอกไม้ รวมถึงจัดเรียงเก้าอี้สำหรับผู้ที่จะมาร่วมงานในวันพรุ่งนี้

คริสตจักรความหวังใหม่แม่สาย

ซึ่งกำหนดการในวันที่ อาทิตย์ ที่ 22 ก.ค. นี้ เวลา 08.00น. น้องอดุลย์ จะร่วมพิธีที่โบสถ์คริสต์ ในหมู่บ้านดอยงาม ขณะเดียวกันบริเวณด้านหน้าคริสตจักร อยากได้จัดทำบอร์ดประมวลภาพของน้องอดุลย์ ในการทำกิจกรรมร่วมกับคริสตจักร มาแปะไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพเกี่ยวกับกิจกรรมทางศาสนา รอบข้างบอร์ดภาพ ได้นำลูกโป่งรูปหัวใจมาติดล้อมไว้ด้วย

นางศรีทอง กรมทอง อาจารย์ประจำคริสตจักรชีวะ เขตนวมินทร์

นางศรีทอง กรมทอง อาจารย์ประจำคริสตจักรชีวะ เขตนวมินทร์ เปิดเผยว่า ทุกวันอาทิตย์ คนที่นับถือศาสนาคริสต์จะเดินทางมารวมตัวกันที่โบสถ์เป็นประจำทุกแห่งใกล้บ้าน โดยจะมีพิธีอธิฐาน ขอพรพระผู้เป็นเจ้า รวมถึงร่วมกันประกอบพิธีขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานความสุข ชีวิตที่ดีให้แก่ทุกคน ส่วนในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) จะมีความพิเศษ ซึ่งจะจัดให้มีการอธิษฐานขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ที่ช่วยเหลือให้น้องอดุลย์ กลับออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้อย่างปลอดภัย โดยจะเป็นการอธิฐานอำนวยอวยพร เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้แก่น้อง และร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าแทนคำขอบคุณ

บอร์ดประมวลภาพน้องอดุลย์

นางศรีทอง กล่าวต่อว่า ตนเดินทางมาเพื่ออยากจะหนุนใจน้องอดุลย์ เพราะตนเห็นในนิมิตของพระเจ้า ว่ามีแสงกำลังปกป้องคุ้มครองเด็กทีมหมูป่าในถ้ำหลวง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่านิมิตที่เห็นจะเป็นสิ่งที่พระเจ้ากำลังปกป้องคุ้มครองเด็กผู้บริสุทธิ์ หากย้อนกลับไป ในวันที่เกิดเหตุ ตนก็ไม่ทราบว่า 1 ใน 13 คน นับถือศาสนาคริสต์หรือไม่ แต่ก็ได้อธิฐานขอต่อพระผู้เป็นเจ้าให้ทุกคนปลอดภัย จนกระทั่งทราบภายหลังว่า มีน้องอดุลย์นับถือศาสนาคริสต์ ตนจึงเชื่อมั่นใจว่า พระเจ้าจะทรงสถิตและคุ้มครองให้ทุกคนกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย ขณะนั้นคริสตจักรทั่วประเทศที่ทราบข่าว ก็ร่วมกันอธิฐาน ขอให้พระเจ้าทรงช่วยเหลือ และหากโซ่ตรวนที่ผีร้ายกำลังผูกมัดเอาไว้ ให้ปล่อยตัวเด็ก ๆ เพราะส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีอำนาจใดที่จะต่อสู้กับอำนาจของพระเจ้าได้

ขณะเดียวกัน นางศรีทอง ระบุว่า ตามหลักของชาวคริสต์ จะไม่มีการบวช ซึ่งจะมีเพียงพิธีขอบคุณพระเจ้าเท่านั้น รวมถึงอธิษฐานขอพรให้คนที่มาช่วยทุก ๆ คน ได้รับความปลอดภัย มีชีวิตที่ดี

keyboard_arrow_up