แม่สุดช้ำ เล่าสภาพลูกหนีครูพละหื่น ผิดซ้ำยากเกินอภัย โต้ปมข่าวลือขอรับเงิน (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีนายทิมทอง ปัญญาอิน ครูวิทยฐานะครูชำนาญการ สอนวิชาพละและวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนวัดสะพาน ถูกแจ้งความกรณีล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนหญิงอายุ 16 ปี พนักงานสอบสวนสน.ท่าเรือ กำลังสรุปสำนวนการสอบสวนส่งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่าการสอบปากคำสมบูรณ์แล้ว ก็จะมีการดำเนินการออกหมายเรียก หรือหมายจับเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

วันที่ 20 ก.ค.61 นายทิมทอง ได้เดินทางมา ที่สน.ท่าเรือ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหา กระทำความผิดใน 3 ข้อหา คือ ข่มขืนกระทำชำเรา, พรากผู้เยาว์ และพาไปเพื่อกระทำอนาจาร ทางผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปยื่นคำร้องให้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ทางศาลอาญากรุงเทพใต้ ไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลว่า คดีมีอัตราโทษสูง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมผู้ต้องหาไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป

นางใบ (นามสมมติ) แม่ของน้องบี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

นางใบ (นามสมมติ) แม่ของน้องบี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนดังกล่าว คือตนได้รับการติดต่อจากลูกสาวว่าถูกครูข่มขืนภายในห้องลูกเสือใหม่ ที่อาคาร 3 ชั้น 3 ตนพร้อมสามีและพี่ชาย เดินทางไปที่อาคารเรียนดังกล่าวทันที ซึ่งได้พบกับลูกสาวในสภาพที่สวมเพียงสเตย์รัดหน้าอกและกางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้น ก่อนลูกจะสวมกอดและพูดว่า “หนูโดนครูทิมทอง ข่มขืน” ก่อนที่ลูกจะร้องไห้ออกมา ตอนนั้นตนสอบถามลูกสาวให้แน่ชัดว่า “ถูกข่มขืนจริงหรือไม่” และเชื่อว่าลูกไม่ได้โกหก ซึ่งสามีตนที่อยู่ด้วยก็ตกใจพร้อมกับกอดลูกแล้วร้องไห้ไปด้วย

หลังจากนั้นตนจึงได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนช่วยกันจับตัวนายทิมทอง ที่หลบอยู่ด้านหลังอาคารเรียนดังกล่าวที่สวมเสื้อผ้าปกติ แต่อยู่ในสภาพมอมแมม ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่รวบตัวนายทิมทอง คุณพ่อของน้องบีได้ถามว่า “ทำเด็กจริงไหม” นายทิมทองนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม พร้อมทั้งอยู่ในอาการตัวสั่น ตกใจ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวขึ้นรถออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกรงว่าจะโดนกลุ่มเพื่อน ๆ ของพี่ชายทำร้ายร่างกายครูคนดังกล่าว

นางใบ ยังเผยถึงสภาพจิตใจของลูกสาวตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ลูกสาวตอนนี้มีความโกรธ ความเกลียด และรู้สึกขยะแขยงนายทิมทองอย่างมาก ซึ่งตนไม่เคยคิดมาก่อนว่านายทิมทองจะกระทำกับลูกสาวตนที่มีลักษณะนิสัยห้าวคล้ายทอมบอยเช่นนี้ และคงอยากที่จะให้อภัย เพราะเคยให้อภัยมาแล้วหนึ่งครั้ง จึงเป็นเรื่องยากลำบากที่จะให้อภัยอีก ซึ่งสิ่งที่ทำกับลูกตนรุนแรงเกินไป ส่วนที่มีกระแสข่าวกล่าวอ้างว่า ลูกตนเคยมีการขอเงินหรือเพื่อเรียกร้องเงินจากนายทิมทอง ตนขอบอกว่า ไม่เคยคิดจะเอาเงิน ซึ่งทางครอบครัวไม่เคยอยากได้เงิน มีแต่นายทิมทองและบุคคลอื่นที่มองว่าต้องการเงินหรือเรียกร้องเงิน ซึ่งทางครอบครัวไม่เคยรับเงินเลยแม้แต่สลึงเดียว แต่สำหรับสภาพจิตใจของตนเข้มแข็งขึ้นและพร้อมที่จะสู้ต่อ ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ จึงต้องดูแลลูกให้ดีที่สุด

นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ผอ.ฝ่ายสืบสวนองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์

ด้านนายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ผอ.ฝ่ายสืบสวนองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ เผยว่า หากน้องบี ไม่ได้ถูกกระทำจริงธรรมชาติของมนุษย์จะไม่มีการออกมาประจานว่า “โดนข่มขืน” จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้ ทางคุณแม่และน้องบี ไม่มีหนทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจาก เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จึงมองว่าคดีดังกล่าวค่อนข้างที่จะล่าช้ามาก ซึ่งปัจจุบันนี้ครูก็ยังคงสอนอยู่ที่โรงเรียนวัดสะพาน จึงทำให้คุณแม่และน้องบีออกมาขอความช่วยเหลือ โดยถ้าหากจะมีการมองในมุมที่ว่า ตัวน้องบีเองมีการยินยอมหรือมีการขอค่าตอบแทน หากเป็นอย่างนั้นจริง ตัวน้องบีจะออกมาขอความช่วยเหลือหรือประจานตัวเองทำไม

จากการที่ได้พูดคุยกับแม่และน้องบีเบื้องต้น ก่อนที่จะมีการไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ได้มีการประเมินตัวน้องบีและคุณแม่แล้วว่า น้องบีถูกกระทำจริง ๆ จึงมีการดำเนินการออกมาช่วยเหลือ ส่วนเรื่องที่มีการมองว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องข่มขืนนั้น นายรณสิทธิ์ ยืนยันว่า ถูกข่มขืนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลของการตรวจร่างกายจาก รพ.ตำรวจ และการตัดสินของศาล

นอกจากนี้ ได้พาคุณแม่และน้องบีให้ทีมสหวิชาชีพสัมภาษณ์ ประกอบไปด้วยอัยการ เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และพนักงานสอบสวน สอบถามข้อมูลเบื้องต้นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผลสรุปออกมาว่า “มีมูลที่ถูกข่มขืนจริง” มูลที่ระบุว่ามีความผิดประกอบด้วย 1. จากคำบอกเล่าของเด็ก ที่น้องบียังเป็นเยาวชนอยู่ อีกทั้งศาลเชื่อคำพูดของเยาวชน 2. พิจารณาหลักฐานทางการแพทย์ ผลตรวจจาก รพ.ตำรวจและมีพยานแวดล้อมในวันที่เกิดเหตุว่าน้องบีถูกข่มขืนจริง จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายทิมทองครูผู้ก่อเหตุ ส่วนเรื่องคุณแม่มีการเจรจากับครูผู้ก่อเหตุหรือมีการจ่ายเงินกัน เรื่องนี้ ตนยืนยันว่า ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยทางองค์กรการค้ามนุษย์จะมีการติดตามความคืบหน้าของคดีว่า มีการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด และจะมีการติดตามคดีด้านวินัยที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาใหม่ ส่วนสาเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเดิมที่มีการพิจารณาความผิดทางวินัยเมื่อ 3 ปีที่แล้วเบาเกินไป เพราะเมื่อมาพิจารณาถึงโทษความผิดแล้ว ควรจะต้องได้รับโทษทางวินัยที่มากกว่านี้

ทั้งนี้ นายรณสิทธิ์ มั่นใจในการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการดำเนินคดีไปในทางที่ถูกต้อง และค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน ตนยืนยันว่า น้องบีและคุณแม่ยังไม่ได้มีการรับเงินจากฝ่ายใดทั้งสิ้น โดยทางองค์กรการค้ามนุษย์ได้พยายามมีการพูดคุยกับเหยื่อรายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ให้กล้าที่จะออกมาต่อสู้หรือดำเนินการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อความเป็นธรรมของเหยื่อทุกราย

นางสร้อย (นามสมมติ)

จากนั้นทีมข่าวได้มีการพูดคุยกับนางสร้อย (นามสมมติ) ผู้ที่เคยพบเห็นนายทิมทอง เล่าให้ฟังว่า ตนไม่ค่อยได้พบเจอนายทิมทอง เท่าที่สังเกตพฤติกรรมดูเป็นคนดี แต่ลึกๆไม่ทราบว่าเป็นคนอย่างไร  ซึ่งตนไม่คิดว่า นายทิมทอง จะเป็นคนเช่นนี้ โดยก่อนหน้านี้ เคยมีเด็ก 2-3 คนมาเล่าให้ฟังว่า “ครูคนนี้ชอบแต๊ะอั๋ง” แต่ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้ จนมาทราบข่าวดังกล่าวที่เกิดขึ้น ตนจึงรู้สึกตกใจเหมือนกัน

keyboard_arrow_up