“ธวัชชัย” ชมสื่อไทยไม่ล้ำเส้นซัก “เด็กหมูป่า” ติสื่อนอกจี้ปมฉีดยา หวั่นระเบิดแผลใจ (คลิป)

จากกรณีสำนักข่าวรอยเตอร์ ส่งผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ หรือ น้องดอม อายุ 13 ปี หลังจากได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย พักรักษาอาการที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และกลับบ้านเป็นวันแรก

ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ หรือ น้องดอม

โดยผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ได้ถามย้ำกับน้องดอม และให้ช่วยเล่าซ้ำถึงช่วงเวลาที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ซึ่งน้องดอม เปิดเผยความรู้สึกว่า ในช่วงที่ตัวเองและเพื่อน ๆ รวมถึงโค้ชเอก ติดอยู่ในถ้ำนั้น ส่วนใหญ่ทุกคนจะพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องอาหารเป็นส่วนใหญ่ แต่ยิ่งพูดคุยกันเรื่องอาหาร ก็ยิ่งทำให้หิว ต้องดื่มน้ำภายในถ้ำเพื่อให้รู้สึกอิ่ม ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ถามความรู้สึกของน้องดอมต่อว่า รู้สึกอย่างไรที่ได้กลับบ้าน น้องดอมตอบว่า รู้สึกประหลาดใจที่มีคนมากมายมารอต้อนรับกลับบ้าน ตัวเองรู้สึกอบอุ่นที่ได้กลับมานอนบนเตียง และมีความสุขที่ได้เป่าเทียน กินเค้กฉลองวันเกิดย้อนหลัง คือวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา

ริชาร์ด ลอยด์ แพร์รีย์ บ.ก.ข่าวอาวุโส เดอะ ไทม์ส ทวีตตำหนิเอบีซี นิวส์

ทั้งนี้ ริชาร์ด ลอยด์ แพร์รีย์ บรรณาธิการข่าวอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชีย ของ เดอะ ไทม์ส หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ตำหนิสถานีโทรทัศน์เอบีซี นิวส์ของสหรัฐอเมริกา รวมถึง เจมส์ ลองแมน ผู้สื่อข่าวของเอบีซี นิวส์ หลังจากไปที่บ้านพักของด.ช.ชนินท์ วิบูลรุ่งเรือง หรือ น้องไตตั้น อายุ 11 ปี ในจังหวัดเชียงราย เพื่อขอสัมภาษณ์ โดยระบุว่า ตนรู้สึกประหลาดใจที่ เจมส์ ลองแมน ผู้สื่อข่าวของเอบีซี นิวส์ เพิกเฉยต่อคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา และเดินทางไปสัมภาษณ์น้องไตตั้นและครอบครัวถึงที่บ้านพัก

เจมส์ ลองแมน ผู้สื่อข่าวเอบีซี นิวส์ สัมภาษณ์น้องไตตั้น

แพร์รีย์ เผยว่า ตัวเองไม่เข้าใจว่าทำไม ผู้สื่อข่าวหนุ่มของเอบีซีนิวส์ จึงบุกไปสัมภาษณ์น้องไตตั้น ซึ่งมีอายุเพียง 11 ปี ที่เป็นสมาชิกที่มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน อีกทั้งยังถามคำถามที่ตอกย้ำให้น้องไตตั้น ต้องเล่าย้อนถึงความรู้สึกในช่วงที่ติดอยู่ภายในถ้ำ ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาทั้งของไทยและทั่วโลกจะเตือนถึงผลกระทบด้านจิตใจของเด็ก ๆ ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์อันเลวร้ายมาแล้วก็ตาม

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

ด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ตนเชื่อว่าสื่อต่างชาติเข้าใจเรื่องอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชนดี และในตอนนี้ก็ทราบว่าขั้นตอนของประเทศไทย มีมาตรการออกมาปกป้องคุ้มครองเด็กในการตั้งคำถาม แล้วเหตุใดจึงไม่ติดต่อหน่วยงานราชการ หรือให้นักจิตวิทยาเข้ามาประเมินก่อน แม้ว่าในช่วงการสัมภาษณ์จะมีผู้ปกครองอยู่ด้วยก็ตาม โดยมาตรการดังกล่าว แม้เป็นการขอความร่วมมือ แต่สื่อก็ไม่ควรเข้าไปสอบถามเด็ก เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นมา สื่อมวลชนก็รับผิดชอบไม่ไหว ซึ่งเรื่องนี้ขอชื่นชมสื่อไทย ที่เคารพกติกา รวมถึงทีมงานในจังหวัดเชียงรายที่วางมาตรการออกมาเฝ้าระวังอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ การที่สื่อบางสำนักกระทำตามอำเภอใจ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องของการขาดสามัญสำนึก ซึ่งตนรับไม่ได้ ประกอบกับตนทำงานกับเด็กมาตลอดชีวิต จึงทราบดีว่าเด็กที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจ เมื่อถูกตั้งคำถามที่ไปสะกิดบาดแผลจะเกิดการระเบิดได้ บางคำถามก็ไม่ได้สร้างสรรค์ เช่นเรื่องการฉีดยา  จึงอยากถามสื่อที่ตั้งคำถามว่าจะถามเพื่ออะไร

ส่วนกรณีที่อ้างว่าการสัมภาษณ์ดังกล่าวได้รับการยินยอมจากครอบครัวก็ไม่เพียงพอ เพราะหากเด็กมีปัญหา นั่นหมายความว่าครอบครัวมีสถานะไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูเด็ก เจ้าหน้าที่สามารถแยกเด็กออกจากครอบครัวได้ทันที ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด

ทั้งนี้ การเปรียบเทียบสื่อไทยกับต่างชาติ ตนมีความเชื่อว่าสื่อต่างชาติเป็นสื่อที่มีการยกระดับมาตรฐานแล้ว เข้าใจเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และมีการปกป้องคุ้มครองเด็กด้วยดีมาตลอด ก่อนหน้านี้คิดว่าสื่อไทยยังต้องยกระดับให้ทัดเทียม แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ พบว่าสื่อไทยมีการยกระดับเป็นอย่างมากแล้ว แต่เป็นเรื่องน่าเสียใจที่สื่อต่างชาติกลับมากระทำเช่นนี้

keyboard_arrow_up