แก๊งครู คาใจ ธ.ออมสินไม่คุยเอง ยันไม่เบี้ยวถ้าให้ดอกเท่าเกษตรกร เมินถูกฟ้องล้มละลาย (คลิป)

จากกรณีกลุ่มวิชาชีพครู กว่า 100 คน ประกาศปฏิญญามหาสารคาม เพื่อให้มีการพักหนี้ โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 61 อีกทั้งล่าสุด มีหนังสือจากธนาคารออมสิน เรื่อง “ขอให้เร่งดำเนินการฟ้องคดีกับลูกหนี้สินเชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา” ออกมานั้น

กลุ่มวิชาชีพครูร่วมประกาศปฏิญญามหาสารคาม

วันที่ 19 ก.ค.61 นายธีร์สุริยนต์ สุวรรณวงศ์ เลขาธิการสมาคมช่วยเพื่อนครู และที่ปรึกษาสมาคมช่วยเพื่อนครู และสมาชิกสมาคมช่วยเพื่อนครูที่เดินทางมากจากจังหวัดราชบุรี, สระบุรี, จันทรบุรี, นครนายก และในกรุงเทพมหานคร จำนวนหลายคน เพื่อมาเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ครูที่เกิดขึ้น

นายธีร์สุริยนต์ สุวรรณวงศ์ เลขาธิการสมาคมช่วยเพื่อนครู

โดย นายธีร์สุริยนต์ เปิดเผยว่า ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือ ขอให้เร่งดำเนินการฟ้องคดีกับลูกหนี้สินเชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้ว ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นกระบวนการวิธีการที่เจ้าหนี้จะกระทำต่อลูกหนี้อยู่แล้ว ยังบอกอีกว่า การที่ธนาคารออมสินออกหนังสือดังกล่าวก็เป็นไปตามหน้าที่ที่จะกระทำต่อลูกหนี้ที่ไม่มีการชำระเงินอยู่แล้ว ไม่มีความกังวลเลย ส่วนเรื่องของการฟ้องล้มละลาย ตัวเองไม่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากตนเกษียณอายุราชการแล้ว และถึงแม้ในบัญชีลูกหนี้จะมีข้าราชการครูที่ยังไม่เกษียณอายุราชการอยู่ ก็ไม่น่าจะมีความกังวลอะไร และยังบอกว่าการฟ้องล้มละลาย ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นวันสองวัน ต้องอาศัยกระบวนการและใช้ระยะเวลาในการดำเนินการพอสมควร

นายธีร์สุริยนต์ บอกว่า ธรรมชาติของมนุษย์คงไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกฟ้องล้มละลาย และเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ไม่ต่างกับล้มละลายอยู่แล้ว คือไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินหรือซื้อขายใด ๆ ได้เลย

การประชุมของสมาคมช่วยเพื่อนครู

สำหรับการประชุมที่เกิดขึ้นในวันนี้ นายธีร์สุริยนต์บอกว่าเป็นการปรึกษาหารือ ว่าจะมีการดำเนินการไปในทิศทางใด และมีการแบ่งหน้าที่การดำเนินงานเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โดยจะแบ่งเป็นฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายประสานงาน เป็นต้น ซึ่งอยู่ในระหว่างการปรึกษาหารือ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ นายธีร์สุริยนต์บอกว่า อยากให้มีการปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่เท่ากันกับเงินกู้ของเกษตรกร เพื่อเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว และตนมั่นใจว่า หากได้รับการลดดอกเบี้ยลงเท่ากับเกษตรกร จะไม่มีหนี้เสียแน่นอน ข้าราชการครูก็เป็นประชาชนเหมือนกัน จึงอยากได้อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน

keyboard_arrow_up