กรมธรณีฯ คัด 10 ถ้ำนำร่อง ทำแผนที่-คู่มือ-จัดโซนนิ่งเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยแผนการสำรวจและฟื้นฟูถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย จากความร่วมมือของกรมอุทยานและกรมทรัพยากรธรณี โดยเตรียมจัดทำลำดับการสำรวจและแผนผังถ้ำ นำร่องทั้ง 10 ถ้ำ ในจังหวัดตางๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการท่องเที่ยว รวมทั้งจัดทำพื้นที่โซนนิ่งเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ป้องกันเหตุติดถ้ำซ้ำรอย

นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการดำเนินการฟื้นฟูถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้จัดทำแผนการ ฟื้นฟูโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟู คือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่จะเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติการฟื้นฟู โดยกรมทรัพยากรธรณีจะเป็นฝ่ายสนับสนุนข้อมูลทางธรณีวิทยาหรือโครงสร้างของถ้ำ ซึ่งการฟื้นฟูถ้ำหลวง มีระยะในการปฏิบัติงานเป็น 2 ระยะ คือระยะเร่งด่วน ซึ่งได้มีการประกาศปิดถ้ำ เป็นเวลา 6 เดือนหรืออาจจะนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

ส่วนบริเวณรอบนอกของถ้ำ หรือจุดที่มีการระเบิด รวมถึง จุดที่มีการผันน้ำออกไปจากพื้นที่รอบนอกถ้ำสามารถบริหารจัดการได้ กรมทรัพยากรธรณีจะดูเรื่องของภูมิประเทศ และจะมีการจัดการพื้นที่รอบนอกถ้ำ หากพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว จะมีจุดที่ให้บริการ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้ หรือพื้นที่ใดหากไม่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวก็จะเป็นพื้นที่สงวน กรมทรัพยากรธรณี จะส่งนักสำรวจลงพื้นที่ไปทำ

นายทศพร กล่าวต่อว่า ส่วนแผนในระยะยาวคือเมื่อระดับน้ำในถ้ำเริ่มลดลงพอที่จะเข้าไปสำรวจพื้นที่ได้ ส่วนตัวคิดว่าหลายคนอาจจะต้องการไปสัมผัสเนินนมสาวและหาดพัทยา ทางกรมทรัพยากรธรณีจะมีการจัดทำแผนที่ถ้ำในบริเวณต่างๆ รวมถึงสภาพธรรมชาติ ทั้งหินงอกหินย้อยและเส้นทางน้ำ โดยจะมีการคัดเลือกถ้ำที่มีศักยภาพท่องเที่ยวจำนวน 10 แห่ง จากถ้ำทั้งหมดทั่วประเทศกว่า 2พันแห่ง ซึ่งถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นถ้ำ 1 ใน 10 แห่ง ที่จะเข้าสู่โครงการนำร่องดังกล่าว โดยจะมีการประชุมหารืออีกครั้งในเดือนกันยายนนี้

และการสำรวจถ้ำอาจไม่ได้ใช้วิชาทางธรณีวิทยาเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีการใช้ความรู้เรื่องอุทกธรณีวิทยาหรือเรื่องของน้ำใต้ดิน และระบบนิเวศวิทยาเรื่องความหลากหลายชีวภาพทั้งสัตว์และพืช ที่จะต้องไปศึกษาในถ้ำหรือแม้แต่เรื่องของโบราณคดี จึงต้องใช้นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาต่างๆและผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละด้าน กรมได้มีการพูดคุยกับนักสำรวจถ้ำระดับโลกที่มีความสนใจที่จะมาสำรวจร่วมกัน เป็นการสำรวจในลักษณะสหวิทยาการ หรือเป็นการบูรณาการจากหลายหน่วยร่วมกัน

สำหรับในอนาคต ถ้ำหลวงจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้หรือไม่ นายทศพรตอบว่า ส่วนตัวคิดว่า ถ้ำหลวง มีชื่อในระดับโลกอย่างแน่นอน สิ่งที่พูดคุยกันในเรื่องของการฟื้นฟูจึงอาจไม่จบเพียงแค่นี้ แต่ยังมีเรื่องของการอนุรักษ์และการพัฒนา ถ้ำหินปูนสามารถฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ เมื่อมีการจัดทำแผนที่ ในการให้บริการ หรือสงวนสถานที่บางจุดก็จะนำไปสู่การเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตที่ให้บริการได้ อาจมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ การคมนาคมการเข้าถึงพื้นที่ รวมถึงมัคคุเทศก์ในพื้นที่ ภายในถ้ำอาจมีพื้นที่บางส่วน หรือบางบริเวณที่เป็นพิพิธภัณฑ์บ่งบอกให้รู้ถึง การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในแต่ละจุด

keyboard_arrow_up