‘เป็นไปตามบุญตามกรรม’ เพื่อนบ้านแห่ให้กำลังใจ ‘ครอบครัวน้องสโนว์’ ชี้โทษประหารเหมาะสม

แม่น้องน้องสโนว์เหยื่อผู้ใหญ่บ้านฆ่าข่มขืน จุดธูปบอกลูกสาวหลัง ศาลอุทธรณ์ยืนคำพิพากษาตามศาลชั้นต้นประหารชีวิตผู้ต้องหา ขณะที่ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจ ชี้โทษประหารเหมาะสม

จากกรณีศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

หลังก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบรถจักรยานยนต์ของ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ อายุ 18 ปี หรือน้องสโนว์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน โดยถีบรถของเหยื่อแล้วพยายามข่มขืนบริเวณทางเข้าบ้านโนนเมือง ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ แต่เหยื่อต่อสู้ขัดขืนจนถูกทำร้ายร่างกาย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา และให้ชดใช้ค่าสินไหมจำนวน 2,390,000 บาท

ความคืบหน้า ที่บ้านเลขที่ 94 บ้านโนนเมือง ม.12 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านน้องสโนว์ มีญาติ และเพื่อนบ้าน เดินทางมาให้กำลังใจนายกฤษณ์ และนางลำใย พลประสิทธิ์ พ่อ-แม่ ของน้องสโนว์หลังทราบข่าวที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ประหารชีวิตนายกฤติเดช ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่ผู้ต้องหารับโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต เพราะเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจและสะเทือนรวมถึงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวใครอีก

ขณะที่นางสุพัต ศรีรักษา อายุ 51 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ตนเข้าใจถึงหัวอกของคนเป็นแม่ดี ที่ต้องสูญเสียลูกอันเป็นที่รัก ทั้งที่เด็กกำลังมีอนาคตที่สดใส เพราะน้องสโนว์กำลังจะไปเรียนต่อพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคน แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตนในฐานะเพื่อนบ้านหลังทราบข่าว ก็รู้สึกช็อค จึงเข้ามาปลอบใจ และให้กำลังใจกับครอบครัวนี้ อย่างไรก็ตา มการที่ผู้ต้องหาได้รับโทษถึงขั้นประหารชีวิตตนถือว่าเป็นไปตามบุญ ตามกรรม ใครก่ออะไรไว้ก็ต้องได้รับผลกรรมนั้น ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่อยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวใดอีก เพราะมันเป็นการสูญเสียที่เจ็บปวดและจดจำตลอดชีวิต.

keyboard_arrow_up