สภาพจิตใจพร้อม! รอฟัง ’13 ทีมหมูป่า’ เล่าประสบการณ์เอาตัวรอดติดถ้ำหลวง

รายการเดินหน้าประเทศไทยวันนี้ เปิดใจ “13 ทีมหมูป่า” ขณะติดถ้ำหลวง ตั้งแต่ 18.00 น. ขณะที่แพทย์ยืนยัน เด็กๆ มีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว

วันนี้ เวลา 18.00 น. ที่รายการเดินหน้าประเทศไทย จะเปิดใจ “13 ทีมหมูป่า” ขณะติดถ้ำหลวง โดยรูปแบบรายการจะมีผู้ดำเนินรายชาย 1 คน ที่เป็นสื่อมวลชน และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีอาวุโสพอสมควร เพื่อพิจารณาว่าจะใช้คำถามอย่างไรที่เหมาะสม เพราะจะให้สื่อมวลชนส่งคำถามผ่านผู้ว่าฯ เชียงราย และจะมีนักจิตวิทยาคอยคัดกรองคำถามด้วยว่าคำถามใดเด็กควรตอบก็จะอนุญาตให้ตอบ และจะมีแพทย์ นักจิตวิทยา ครอบครัว และหน่วยซีล ร่วมพูดคุยด้วย

ทั้งนี้ หลังจบรายการเด็กๆ ทีมหมูป่า จะกลับบ้านทันที ซึ่งเป็นเรื่องตามอัธยาศัยของแต่ละคนที่จะสัมภาษณ์ต่อ แต่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเด็ก และสังคม อีกทั้งแพทย์จิตวิทยาอาจจะมีอะไรฝาก เพื่อเป็นข้อคิดข้อสังเกตว่าอะไรที่จะดูเป็นการกดดันเด็กไป หรืออะไรที่พอจะไปได้ ส่วนสถานที่จัดรายการ คาดเป็นห้องประชุมโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หรือสนามฟุตบอล ซึ่งต้องการให้เป็นบรรยากาศแบบสบายๆ นั่งคุยกัน ไม่ใช่เหมือนแถลงข่าว

ขณะที่ นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เปิดเผยอาการของ 13 นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี และโค้ช ได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ขณะนี้ ทุกคนสุขภาพร่างกายดีขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2-3 กิโลกรัม อยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ โดยทำกิจกรรมกลุ่มตามกระบวนการทางจิตวิทยา เช่น การสำรวจความรู้สึกภายใน การจัดการกับความรู้สึก การสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา เพื่อให้ทุกคน มีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังออกจากโรงพยาบาล และคาดว่า จะเป็นวันที่ 19 กรกฎาคม 2561

อาการ กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติ ผลเอกซเรย์ปอดปกติทุกคน ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน

นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาลได้ให้โรงพยาบาลแม่สาย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่อำเภอแม่สาย ร่วมกันดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ ร่วมกับทีมหมอครอบครัวและครูในโรงเรียนที่น้อง ๆ นักฟุตบอลเรียนอยู่ โดยมีสมุดคู่มือสุขภาพ ให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การดูแลสุขภาพ และการติดตามน้ำหนักตัว ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการติดตามผลในระบบโรงเรียนแล้ว.

keyboard_arrow_up