“ลีน่าจัง” ตีมึน อ้างเต้นหน้าถ้ำไม่แขวะใคร ย้อนผิดตรงไหน พูด “อยากติดถ้ำ” (คลิป)

จากกรณีนางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่า จัง ได้โพสต์คลิปวีดีโอผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ขณะเจ้าตัวและเยาวชนอีก 8 คน ยืนอยู่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง และตะโกนว่า “ติดถ้ำ อยากดัง อยากไปดูบอลโลก สื่อจ๋าช่วยไปทำข่าวหน่อยจ้า” ซึ่งหลังจากที่คลิปวีดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีกระแสวิพากย์วิจารณ์ดังกล่าว ซึ่งมองว่าเป็นการล้อเลียนทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี

ภาพจากคลิปลีน่าจัง เต้นหน้าถ้ำ

วันที่ 16 ก.ค. 61 นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่า จัง เปิดเผยว่า คลิปวิดีโอที่เห็น มาจากการเดินทางไปถ่ายทำรายการท่องเที่ยวของตนที่ถ้ำพระยานคร จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเดินทางไปกับช่างภาพ 2 คน เจอครอบครัวกลุ่มนี้ที่มาเที่ยวที่เข้ามาทักทาย จากนั้นตนจึงทำคลิปและมีการพูดในคลิปว่า “อยากติดถ้ำ อยากดัง อยากไปดูบอลโลก อยากได้รับทุนการศึกษา” ซึ่งขณะที่ตนทำคลิปวิดีโอนั้น ก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่เล่นกันขำ ๆ เท่านั้น อีกทั้งในคลิปตนก็ไม่ได้เอ่ยชื่อเด็ก 13 คนแต่อย่างใด และไม่มีกฎหมายข้อไหนระบุด้วยว่า ห้ามพูดคำว่า “อยากติดถ้ำ อยากดัง หรืออยากไปดูบอลโลก” และตนขอยืนยันว่า ในคลิปไม่ได้มีการหมิ่นประมาท หรือเสียดสีใคร

นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง

นอกจากนี้ ลีน่า จัง กล่าวว่า ตนไม่ได้เพิ่งจะมาทำคลิปวิดีโอท่องเที่ยวภายในถ้ำที่ทำพญานครเป็นคลิปแรก แต่ก่อนหน้านี้ตนก็เคยไปมาแล้วหลายถ้ำ โดยจุดประสงค์ที่ทำคลิปวิดีโอ เพื่อให้ความรู้ว่าประเทศไทยยังมีถ้ำอีกหลายแห่งที่มีความสวยงามและไม่อันตราย

ลีน่า จัง กล่าวว่า สำหรับการให้ทุนการศึกษาแก่ทีมหมูป่านั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าไปเกาะกระแสเด็ก เนื่องจากอยากโฆษณามหาวิทยาลัย ทำไมไม่เอาเงินไปช่วยเหลือเด็กที่เรียนดีแต่ไม่มีเงิน เพราะเด็กทีมหมูป่า เป็นเพียงแค่เด็กประสบภัยที่ทำผิดกฎของวนอุทยาน มีความผิดบุกรุกป่า ไม่ได้วิเศษอะไร เพียงแค่เป็นเด็กที่เตะฟุตบอล มีเด็กไทยอีกมาก ที่อยากได้ในสิ่งเหล่านี้

ส่วนเรื่องการให้สัญชาติไทยกับทีมฟุตบอลหมูป่า ตนอยากถามว่า ทีมหมูป่าบางคนไม่ใช่คนไทย และไม่ได้ทำชื่อเสียงอะไรให้กับประเทศชาติ จะมีอภิสิทธิ์อะไรในการได้รับสัญชาติไทย คนที่ควรได้รับการยกย่อง ควรจะเป็นชาวนาที่ยอมให้ไร่นาเสียหายมากกว่า ซึ่งตนชื่นชมมหาวิทยาลัยที่ให้ทุนการศึกษาแก่ลูกของชาวนาด้วย เพราะตนมองว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต่างหากที่ควรได้รับทุนการศึกษา

ลีน่า จัง กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลใช้งบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาทีมหมูป่านั้น ตนมองว่า ควรเอางบประมาณไปทำประโยชน์มากกว่านี้ โดยอาจจะเอาไปบริจาคโรงพยาบาลต่าง ๆ ส่วนทีมฟุตบอลหมูป่า ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตนอยากให้ออกจากโรงพยาบาลไปได้แล้ว เนื่องจากโรงพยาบาลนี้ มีบริจาคของตนกว่า 50,000 บาท ซึ่งห้องของโรงพยาบาลควรใช้สำหรับการรักษาประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ใช้รักษาอภิสิทธิ์ชนเพียง 13 คนเท่านั้น

สำหรับประเด็นเรื่องการเยียวยาสภาพจิตใจเด็กนั้น ลีน่า จัง กล่าวว่า “หมั่นไส้ ทำคุณประโยชน์เยียวยาอะไร เด็กพวกนี้ก๋ากั่น โค้ชเอกกับเด็กเข้าไปในถ้ำเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว รู้เส้นทางดี แต่ว่ารัฐบาลก็เป็นห่วงสภาพจิตใจ ควรเป็นห่วงคนป่วยหนักดีกว่าไหม คนเหล่านี้ต่างหากที่ควรได้รับการช่วยเหลือ”

keyboard_arrow_up