ลุงเจาะบาดาลตัวเปื้อนโคลน มาด้วยใจพร่องน้ำถ้ำ หมด 2 แสน คุ้ม 13 หมูป่ารอดคือรางวัล (คลิป)

วันที่ 12 ก.ค. 61 รายการทุบโต๊ะข่าว ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ได้เชิญ นายสุรทิน ชัยชมพู นายกสมาคมน้ำบาดาลไทย และนายประเสริฐ ทองคำฟู สมาคมน้ำบาดาลไทย ซึ่งได้เดินทางเข้าร่วมในภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่า อะคาเดมี 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จนกระทั่งภารกิจดังกล่าวได้ประสบผลสำเร็จ สามารถนำตัวผู้ประสบภัยทั้ง 13 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย

นายสุรทิน และนายประเสริฐ สมาคมน้ำบาดาลไทย ร่วมรายการ

โดย นายสุรทิน กล่าวว่า ตนเองเข้าไปช่วยสนับสนุนภารกิจด้วยการสูบน้ำบาดาลบริเวณรอบถ้ำ เพื่อช่วยในการลดระดับน้ำภายในถ้ำ ซึ่งการเจาะน้ำบาดาลในภารกิจนี้เป็นแบบเร่งด่วน คือเจาะไปพร้อมการอัดท่อ ประกอบกับน้ำข้างล่างชั้นดินมีโคลนผสม ทำให้ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ตัวเองก็ต้องเลอะเลอะโคลนไปด้วยตามที่เห็นในภาพที่มีคนแชร์กันบนโลกออนไลน์ ไม่ตั้งใจสร้างดราม่า ยอมรับว่าดีใจอยู่ส่วนหนึ่งที่คนจะน้ำภาพนั้นไปปั้นเป็นหุ่น แต่ตนสนใจเรื่องความปลอดภัยของเด็กมากกว่า

นายสุรทิน ชัยชมพู นายกสมาคมน้ำบาดาลไทย

นายสุรทิน เล่าว่า ตัวเองติดตามข่าวเด็กติดถ้ำหลวงมาตั้งแต่วันแรก ๆ โดยทราบจากข่าวว่า ระดับน้ำที่สูบออกมาจากถ้ำนั้นไม่ลดลงสักที จึงเสนอตัวที่จะระดมรถเจาะน้ำบาดาลเข้าไปช่วยในภารกิจทันที โดยเมื่อไปถึง ก็ได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจภายในถ้ำ ก็พบกับความสลับซับซ้อนของตัวถ้ำ เมื่อต่อเครื่องสูบน้ำออกจากถ้ำ ก็พบว่าไม่สามารถใช้สูบออกได้ทั้งหมด  เพราะมีน้ำไหลเข้ามาจากทุกที่ จึงได้ใช้วิธีเจาะบาดาลเพื่อให้น้ำในดินถ่ายเทออกแล้วน้ำภายในถ้ำถูกระบายมาแทน

โดยพอทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทยอยลำเลียงเด็กออกจากถ้ำแล้ว ตนเองดีใจจนน้ำตาไหล จึงตั้งใจว่าจะไปรอกอดเด็ก แต่มีคนบอกว่าเข้าไม่ได้ ตัวเองก็คิดว่าไม่เป็นไรเพราะจะปิดทองหลังพระ ซึ่งจนถึงวันที่ลำเลียงเด็กออกมาได้ในวันสุดท้าย ตนก็ยังไม่เจอเด็กก็ตาม

ทั้งนี้ การทำงานทั้งหมดเป็นการทำด้วยจิตอาสา แม้วันสุดท้ายของภารกิจจะเหลือเงินติดตัวอยู่แค่ 1,000 บาท ซึ่งเงินค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ตลอดเวลาเข้าไปช่วยภารกิจ 15 วัน หมดไปรวมแล้ว 2 แสนบาท แต่นายสุรทินบอกว่าตนเองได้รับค่าตอบแทนแล้ว นั่นคือชีวิตทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ถือว่าเป็นรางวัลของตนเองแล้ว

นายสุรทิน โชว์หมวกและถึงมือพระราชทาน

นอกจากนี้ นายสุรทิน ยอมรับว่าสิ่งที่ภูมิใจอีกอย่างหนึ่งในภารกิจนี้ คือถุงมือและหมวกที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ พร้อมทั้งฝากเตือนทีมหมูป่าว่า ครั้งต่อไปอย่าเข้าไปในถ้ำอีกไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม เพราะอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ และฝากถึงพ่อแม่ของเด็กว่าให้เอาบทเรียนครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์

นายประเสริฐ ทองคำฟู สมาคมน้ำบาดาลไทย

ด้าน นายประเสริฐ บอกว่า การช่วยทีมหมูป่านั้นตนเองไปด้วยใจ ตัวเองใจถึงจึงไม่ลังเลที่จะช่วย และเมื่อรู้ว่าเจอเด็กทั้ง 13 คนแล้วก็ตื้นตัน และดีใจมาก สุดท้ายนายประเสริฐได้แต่งกลอนเพื่อสดุดีให้กับ จ.อ.สมาน กุนัน ผู้เสียสละชีวิตในภารกิจช่วยทีมหมูป่าอะคาเดมีในครั้งนี้ด้วยว่า

กลอนที่นายประเสริฐแต่งให้จ่าแซม

“จากร้อยเอ็ด ถึงแม่สาย สุดสยาม
ช่วยสิบสาม ชีวิต ติดถ้ำหลวง
จ่าสมาน จ่าใจเพชร ใจเด็ดดวง
คงหมดห่วง เมื่อน้องสู่ คอกหมูแล้ว

แผ่เมตตา วิญญาณ ทหารกล้า
บุญนำพา สู่สวรรค์ ชั้นเกตุแก้ว
เกียรติยศ วงศ์ตระกูล พูนเพริดแพรว
คนอยู่แนว หลังซาบซึ้ง ซึ่งน้ำใจ”

keyboard_arrow_up