แก๊งค้ายาเหิม! จับสาวเรียกค่าไถ่ แค้นไม่จ่ายค่ายาบ้า-สุดท้ายโดนรวบ (คลิป)

จากกรณีกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์รถเก๋งยี่ห้อเชฟโรเลต ขับตามเข้ามาปาดหน้ารถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ของ น.ส.เอ ซึ่งมากับเพื่อนชายอีก 2 คน ก่อนที่จะมีชาย 2 คน สวมเสื้อสีแดง ถือมีดยาวประมาณ 1 ฟุต พยายามมาทำร้ายเหยื่อและกระโดดถีบกระจกรถ จากนั้นได้มีรถกระบะขับตามมาสมทบก่อนที่จะมีชาย 1 คน ลงมากระชากผม น.ส.เอ แล้วนำตัวขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป และนำตัว น.ส.เอ.ไปกักขังไว้ที่โกดังร้างข้างถนนทางเข้าตัว อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ และโทรศัพท์ไปหาพ่อ แม่ และญาติของน.ส.เอ เพื่อแลกกับการไถ่ตัว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ชื่อนายมานะศักดิ์ อุดมพันธ์ หรือเปรี้ยว อายุ 23 ปี, นายสุรศักดิ์ จันทร์เพ็ง หรือ แป๋ม อายุ 20 ปี และนายธนารัตน์ ภูโชคชัย หรือ โชค อายุ 23 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็น 3 ใน 5 คนที่ร่วมกันก่อเหตุขับรถปาดหน้าน.ส.เอ อายุ 26 ปี ก่อนที่จะลงไปฉุดกระชากผมรุมทำร้ายแล้วนำตัวไปกักขังไว้เพื่อเรียกค่าไถ่จำนวน 350,000 บาท ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุในภาพกล้องวงจรปิดจริง โดยร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ที่กำลังหลบหนี ส่วนสาเหตุที่ฉุด น.ส.เอ ไปเรียกค่าไถ่นั้น เพราะต้องการทวงเงินจำนวน 350,000 บาท ที่ น.ส.เอ ติดค้างค่ายาบ้า ซึ่งที่ผ่านมาพยายามทวงหลายครั้ง แต่ก็บ่ายเบี่ยงตลอด จึงฉุดตัวขึ้นรถดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 61 พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังติดตามตัวผู้ก่อเหตุอีก 2 คนที่เหลือ คือ นายแซม และนายมี่ ซึ่ง 2 คนนี้เป็นหัวโจกในกลุ่มแก๊งดังกล่าว โดยเป็นคนขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เดินลงมายังจุดเกิดเหตุแล้วได้เดินลงจากรถมากระชาก น.ส.เอ ลงจากรถเก๋งขึ้นมาบนรถกระบะแล้วขับไปบ้านร้างเพื่อทำการเรียกค่าไถ่ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ยังอยู่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และหากศาลอนุมัติออกหมายจับแล้วก็จะดำเนินการออกทำการติดตามตัวมาดำเนินคดีทันที

ทั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิด กฎหมาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนอีก 2 คน คือนาย แซม และนายมี่ ซึ่งเป็นลูกพี่ใหญ่ของกลุ่มเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการจับกุมตัวให้เร็วที่สุด

keyboard_arrow_up