เพจ พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย แจงปมกำหนดค่าสี ‘ธงชาติ’ ชี้เพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกัน

สืบเนื่องจากกรณีที่โลกโซเชียลได้มีการแชร์เรื่องราวของการกำหนดค่าสีของธงชาติไทยเสียใหม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้น มีการประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2560 นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 เพจเฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย ได้โพสต์ข้อความชี้แจงประเด็นดังกล่าว โดยเปิดเผยเรื่องดังกล่าเป็นเพียงการกำหนดค่าสีให้ได้มาตรฐานตามหลักสากลเท่านั้น  และเพื่อเป็นการสื่อสารกับชาวต่างชาติที่จะต้องทำธงชาติไทย ให้สามารถทำได้ตรงตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใชช่การกำหนดค่าสีใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ในความตอนหนึ่ง เพจเฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย ได้อธิบายดังนี้…ขอสรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ … รัฐบาลได้กำหนดค่ามาตรฐานสีธงชาติไทยเพื่อให้มีค่ามาตรฐานที่สามารถรับรู้ได้ที่เป็นหน่วยสากล และทุกประเทศยอมรับ ไม่ใช่ใช้เพียงคำพูดในการระบุค่าสีเช่น “สีน้ำเงินแก่” “สีขาบ” “สีแดง” เพราะผู้ผลิตธงก็ไม่ทราบว่าน้ำเงินแก่แค่ไหน? แก่มากแก่น้อยอย่างไร? และยิ่งถ้าต้องอธิบายให้ต่างชาติที่จำเป็นต้องทำธงชาติไทยเพื่อใช้ประดับสำหรับการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ หรือระดับนานาชาติยิ่งลำบากใหญ่ เพราะแต่เดิมประเทศไทยไม่มีรหัสค่าสี (Code)ให้เขารับรู้เพื่อจัดทำธงชาติไทย …

และการกำหนดค่ามาตรฐานสีธงชาตินี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลยนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติสยามในพระราชบัญญัติธง เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๐ … (พระราชบัญญัติธง พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติธงที่ใช้ในปัจจุบัน ไม่มีการระบุค่ามาตรฐานสีธงชาติไทยแต่อย่างใด มีเพียงการระบุในเรื่องของโทษต่อความผิดในการใช้ธงชาติไทยซึ่งสัมพันธ์กับการประกาศเรื่องระเบียบการใช้ การชัก การประดับธงชาติไทยโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ปี พ.ศ. ๒๕๒๙) …

ดังนั้นขอให้เข้าใจตรงกันว่า รัฐบาลได้กำหนดค่ามาตรฐานสีธงชาติไทยให้เป็นหน่วยสากลแทนคำพูด (ไม่ใช่การกำหนดค่าสีใหม่ เพราะนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติ ก็ไม่เคยมีการกำหนดค่ามาตรฐานสีมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์จนถึงวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี ดังนั้นจึงไม่มีคำว่าใหม่ ไม่มีคำว่าเก่าครับ)

keyboard_arrow_up