“ศรีวราห์” ลั่นอย่ามาหยาม! เอาผิดคนสร้างข่าวเท็จทำลายชื่อ ป้องสิทธิตัวเอง

จากกรณีที่นายวิบูลย์ธร กมลนฤเมธศ์ ผู้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาปลดพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ออกจากตำแหน่ง หลังถูกกระแสโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย จนมีประชาชนลงชื่อสนับสนุนปลดพลตำรวจเอกศรีวราห์ออกจากตำแหน่งกว่า 1 แสน 3 หมื่นรายชื่อ และมีผู้กดไลค์กว่า 4 แสนคน

นายวิบูลย์ธร เข้าพบพลตำรวจเอกศรีวราห์

วันที่ 2 ก.ค. 61 นายวิบูลย์ธร ได้เข้าพบพลตำรวจเอกศรีวราห์ เพื่อขอโทษ ภายหลังได้ดูคลิปฉบับเต็มที่พลตำรวจเอกศรีวราห์ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กำชับไม่ให้กระทำผิดข้อกฎหมายเรื่องการขุดเจาะถ้ำอุทยานแห่งชาติ และการบินโดรน โดยนายวิบูลย์ธรระบุว่า ที่ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวเพราะเป็นห่วงเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนมาก จึงโมโห แต่เมื่อได้ดูคลิปฉบับเต็มก็รู้ว่าตนเองเข้าใจผิดไป และรีบลบโพสต์ทันทีเพื่อความถูกต้องและต้องการให้ความเป็นธรรมกับพลตำรวจเอกศรีวราห์ โดยที่ตนเองก็ไม่คิดว่าโพสต์ของตนเองจะถูกแชร์ไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังถูกบุคคลอื่นนำรูปและข้อความที่โพสต์ไปแอบอ้างและแชร์ต่อ ตนเองต้องขอโทษพลตำรวจเอกศรีวราห์ด้วย เพราะตอนนี้เข้าใจแล้วว่าพลตำรวจเอกศรีวราห์ทำตามหน้าที่ ไม่ได้บกพร่องแต่อย่างใด

นายวิบูลย์ธร ยกมือไหว้ขอโทษพลตำรวจเอกศรีวราห์

ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ บอกว่าไม่ติดใจเอาความ เพราะนายวิบูลย์ธรไม่มีเจตนา เป็นเพียงความเข้าใจผิด ซึ่งตนเองก็มีกำลังใจดีขึ้น และรู้สึกได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่ากำลังใจจะท้อถอย ทั้งนี้ ตนเองยืนยันว่าทุกอย่างที่พูดหรือทำไป ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่มีเจตนาเพื่อจะช่วยเหลือเด็กและโค้ชทั้ง 13 คน ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และตนเองก็มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการพิเศษโดยตรง ที่ต้องซักถามเรื่องการขุดเจาะถ้ำ หรือใบอนุญาตต่างๆ ก็เพื่อให้เกิดความถูกต้อง และเป็นระเบียบเรียบร้อย

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ส่วนผู้ที่มีเจตนาแชร์ข้อมูลข่าวสาร หรือสร้างข่าวเท็จ ทำให้เกิดเสียหาย เช่น ข่าวปลอมที่ตนเองจะดำเนินคดีกับเด็กที่ติดถ้ำ ก็จะต้องดำเนินคดีเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง โดยได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับผู้โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวแล้ว ซึ่งบุคคลนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของโกตี๋ ซึ่งอยู่ในประเทศกัมพูชา และเป็นกลุ่มที่ไปเรียกร้องหน้าองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ทั้งนี้ส่วนตัวก็ไม่ได้อยากจะเอาผิดใคร แต่ก็อย่ามาหยามกันให้มากนัก

keyboard_arrow_up