เดินหน้า ปฏิบัติการเจาะผนังถ้ำหลวง-ระบายน้่ำ เร่งช่วย 13 ชีวิต

ความคืบหน้ากรณีที่โค้ชอายุ 25 ปี และเด็กทีมฟุตบอล “หมูป่า” อายุตั้งแต่ 11-16 ปี จาก ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวม 13 คน พลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานเข้าไปติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบกลุ่มเยาวชนดังกล่าวนั้น (อ่านเพิ่มเติม ครั้งแรก! พบ 2 โพรงใหม่ดอยผาหมี มุดพิสูจน์ถึงถ้ำหลวง – กรมธรณีลงด่วน ยันข้อมูลใหม่ (คลิป))

ล่าสุดจากที่มีการปรับแผนช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำหลวง โดยเจ้าหน้าที่เร่งเจาะบาดาล เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากถ้ำให้มากขึ้น โดยเช้าวันนี้ มีปริมาณน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม ประมาณ 10 ซม. โดยการปรับแผนครั้งใหญ่นี้ เริ่มขึ้นเวลา 19 นาฬิกา เมื่อวานนี้(28 มิ.ย. 61) จนถึงขณะนี้ การจุดเจาะดำเนินการมา ได้ 15 ชั่วโมงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ใช้มีการใช้รถเจาะหาน้ำบาดาล พิกัด 15 -20 เมตรจากปากถ้ำ เป็นจุดที่มีการคำนวณแล้วว่าน้ำในถ้ำไหลผ่าน

นายกสมาคมน้ำบาดาล ระบุว่า ถ้าเจาะถ้ำเข้าไป แล้วเจอน้ำ 100 คิวต่อชั่วโมง จะหยุดแล้วสูบน้ำทันที โดยเครื่องเจาะน้ำบาดาลเต็มประสิทธิภาพเจาะได้ 500 เมตร ในเวลา 5 ชม. หากเข้าถึงจุดที่เป็นแนวแตกของชั้นหิน จะสามารถระบายน้ำได้ถึง 1,000 ลูกบาศก์เมตร แต่การเจาะหาน้ำบาดาลผ่านไป 2 ชม. ต้องมีการเปลี่ยนแผนการเจาะจาก”แนวทแยง” เป็น”แนวดิ่ง” เพราะเจาะเข้าไป 42 เมตรยังไม่พบน้ำใต้ดิน เพราะเครื่องสูบน้ำไม่ดูดน้ำออกมา และขยับที่เจาะใหม่ต่อ ครั้งที่ 2 ในแนว 90 องศา

ขณะที่ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดทั้งคืน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าบัญชาการด้านในถ้ำหลวงด้วยตัวเอง เพื่อให้การทำงานราบรื่น เจ้าหน้าที่ทุกคน เดินหน้าปฏิบัติงานในถ้ำ โดยไม่มีการหยุดพัก นอกจากนี้ ยังต้องทำงานแข่งกับเวลาตลอดคืน โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด 500 กิโลวัตต์ เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เร่งระบายน้ำออก และติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 30 KVA ระบบแสงสว่างให้เพียงพอ กับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในถ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า เช้าวันนี้ มีปริมาณน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม ประมาณ 10 ซม. แม้จะไม่มีฝนตกลงมา แต่เป็นน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไหลลงมาเติม

การปรับแผนสูบน้ำจากใต้ดินในพิกัดใกล้ปากถ้ำ ยังเป็นความพยายามลดระดับน้ำในถ้ำหลวง เพื่อเปิดทางให้ “หน่วยซีล” ดำน้ำเข้าสู่พิกัดเป้าหมายหาดพัทยาด้านท้ายถ้ำหลวง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักมาตั้งแต่เปิดปฏิบัติการค้นหา

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า นอกจากการระบายน้ำออกจากถ้ำแล้ว แผนที่ 2 ก็คือการเจาะถ้ำ หาช่องทางที่จะเข้าไปภายในถ้ำจากด้านบน จากที่พบปล่องหลายช่องทาง คาดว่าจะสามารถเข้าไปภายในได้ ซึ่งวันนี้จะได้จัดชุดเข้าไปสำรวจอีกครั้ง ในส่วนการเจาะผนังถ้ำ เพื่อเปิดทางจากด้านข้างของถ้ำนั้นจะต้องให้วิศวกรวัดระดับให้ถูกต้อง และหายานพาหนะที่จะสามารถเคลื่อนย้ายอุปกรณ์นี้ เพราะอุปกรณ์ที่จะมาติดตั้งน้ำหนักอย่างต่ำ 2 ตัน หากวางระดับผิดก็อาจจะทำให้เครื่องเสียไปเปล่าๆ จึงต้องมีการวางแผนให้รัดกุมก่อนที่จะนำมาใช้ และการที่จะเจาะนังถ้ำจะต้องมีความชัดเจนว่าเป็นจุดใด เพราะเป็นถ้ำหินปูน ซึ่งอาจจะกระทบกับตัวถ้ำ และอาจทำให้เกิดอันตรายกับผู้ที่อยู่ภายในได้

keyboard_arrow_up