คนขับปาเจโร่ตัดหน้าเก๋ง แจง ไม่พร้อมขมา 3 ศพ ยันเยียวยา – ญาติเหยื่อถามหาสำนึก (คลิป)

จากกรณีที่อุบัติเหตุระหว่างรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ที่เพิ่งกลับจากการเดินสายทำบุญ ต้องหักหลบรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ที่กลับรถถนนมาลัยแมน หมู่ 5 ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ทำให้รถเก๋งวีออสเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 3 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย โดยที่รถยนต์ปาเจโร่หลังเกิดเหตุก็ไม่ได้หยุดรถเพื่อลงมาดูเหตุการณ์หรือให้ความช่วยเหลือ (อ่าน : ญาติเหยื่อเก๋งถูกปาเจโร่ปาดหน้า ทำใจไม่ได้ เสียเสาหลักของบ้าน ซัดคู่กรณีอ้างเสียใจ ทำไมไม่มาขอขมา)

นายประสิทธิ์ อัตคงหาร น้องชายผู้เสียชีวิต

นายประสิทธิ์ อัตคงหาร น้องชายผู้เสียชีวิต เผิดเผยว่า วันเกิดเหตุคนในรถทั้ง 7 คน กำลังกลับจากไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ที่วัดพระลอย ซึ่งเหลือระยะทางอีกไม่ถึง 1 กิโลเมตรจะถึงบ้าน ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่มีการติดต่อใด ๆ จากคู่กรณี หากไม่มีคนในโลกโซเชียลที่หาข้อมูลของผู้ก่อเหตุก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เย็นวันเกิดเหตุ ตำรวจโทรมาบอกเพียงว่า ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุคือใคร จนเมื่อคืนวันที่ 22 มิถุนายน ตัวแทนของนายมนตรี ได้นำพวงหรีดมาร่วมงานศพ และบอกเพียงว่า นายมนตรียังทำใจไม่ได้ ซึ่งตนเองอยากถามกลับไปว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวคุณ คุณจะทำใจได้ไหม ถ้าคุณมีจิตสำนึกจริง ๆ ทำไมไม่จอดดู ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ขับรถ รถชนผมรีบช่วยทันที แม้จะไม่ได้เป็นคนชน แต่คนทำกลับหนีไป คุณคิดอะไรอยู่ ส่วนตัวแทนของนายมนตรี ที่มางานศพก็ไม่ได้เข้ามาเจรจาอะไร บอกแค่ว่าจะช่วยเหลืองานศพ ไม่ต้องเป็นห่วง

บรรยากาศงานศพ เหยื่อถูกรถยนต์ปาเจโร่ชนเสียชีวิต
บรรยากาศงานศพ เหยื่อถูกรถยนต์ปาเจโร่ชนเสียชีวิต

นายประสิทธิ์ ยอมรับทั้งน้ำตาว่า ทุกคนในครอบครัว ติดใจกันหมดว่า ทำไมนายมนตรีถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำไมไม่ลงมาช่วยเหลือ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็ต้องให้อภัย ไปฆ่าเขาตายก็ไม่ได้อะไร คนตายไปแล้วเรียกคืนมาไม่ได้ ฆ่าเขาตายพี่ชายผมก็ไม่ฟื้น คุณมีหน้าที่การงานที่ดี ไม่มีจิตสำนึกเลยหรอ หากคุณหยุดดูสักนิด ทุกคนจะให้อภัยคุณหมด ตอนนี้ทุกคนยอมรับความเป็นจริงต้องปลง เพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว ทั้งนี้ ตนอยากให้เขามาขอขมาศพ ถ้าเขาไม่มาจะอยู่ได้หรือ หลังจากนี้ จะรอคุยกับญาติของผู้เสียชีวิตทั้งหมดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ถ้าคดียังไม่จบ ก็จะไม่เผาศพพี่ชาย

มนตรี แข็งเขตการณ์ คนขับรถปาเจโร่ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ทีมข่าวโทรศัพท์ติดต่อไปยัง นายมนตรี แข็งเขตการณ์ คนขับรถปาเจโร่ คู่กรณี โดยเปิดเผยว่า ตอนนี้พักอยู่ที่บ้าน ยืนยันว่า ตนยังไม่สะดวกไปร่วมงานศพ และให้ข้อมูลอะไร เนื่องจากยังติดธุระเรื่องของผู้บาดเจ็บ และเรื่องของคดีความ แต่ในช่วงเย็นวันนี้ส่งตัวแทนนำเงินบางส่วนไปช่วยเหลือค่าทำศพกับญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว

จุดเกิดเหตุ ที่กลับรถถนนมาลัยแมน จ.สุพรรณบุรี

นอกจากนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ โดยได้ลองขับรถจำลองเหตุการณ์ ในจุดกลับรถดังกล่าว รวมถึงสังเกตการกลับรถของรถแต่ละคันที่ใช้จุดกลับรถนี้ พบว่า รถเกือบทั้งหมด ที่กลับรถมาจะต้องตีวงกว้างมาถึงช่องทางซ้ายสุดของถนน ซึ่งเป็นช่องทางเดียวกับรถปาเจโร่ของนายมนตรีที่ขับมา ส่วนรถที่ขับมาทางตรง จะใช้ความเร็วประมาณ 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง

วงกต จุลอุทัย ชาวบ้านใกล้กับจุดเกิดเหตุ

นายวงกต จุลอุทัย อายุ 62 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับจุดที่เกิดอุบัติเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุหลังได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น ตนออกไปดูหน้าบ้าน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร เห็นประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก และคนขับอยู่ในสภาพเอนตัวเหมือนจะล้ม รวมถึงพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมาเข้าไปช่วยเหลือ จึงรีบโทรหากู้ภัยฯ ส่วนกล้องวงจรปิดของที่บ้าน ไม่สามารถจับภาพตอนเกิดอุบัติเหตุได้ แต่มีชิ้นส่วนกันชนหน้าของรถวีออส ที่กระเด็นมาไกลถึงหน้าบ้านตนเอง ก่อนที่รถปาเจโร่จะขับผ่านไป และที่ผ่านมา จุดกลับรถตรงนี้ ไม่เคยมีอุบัติเหตุใหญ่ อาจจะมีบ้างที่เกิดการเฉี่ยวชน หรือเบียดกันจากการกลับรถ

นายอนุรักษ์ เขียวหวาน ผู้รอดชีวิต

ด้านนายอนุรักษ์ เขียวหวาน ผู้รอดชีวิต เล่าว่า ตัวเองนั่งอยู่ที่เบาะหลังคนขับติดกับประตู ซึ่งตอนนั้นกำลังเดินทางกลับบ้าน หลังจากไปทำบุญ และยังคุยเล่นกับนายเอกลักษณ์ คนขับรถอยู่ จนได้ยินเสียง น.ส น้ำฟ้า ทรัพย์ประเดิมชัย พร้อมเด็กชาย 6 ขวบ ผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่เบาะหน้าคู่กับคนขับส่งเสียงกรี๊ด จากนั้น เกิดอุบัติเหตุ ภาพก็ตัดไป จนมีคนมาช่วยดึงตนออกมาจากรถ สำหรับอาการบาดเจ็บตอนนี้ ยังมีอาการจุกที่ท้อง และหน้าอก เนื่องจากแรงกระแทก และคิดว่าที่รอดชีวิตมาได้ เพราะหลวงปู่ทวดช่วยไว้ สุดท้ายอยากฝากไปถึงคนขับปาเจโร่ ให้มารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ มาดูแลญาติพี่น้องของตนที่บาดเจ็บ และรับผิดชอบคนตายด้วย

keyboard_arrow_up