“พระมหาไพรวัลย์” เสนอวิธีโปรยทานเงินล้าน ป้องคนรุมแย่ง ติงทำบุญอย่าลืมมองปัญหา (คลิป)

วันที่ 23 มิ.ย. 61 บรรยากาศที่วัดโพธาราม จ.ราชบุรี มีพิธีอุปสมบท นายธนา กมลพันธ์ทิพย์ ลูกชายของนายสมชาย กมลพันธ์ทิพย์ วัย 58 ปี เจ้าของธุรกิจไฟแนนซ์ และเจ้าของรีสอร์ทรายใหญ่ ใน จ.ราชบุรี โดยมีประชาชนในพื้นที่ เดินทางมาที่วัดเพื่อร่วมงานบุญเป็นจำนวนมาก หลังจากเจ้าภาพประกาศแจกไข่โปรยทานเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท (ชมคลิป) ด้านพระมหาไพรวัลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จะคุ้มกับการโดนเหยียบไส้แตกไหม” โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

พิธีอุปสมบทนายธนา กมลพันธ์ทิพย์ วัดโพธาราม จ.ราชบุรี

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีเดินทางมาที่วัดสร้อยทองเพื่อพูดคุยกับ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน วัดสร้อยทอง และสอบถามถึงกรณีดังกล่าว โดยพระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า การประกาศว่าจะโปรยทาน 1 ล้านบาท ย่อมทำให้ผู้คนเกิดกิเลส หากจะโปรยทานด้วยเงินจำนวนมาก ควรมีระบบการจัดการให้ดีกว่านี้ เช่น เข้าคิว หรือให้ทานในจำนวนเงินเท่า ๆ กันทุกคน เพื่อป้องกันการเบียดเสียด วิ่งราว และการแย่งเงินจนได้รับบาดเจ็บ

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน วัดสร้อยทอง

ซึ่งอาตมามองว่าการให้ทานเป็นสิ่งที่ดี แต่เวลาเราจะให้ทานหรือทำทาน เราต้องคำนึงถึงปัจจัย หรือบริบทที่มากกว่านั้น เช่น กรณีของจำนวนทานที่จำนวนมาก วิธีการที่จะแจกจ่ายทาน อาตมามองว่าถ้ามีคนจำนวนมากต้องการจะมารับทาน ถ้าไม่มีการควบคุมดูแลที่ดี จะนำปัญหามาสู่คนที่เป็นเจ้าของทานได้ แทนที่การให้ทานจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยดีงามตามจุดประสงค์ของคนให้ทาน บางทีอาจจะสร้างปัญหาให้ คนไปจำนวนเยอะเบียดเสียดกัน อาตมาทราบมาว่า มีการวิ่งราว การขโมยโดยอาศัยช่วงชุลมุน ขโมยของจากคนที่มารับแจกทานด้วย

ทั้งนี้ ตามหลักศาสนามีข้อบังคับข้อกำหนดเรื่องในธรรมบท เรื่องราวของเศรษฐีที่จะทำทาน ปรากฎว่าตอนแจกทานไม่ได้ดูแลอย่างเป็นระบบ พอแจกไปนาน ๆ คนเริ่มเยอะขึ้น ส่งเสียงดัง เบียด คนแก่ เด็กที่ควรจะได้ทาน ก็สู้กำลังคนหนุ่มที่มาแย่งไม่ได้ ทำให้ทานไม่เกิดประโยชน์ ลูกสะใภ้เลยเสนอวิธีแจกทาน ให้คนรับทานต่อแถว เข้าประตูด้านหนึ่ง ออกทางประตูด้านหนึ่ง วิธีการต้องมีวิธีการจัดให้ดี แล้วทานที่ให้ จะได้เข้าถึงกับคนทุกคน ทั้งนี้ การให้ทานจะให้เท่าไหร่ก็ได้ แล้วแต่ความประสงค์ อย่างกรณีเจ้าภาพ เขาอาจจะมีฐานะเป็นเศรษฐีมีเงินทอง ต้องไม่ใช่นึกแค่อยากจะให้ ไม่ให้จัดแจงว่าเราจะทำอย่างไรให้เงินทานได้ประโยชน์ และเข้าถึงกับทุกคน ให้คนต่อแถวแบบตรุษจีนดีกว่า เงินแจกทานจะได้กับคนทุกคน หรือกระจายมากกว่านี้ เช่น เงิน 1 ล้าน ธนบัตรใบละ 100 มี 1 หมื่นใบ แจกทีละคน คน 1 คน จะได้ 100 บาท เท่ากันหมด เราได้ทำทานแบบทั่วถึง ไม่ต้องเบียดเสียด เพราะบางคนอาจถูกผลักถูกเบียดได้รับบาดเจ็บจากการที่มาแย่งทาน บางคนไม่ได้ทานแต่ได้รับบาดเจ็บ บางคนรองเท้าขาด เดินเท้าเปล่ากลับบ้าน เอาลูกมา เอาเด็กมา ช่วงชุลมุนคนก็ไม่สนใจ คนอยากจะได้เงิน ทำร้ายเด็กก็มี

พิธีอุปสมบทนายธนา โปรยทาน 1 ล้านบาท

ซึ่งก่อนวันงาน เจ้าภาพประกาศจะแจ้ง 1 ล้านบาท จะก่อให้เกิดกิเลสกับคนที่มาร่วมงานบุญครั้งนี้ ประกาศด้วยจำนวนเงินเยอะ ๆ คนฟังก็อยากจะได้เงิน ไม่ได้มีวิธีการให้ทานอย่างเป็นกระบวนการให้ทุกคนได้เท่ากัน คนก็ยิ่งอยากจะได้ ก็มาแย่งกัน การทำแบบนี้ ก็ไม่ถือว่าทำผิดหลักทางศาสนา เพราะเจ้าภาพอาจจะมีเจตตนาที่ดี เพียงลืมนึกถึงกระบวนการที่จะแจกทานว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดความชุลมุน

ส่วนกรณีในเฟซบุ๊กของพระอาจารย์ ที่มีคนมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยนั้น พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า คนไทยมองอะไรน้อยเกินไป หลายคนอาจจะบอกว่าแล้วแต่เจตนารมณ์ของเขา เขาอยากจะให้ทาน เขามีเงิน แต่การทำแบบนั้นบางทีถ้านำการบาดเจ็บ เสียทรัพย์ ถ้าเขายากจนแล้วอยากได้เงิน มันก็ไม่ถูกต้อง ถ้าเราแก้ไขได้ มีทางเลือกในการให้ทาน สามารถแจกจ่ายไม่ชุลมุนวุ่นวาย อาตมาอยากรู้ว่าแบบไหนสมควรกว่า เราเลือกได้ เราเป็นเจ้าของทาน

ชาวบ้านร่วมพิธีอุปสมบทนายธนา โปรยทาน 1 ล้านบาท

ส่วนคนที่มาคอมเมนต์ว่าพระอาจารย์นั่งรับซองอยู่ที่วัดจะสบายกว่าการรอแย่งเงินโปรยทานนั้น พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า อาตมาไม่ได้รู้จักหรือสนิทด้วย แต่เขาอาจจะมาแหย่ เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่มักง่ายแค่นึกอยากจะทำ ควรคำนึงถึงปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา จากความปรารถนาดีในการให้ทานของเรา สมมติว่าถ้ามีใครสักคนเป็นลมเสียชีวิตถูกเหยียบ ต้องมาเสียชีวิตเพราะแย่งเอาเงิน เหมาะสมหรือเปล่า

ชาวบ้านร่วมพิธีอุปสมบทนายธนา โปรยทาน 1 ล้านบาท

สุดท้าย พระมหาไพรวัลย์ ฝากว่า อาตมาอยากให้เข้าใจจุดประสงค์ การให้ทานเป็นกุศโลบาย มาบวชต้องสละทรัพย์สมบัติ รวยแค่ไหน เงินทองก็ไม่ได้เป็นประโยชน์ เอาไปไม่ได้เมื่อเสียชีวิต ถ้าอยากจะทำทาน ควรหาวิธีที่ดีกว่านี้ พระพุทธเจ้าบอกว่าทานที่จะทำควรเลือกให้ดีก่อน พิจารณาให้ดีว่าทำแล้วเกิดประโยชน์ จึงค่อยทำ การบวช การโยนทาน เป็นธรรมเนียมของไทย สมัยพุทธกาลก็ไม่ได้มีการให้ทาน แต่เราถือว่าการโปรยทานเป็นการสงเคราะห์คนยากไร้ในสมัยก่อน ไปไหน ๆ ขึ้นข้างก็โปรย ชาวบ้านก็เอามาใช้ อาตมายืนยันว่า เรามีวิธีที่ดีกว่านี้ที่จะทำ เงินเป็นล้าน ถ้าเราทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์ในส่วนรวมมากกว่าโปรยให้คนร้อยสองร้อย อาตมาว่ามีวิธีทำ ถ้าจะทำก็ทำให้เป็นระบบ อาจจะไม่ให้เงิน ป้องกันการคนรับทานคนแย่งทานนำเงินไปซื้อสิ่งไม่ดี ไปเล่นพนัน เราก็แจงสิ่งของ ข้าวสารคนละถุง มาหมื่นคนแจกหมื่นถุง อยู่ที่วิธีคิดว่าเราคิดลึกหรือคิดตื้น

keyboard_arrow_up