พลังประชารัฐตั้งรัฐบาล ต้องมี “งูเห่า” ดูดได้หลักสิบ เพื่อไทยแพ้ (คลิป)

วันที่ 26 มี.ค. 62 สืบเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. 500 คน อย่างไม่เป็นทางการ (นับคะแนน 94%) จำนวน ส.ส. ของพรรคใหญ่ที่จะจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย 137 คน และพรรคพลังประชารัฐ 115 คน

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. (นับคะแนน 94%)
ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่มีสิทธิ์ทำงานในรัฐสภา

โดยพรรคเพื่อไทยได้จำนวน ส.ส.แบ่งเขตมากที่สุด แต่ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้น ผู้ที่จะไม่มีสิทธิ์ทำงานในรัฐสภาของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายเสนาะ เทียนทอง และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เหลือ

จำนวน ส.ส. กรณีพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล
จำนวน ส.ส. กรณีพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคอื่น

สูตรการจัดตั้งรัฐบาล จากการตั้งสมมติฐาน พรรคเพื่อไทย ร่วมกับพรรคอนาคตใหม่, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาชาติ, พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคชาติพัฒนา รวมทั้งสิ้น 305 คน

จำนวน ส.ส. กรณีพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล
จำนวน ส.ส. กรณีพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคอื่น

พรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาชาติ, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรคชาติพัฒนา, พรรคประชาชนปฏิรูป รวมทั้งสิ้น 244 คน

จำนวน ส.ส. กรณีพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคอื่น และ ส.ว. 250 คน

ทั้งนี้ จำนวน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อร่วมกับพรรคอื่นแล้ว ยังแพ้พรรคเพื่อไทย โดยหากพรรคพลังประชารัฐ จะจัดตั้งรัฐบาลได้ จะต้องพึ่ง ส.ว. 250 รวมเป็น 494 คน เพื่อส่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ได้

ลงมติงบประมาณแผ่นดิน ต้องใช้ ส.ส. 251 เสียง

อย่างไรก็ตาม ส.ว. 250 คน ไม่สามารถลงมติบริหารประเทศได้ ดังนั้น การลงมติงบประมาณแผ่นดิน จะต้องใช้เสียง ส.ส.ครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด 500 คน คือ 251 คน ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.เพียง 244 คน จึงถือเป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศ เมื่อไม่ผ่านการลงมติ พรรคจะต้องรับผิดชอบ โดยการลาออกยกชุด

ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องใช้ ส.ส. 251 เสียง
ลงมติองค์ประชุมรัฐสภา ต้องใช้ ส.ส. 251 เสียง

ทั้งนี้ ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการรวมองค์ประชุมในรัฐสภา ก็จะต้องมี ส.ส. จำนวน 251 คน เช่นกัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับพรรคพลังประชารัฐที่มี ส.ส. 244 คน ในขณะนี้

สมมติฐานการดึงงูเห่าเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ

ดังนั้น หากพรรคพลังประชารัฐ จะทำงานได้อย่างราบรื่น จำเป็นต้องมีงูเห่าเข้ามาร่วมกับพรรค เพื่อให้จำนวน ส.ส. มากกว่า 251 คน ยกตัวอย่างเช่น หากได้งูเห่า 15 คน รวมกับ ส.ส.ที่มีอยู่ 244 คน จะทำให้มีจำนวน ส.ส. 259 คน หรือได้งูเห่า 20 คน เพื่อมีจำนวน ส.ส. 264 คน

สมมติฐานการดึงงูเห่าจากพรรคเพื่อไทย
สมมติฐานการดึงงูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่

อย่างไรก็ตาม การได้งูเห่า อาจจะต้องดึงมาจากพรรคใหญ่ คือพรรคเพื่อไทย ส.ส. 137 คน และพรรคอนาคตใหม่ ส.ส. 81 คน ตั้งสมมติฐานว่า พรรคพลังประชารัฐสามารถดึงงูเห่าจากทั้ง 2 พรรค พรรคละ 15 คน ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศง่ายขึ้น

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ประจำภาคอีสาน (แฟ้มภาพ)

โดยเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 62 รายการต่างคนต่างคิด อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ออกอากาศวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ได้เชิญ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ประจำภาคอีสาน และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ ร่วมพูดคุยในประเด็น “ดีเบต พปชร. กับ ทษช. เลือกใครประเทศเปลี่ยน”

นายสุภรณ์ ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งว่า ถ้าพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงในสภา จะก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เดินต่อไปได้ หากมี ส.ส. จะย้ายพรรคก็ไม่แปลก ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หรือผิดกติกาบ้านเมือง เพราะในอดีตเคยมีเรื่องหนักยิ่งกว่านี้ เช่นกรณี ส.ส.งูเห่า การดูด ส.ส. ร่วมพรรค หรือแม้แต่การดูดพรรคการเมืองก็ยังเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

นายสุภรณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวเองนั้น แม้นายณัฐวุฒิจะปฏิเสธร่วมการทำงานกับตน แต่วันข้างหน้าตนอาจจะไปทาบทาม หรือจูบปากนายณัฐวุฒิมาทำงานร่วมกันก็ได้ ตนไม่รังเกียจ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ (แฟ้มภาพ)

ด้านนายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า ถ้ามาเชิญ ตัวเองจะไม่ไปร่วม ขณะที่นายสุภรณ์กล่าวเสริมขึ้นมาว่า “ลูกพรรคของนายณัฐวุฒิอาจมาก็ได้” ซึ่งนายณัฐวุฒิบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ตนได้ยืนยันชัดเจนแล้ว

 

รศ.พรชัย เทพปัญญา นักวิชาการอิสระ

นอกจากนี้ รศ.พรชัย เทพปัญญา นักวิชาการอิสระ วิเคราะห์ว่า การจัดตั้งรัฐบาลอาจจะมี ส.ส.งูเห่าเกิดขึ้น ตนมองว่าจำนวน ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยคงได้ไม่ถึง 376 คน เพราะถ้าจะถึงได้ก็ต่อเมื่อ ได้ ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์มารวมด้วย ซึ่งประชาธิปัตย์ชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นคงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ หลังจากนายอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าประชาธิปัตย์แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ในทางตรงกันข้าม มีโอกาสที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ จะไปร่วมกับพลังประชารัฐมากกว่าพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจเป็นงูเห่าที่เกิดขึ้นภายในพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯ

อย่างไรก็ตาม ส.ว. 250 คน จะชี้คนเป็นนายกฯ อย่างแน่นอน และถูกออกแบบมาแล้ว สำหรับการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ ส.ว. จะมีอิสระในการเลือกคนอื่นเป็นนายกฯ

รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ว่า ส.ส. งูเห่าเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะกิเลสมนุษย์อยู่ที่เงิน แต่วิธีการอาจไม่ได้เรียกว่างูเห่า แต่เป็นการยกมือในรัฐสภา โดยงูเห่ายังไม่เปิดเผยตัว เพราะหากเปิดตัวตอนนี้อาจเป็นการเสียเชิงมวย เพราะต้องดูว่า ก่อนหน้านี้สัญญากับประชาชนไว้อย่างไร เลือกข้างประชาธิปไตยหรือเผด็จการ หาก ส.ส.คนใดเลือกตอนนี้ อนาคตทางการเมืองต้องจอด

อย่างไรก็ตาม ส.ว. 250 คนเป็นตัวแปรสำคัญในการตั้งนายกฯ ซึ่งบางคนตั้งสมมติฐานว่าให้พรรคเพื่อไทยรวมกับพรรคประชาธิปัตย์ ตนมองว่าคงเป็นชาติหน้า เพราะเป็นสมการที่เป็นไปไม่ได้ในทางการเมือง

keyboard_arrow_up