เปิดปากแล้ว แก๊งเจ้าสัว “เปรมชัย” ท้อถูกด่าจนเครียด ยันไม่ใช่พรานนักล่า (คลิป)

จากกรณีที่ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกอีก 3 คน คือนายยงค์ โดดเครือ, นายธานี ทุมมาศ และนางนที เรียมแสน และ ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ขณะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี

ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

โดยก่อนหน้านี้ นางผ่องศรี ศรีมูล น้องสาวของนายธานี หนึ่งในผู้ต้องหา ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายเปรมชัย ชอบส่องสัตว์และเข้าป่ามาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว โดยพ่อของตนเคยเป็นนายพราน นำทางตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

นางผ่องศรี เปิดเผยว่า หลังจากพี่ชายได้รับการประกันตัวออกมา ตนยังไม่ได้ติดต่อกับนายธานี พร้อมยืนยันว่า พี่ชายไม่ได้กลับมาที่บ้านใน ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยนายธานี ได้ย้ายไปทำงานที่กรุงเทพ กว่า 10 ปีแล้ว

นางผ่องศรี ศรีมูล น้องสาวของนายธานี ผู้ต้องหา

นางผ่องศรี ยอมรับตนเองไม่ทราบว่า พี่ชายสนิทกับนายเปรมชัย มากน้อยแค่ไหน เพราะหลังจากพ่อเสียชีวิตไปเกือบ 20 ปี นายเปรมชัย ได้ขาดการติดต่อกับครอบครัวตนไป

อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ที่พ่อตนเคยนำทางนายเปรมชัย เป็นการเดินป่าละแวกบ้าน ไม่เคยไปเดินป่าแถบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านเรศวร แต่อย่างใด รวมถึง นายธานี ไม่ได้มีความชำนาญในการเดินป่า

และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหา

จากนัั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านของนายธานี ได้พบกับภรรยา และน้องชายของนายธานี เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายธานี อยู่ที่ไหน ภรรยาบอกเพียงว่า “ก็อยู่ที่นี่แหละ ปกติจะกลับมาอยู่ที่นี่ทุกวัน ตั้งแต่เกิดเรื่อง ยังไม่ได้กลับมาอีกเลย” ก่อนที่จะเดินกลับเข้าร้านไป

ขณะที่ น้องชายนายธานี ได้เดินเข้ามาหาผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะพูดว่า “ทีมข่าวไปคุยกับคนที่บ้านต่างจังหวัดแล้ว  ก็ไม่มีอะไรต้องคุย และตอนนี้ร้านปิดแล้ว” ก่อนที่จะบอกให้ทีมข่าวออกจากร้านไป

นายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหา

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.แมว (นามสมมติ) ลูกสาวของนายยงค์ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาคดีดังกล่าว เปิดเผยว่า หลังจาก นายยงค์ ได้รับการประกันตัวออกมา ได้กลับมาอยู่บ้าน ที่ จ.ราชบุรี เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาตรวจค้นที่บ้าน

น.ส.แมว ยืนยันว่า นางยงค์ พ่อของตนเป็นคนขับรถให้นายเปรมชัย มาประมาณ 30 ปี ปัจจุบันเกษียณแล้ว แต่มีบางครั้งที่นายเปรมชัย จะเรียกใช้ให้ไปขับรถเมื่อต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัด หรือเช่นไปเที่ยวป่าในครั้งนี้ เพราะนายเปรมชัย ไว้ใจพ่อของตน เนื่องจากพ่อมีประสบการณ์ขับรถให้นายเปรมชัย มากว่า 30 ปี

น.ส.แมว บอกอีกว่า พ่อตนไม่ได้สะสมปืน และยิงปืนไม่เป็น ส่วนนายเปรมชัย ถ้ามีวันหยุด ไม่ได้ไปต่างประเทศ จะชอบไปส่องสัตว์เข้าป่า ตั้งแคมป์ และมักจะเข้าป่าช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็นๆ

หลังเกิดเหตุ พ่อตนไม่ได้บอกว่าไปเจอเสือดำได้อย่างไร และยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ หลังจากพ่อตกเป็นข่าว ได้มีคนรู้จัก และคนรอบข้าง มาสอบถามเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทำให้ครอบครัวรู้สึกเครียด แต่พ่อของตน ไม่ได้กังวลในเรื่องคดี เพราะมีหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่โดยตลอด

น.ส.แมว กล่าวต่อว่า ขณะนี้ครอบครัวโดนกระแสโจมตีจากโลกโซเชียลอย่างหนัก และขอยืนยันว่า พ่อตนไม่เคยสะสมปืน ยิงปืนไม่เป็น อยากให้สังคมเข้าใจว่าพ่อตนไม่ใช่นายพราน เป็นแค่คนขับรถ ไม่อยากให้เหมารวมว่าพ่อตนเป็นแก๊งเข้าป่าล่าสัตว์ “กระแสโจมตีทางอินเทอร์เน็ต มันบีบคั้นหัวใจคนในครอบครัวตนมาก” ส่วนเรื่องของคดีปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เข้าทำการตรวจค้นบ้านนายยงค์ โดยไม่พบหลักฐานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นปืนหรือซากสัตว์ป่า และสิ่งผิดผิดกฎหมายอื่นๆ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางกลับ

keyboard_arrow_up