เที่ยว ‘เมืองรอง’ แบบมีเรื่องราว กับเส้นทางสายไหม ‘น่าน อุตรดิตถ์ แพร่’

เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงได้เห็นข่าวนักท่องเที่ยวแห่กันขึ้นไปเที่ยวจุดหมายปลายทางยอดฮิตอย่าง “เชียงใหม่” แต่ลืมไปหรือไปเปล่าว่าภาคเหนือยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกนะ วันนี้ทีมออนไลน์ อมรินทร์ทีวี จะพาหนีไปเที่ยวเมืองรอง แต่เที่ยวเฉยๆ มันเอาท์แล้ว เราต้องไปแบบมีเรื่องราว เมื่อ “ผ้าไหม” เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเมืองรอง มาท่องไปพร้อมกัน “น่าน อุตรดิ แพร่”

แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

วัดภูมินทร์ ซุ้มต้นลีลาวดี
เริ่มการเดินทางวันแรกกันที่ “น่าน” มาถึงแล้วก็ต้องเข้าวัดเข้าวาให้เป็นสิริมงคลกันที่วัดภูมินทร์ วัดชื่อดังประจำจังหวัดน่าน อันเป็นที่เลื่องชื่อเรื่องจิตรกรรมฝาผนัง หรือ “ฮูบแต้ม”

ซึ่งมีวิทยากรตัวน้อยจากโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ มาคอยต้อนรับ และให้ข้อมูลกับเราด้วย

และใครมาถึงที่นี่ก็ต้องชื่นชมไปกับ ภาพปู่ม่านย่าม่าน ผลงานของหนานบัวผัน จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีความปราณีตและโดดเด่น จะได้รับการขนานนามว่า เป็นภาพ “กระซิบรักบันลือโลก”

เดินข้ามฝั่งถนนมาอีกนิด ก็จะเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ที่มีซุ้มต้นลีลาวดี อีกหนึ่งมุมยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างก็แวะมาเช็คอินถ่ายรูป

กลุ่มทอผ้าบ้านหลายทุ่ง และกลุ่มทอผ้าครบวงจร

และแวะมาเรียนรู้แหล่งผลิตผ้าไหมที่ กลุ่มทอผ้าบ้านหล่ายทุ่ง ต.ปอน อ.ทุ่งช้าง ชมผ้าจกไทลื้อบ้านหล่ายทุ่งอันสวยงาม โดดเด่น จากกลุ่มทอผ้าไทลื้อและกลุ่มผ้าปักในชุมชน สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

จากนั้นไปต่อกันที่ กลุ่มทอผ้าครบวงจร ต.ปอน อ.ทุ่งช้าง แหล่งผลิตผ้าทอลายน้ำไหลไทลื้อ และผ้าจกไทลื้อ ซึ่งเป็นผ้าทอลายโบราณที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่มีเชื้อสายชาวไทลื้อ โดยในอดีตนิยมทอผ้าซิ่นลายมัดย้อม ลายตาเดียว ตาออน ชั้นเครื่อง ผ้าหลาย ผ้าเตี้มผ้าขาวม้า ถุงย่าม โดยใช้ตุงลวดลายดั้งเดิม เช่น ลายเก็บ ลายกาบ ลายขอล้วง ลายหน่อย ลายย้ำแป ลายสีแป ลายกูด ลายปู ลายเฉลียง ฯลฯ ถือเป็นเป็นแหล่งผลิตผ้าทอมือและแปรรูปครบวงจร

“แม่ลำดวน” พูดถึงการท่องเที่ยวแหล่งผลิตผ้าไหมในเมืองรอง ว่า “เป็นโอกาสดี เป็นการส่งเสริมให้เขามารู้จักก่อน เขาซื้อหรือไม่ซื้อเราไม่ว่า แต่ให้คุณมาดูก่อน ผ้าของเรากว่าจะได้แต่ละผืน เราใช้การทอการจกแบบไหน มันถึงได้ผืน แต่ละผืนแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน มันจะตามจินตนาการของคนทอ แล้วก็ตามลูกค้าด้วย แต่การใส่สี ใส่อะไรเราจะเอาตามตลาด ตอนนี้ตลาดต้องการสีเอิร์ธโทน เราก็จัดฝ้ายสีเอิร์ธโทนให้ แต่ว่าการทอ การใส่ใจ คนทอต้องใส่ใจด้วย ไม่อย่างนั้นทอออกมาผ้าก็จะไม่สวย”

แวะชมเครื่องเงินมาตรฐานโลกที่ ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา และหัตถกรรมเมืองน่าน แหล่งเรียนรู้กระบวนการทำเครื่องเงิน สืบสานเผยแพร่ศิลปะเครื่องเงินชาวเขา ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบสินค้าให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเครื่องเงินทำมือของชาวเขา

ที่นี่ยังมีตำนานเรื่องราวความรักข้ามชนเผ่า “ปู่ม้ง ย่าเมี่ยน” ที่พบรัก และแต่งงานกันใน พ.ศ.2524 ถือเป็นชนเผ่าคู่แรกในหมู่บ้าน ที่ได้แต่งข้ามเผ่า ความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม นอกจากจะไม่เป็นอุปสรรคต่อความรักของท่านทั้งสองแล้ว ปัญหาต่างๆ ที่พบเจอ กลับเป็นแรงผลักดันให้ร่วมกันสร้างเนื้อสร้างตัว จนก่อตั้งศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา ขึ้นในปี 2535 เพื่อเป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้และจัดจำหน่ายเครื่องเงินชาวเขา ให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ปิดท้ายที่ ร้านกาแฟไทลื้อ คาเฟ่กลางทุ่งนา กาแฟหลักร้อย วิวหลักล้าน ซ่อนอยู่กลางหุบเขา เป็นร้านกาแฟโฮมเมดของร้านลำดวลผ้าทอ มีของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ของดี อ.ปัว ให้เลือกซื้อหาติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก

พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล

วันที่ 2 มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุตรดิตถ์  ไปเรียนรู้ที่ พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล ก่อตั้งโดยคุณจงจรูญ (โจ) มะโนคำ เพื่อบอกเล่าภูมิปัญญาวิถีชีวิตของสาวลับแลผ่านผ้าซิ่นตีนจก ผ้าทอพื้นเมืองที่มีความประณีต สอดแทรกด้วยทัศนคติ ความเชื่อ แต่งเติมจินตนาการผ่านเส้นสายลวดลายโบราณ

คุณจงจรูญ (โจ) มะโนคำ

มีรางวัลโอท็อป 5 ดาว การันตี และนำถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประจำทุกปี ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผ้าเก่าที่มีอายุกว่าร้อยปี และผ้าพื้นเมืองประยุกต์ที่เข้ากับยุคสมัย

โดยเฉพาะผ้าซิ่นสุดปราณีตผืนนี้ ที่ใช้ทองคำแท้ถักทอออกมาเป็นลวดลายงดงามตระการตา สนนราคาอยู่ที่ 500,000 บาท

จีรนันท์ผ้าทอน้ำอ่าง สมเกียรติผ้าทอ

จากนั้นไปชมผ้าไหมที่ ร้านจีรนันท์ผ้าทอน้ำอ่าง  “หงส์ไม่แล้ว แด้วไม่จอด” เป็นชื่อเฉพาะของผ้าทอแห่งบ้านน้ำอ่าง อันมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว มีความละเอียด ประณีต และได้พัฒนาลวดลายมากกว่า 6 ลาย อาทิ ลายหงส์คู่ ลายหงส์เชียงแสน ลายโกนถมลอย ลายโกนลามใหญ่ ลายขอกระเบื้อง และลายซิ่นต้นฮับ ฯลฯ และที่สำคัญยังต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยชุดการแสดงที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของชาวบ้านน้ำอ่างอีกด้วย

ไปต่อกันที่ร้านสมเกียรติผ้าทอ ฟังชื่อร้านล้วหลายๆ คนคงกำลังนึกถึงคุณลุงสักคน แต่ไม่ใช่! เป็นชื่อของแม่สมเกียรติคนงาม อารมร์ดีแห่งบ้านน้ำอ่าง แม่สมเกียรติบอกว่า “ผ้าไหมที่ดี คือผ้าไหมที่ใส่แล้วสวย” สมัยโบราณจะมีสีหลักแค่ 2 สี ได้แก่ สีเขียวและสีเหลือง ต่อมาได้พัฒนาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยจึงสร้างสรรค์ให้เกิดสีที่มากขึ้น ที่สำคัญทอแน่น ใส่แล้วพริ้ว

 หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม

วัดพระธาตุช่อแฮ

“เส้นทางสายไหมสู่เมืองรองจังหวัดแพร่ ชวนไหว้พระเสริมสิริมงคล ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง โบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองแพร่มีอายุมากกว่าพันปี โดยองค์พระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุพระบรมเกศาธาตุ และที่สำคัญยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล

ศูนย์เรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง และการย้อมผ้าสีครามธรรมชาติ

จากนั้นแวะไปชม ศูนย์เรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง และการย้อมผ้าสีครามธรรมชาติ ต.หัวทุ่ง อ.ลอง ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการยกระดับการผลิตผ้าทอพื้นบ้านย้อมสีครามธรรมชาติ ชมกระบวนการปั่นเส้นฝ้ายและทอผ้า เรียนรู้การย้อมสีห้อมและครามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสินค้าผ้าจกเมืองลองที่มีคุณภาพจากฝีมือของศิลปินผ้าทอพื้นบ้านจำหน่ายด้วย ได้แก่ ผ้าแต่งลายจก ผ้าพันคอผ้าเช็ดหน้า ผ้าซิ่น กระเป๋า ปลอกหมอนอิง เนคไท ผ้าคลุมเตียงผ้าซิ่นลายจกทั้งฝ้ายและไหม

บ้านทุ่งโฮ้ง แหล่งสินค้าพื้นเมืองหม้อฮ่อม

“ใครมาเมืองแพร่ต้องซื้อ หม้อห้อม”  เพราะฉะนั้นเราจะมาปิดทริปกันที่ บ้านป้าเหงี่ยน แหล่งสินค้าพื้นเมืองหม้อฮ่อม ผ้าย้อมพื้นเมืองสีกรมท่าที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาวเมืองแพร่ ที่นี่เป็นทั้งแหล่งผลิตรายใหญ่และมีชื่อเสียง อีกทั้งยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเวิร์คชอป ทำผ้ามัดย้อมกลับไปเป็นของที่ระลึกชิ้นเดียวในโลกได้อีกด้วย!

สำหรับทริปนี้ เราร่วมเดินทางกับกระทรวงพาณิชย์ ในกิจกรรม “เส้นทางสายไหม…สู่เมืองรอง” ขึ้นเหนือ : น่าน อุตรดิตถ์ แพร่ โดยทางด้าน นางลลิดา​ จิวะนันทประวัติ​ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า​ รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เผยกับทีมออนไลน์ อมรินทร์ทีวี ว่า

นางลลิดา​ จิวะนันทประวัติ​ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า​ รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์

“ตอนนี้ผ้าไหมของเรามีมานานแล้ว มีภูมิปัญญา มีความสวยงาม มีอัตลักษณ์ของตัวเองมาโดยตลอด แล้วแต่เดิมผ้าไหมจะอยู่ในกลุ่มที่แคบๆ ใช้ในกลุ่มของข้าราชการ ตอนนี้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็อยากที่จะพัฒนาหาตลาด ช่องทางตลาดเมืองใหม่ให้กับสินค้าผ้าไหม เรามองเห็นว่า ตอนนี้นโยบายของภาครัฐเน้นในเรื่องของการเที่ยวเมืองรอง มีโครงการอะไรเยอะแยะไปหมด ที่ส่งเสริมให้ไปเที่ยวเมืองรอง ไปเห็นสิ่งที่ดีๆ ไปเห็นสิ่งที่อะเมซิ่ง สิ่งที่ไม่เคยเห็นในเมืองรองเยอะมากขึ้น

ในเมื่อคนเดินทางไป ก็จะมีของติดไม้ติดมือเอากลับฝาก หรือใช้ส่วนตัวเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับความทรงจำ เราก็คิดว่า เมื่อมาเที่ยวก็อยากเชื่อมโยงให้ใช้ผ้าไหมเป็นของฝาก จากเดิมเราก็มีช่องทางในการขายผ้าไหมในหลายๆ ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นที่ศูนย์ OTOP เอง หรือว่าในงาน OTOP ที่เมืองทองธานี หรือในออนไลน์ ในเฟซบุ๊ก ในไอจี ในไลฟ์สด ที่ซื้อได้ แบบนั้นก็ซื้อได้

แต่ว่าบางทีการไปซื้อแบบนั้นเราไม่ได้สัมผัส เราไม่ได้มีความทรงจำ แล้วทีนี้ถ้าเรามาเที่ยวเราได้กลิ่นอาย เราเห็นคนอื่นใส่ ก็จะเกิดการกระตุ้นให้เกิดการซื้อได้ง่ายขึ้น แล้วก็มันไม่ใช่เป็นผ้าไหมอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของความทรงจำของเราที่ไปในเมืองนั้นๆ ด้วย”

keyboard_arrow_up