บทสัมภาษณ์พิเศษ “พี่อ้อย-พี่ฉอด” กับภาวะ “ซึมเศร้า” หรือ “เศร้าซึม”

ระยะหลังนี้ ต้องยอมรับว่าเราสูญเสียเพื่อนร่วมโลกเพราะ “โรคซึมเศร้า” ไปจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคนดัง หรือแม้แต่บุคคลทั่วไป โดยเฉพาะในบ้านเรา น่าตกใจเมื่อย้อนกลับไปตามข่าว พบว่าเป็นเยาวชนจำนวนมากเลยทีเดียว วันนี้ Amarintv.com ได้รับโอกาสพิเศษ ไปพูดคุยกับกูรูทางด้านที่ปรึกษาอย่าง “พี่ฉอด – สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” และ “พี่อ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล” กับประเด็นที่น่าสนใจที่ว่า “ซึมเศร้า” หรือ “เศร้าซึม”

ต้องบอกว่าตอนนี้มีคนที่ฆ่าตัวตายจากโรคซึมเศร้าค่อนข้างเยอะมาก  และที่น่ากลัวคืออายุน้อยลงด้วย รู้สึกยังไงกับตรงนี้บ้างเหตุการณ์แบบนี้?

พี่ฉอด  : “ค่ะ คือช่วงนี้เราได้ยินข่าวกันเยอะมากนะคะ  เอาจริงๆ มันคงเริ่มต้นจากข่าวประเภทของคนที่เป็นโรค  พี่เรียกว่ามันป่วยทางใจดีกว่านะ สารพัดโรคแหละซึมเศร้า  ไบโพล่าห์ คือโรคอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของความเจ็บป่วยทางด้านจิตใจ  มันจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการแสดงออกของเขาที่กระทำต่อคนอื่น และสิ่งที่มันตามมา   ณ วันนี้มันก็คือว่า เมื่อมันมีคนป่วยทางใจเยอะๆ อ่ะค่ะ สิ่งที่เขาป่วยมันก็เลยกลายเป็นว่า  เขาก็จะไปกระทำอะไรใดๆ กับผู้คนมากมาย และมันก็เลยเกิดเป็นสถานการณ์อะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้น การทำร้ายคนอื่น  จนกระทั่งถึงทำร้ายตัวเอง”

พี่อ้อย  : “หรือว่ารวมแม้กระทั่งการมีโลกโซเชียล  วันนี้โลกโซเชียลเราวิพากษ์วิจารณ์กันรุนแรงมาก  เราจะเอาชีวิตของเราเข้าไปอยู่ มันก็ต้องได้ใช้คำว่าออกสื่ออ่ะ  เพราะฉะนั้นเราจะห้ามคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์เราก็ไม่ได้ แต่เราเองก็อาจจะเปราะบางเกินกว่าที่จะรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์นั้น และก็อีกอันหนึ่งค่ะด้วยความที่วันนี้ชีวิตของเรา เป็นชีวิตที่มันดูง่ายไปหมด ทุกอย่างง่าย ใช้เวลารวดเร็ว และเราก็เลยเอาคำว่าเวลาอันรวดเร็วมาใช้กับทุกอย่าง เรารู้สึกว่าเรารอไม่เป็นล่ะ รู้สึกว่าเรารับมือความเจ็บปวดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เราเลยรู้สึกว่าความตายคือทางรอดแห่งการจบกับความเจ็บ หรือแม้แต่พฤติกรรมเลียนแบบ เราเห็นบ่อยขึ้น เราเห็นคนฆ่าตัวตายแล้วผลที่ได้รับคืออย่างนี้ เค้าจากไป คนรอบข้างเสียใจ แต่บางทีบางวันอารมณ์วูบนึงเรารู้สึกว่า  เราอยากให้คนรอบข้างได้รู้สึกถึงความสูญเสียเราบ้างอะไรอย่างนี้ มันก็เลยทำให้เกิดเหตุการณ์นี้”

พี่ฉอด : พี่ก็ยังวิเคราะห์อยู่ดีว่า เขาอาจจะมีความเจ็บไข้ได้ป่วยหรือความไม่สบายในจิตใจอยู่ เพราะว่าการที่พี่มีความมั่นใจหนึ่งว่า การที่คนเราจะทำร้ายใคร ไม่ว่าทำร้ายคนอื่นๆ  หรือทำร้ายตัวเองก็ตาม คนจะทำร้ายตัวเองเนี่ยมันไม่ใช่ตัดสินใจง่ายๆ นะคะ คิดดูว่าสิเรานั่งอยู่แล้วเราจะเอามีดมาแทงตัวเองเนี่ย เราต้องกลัวเจ็บ นึกออกใช่ป่ะ  งั้นคนที่จะทำอะไรแบบนี้ได้เนี่ย จิตใจเขาต้องๆ มีปัญหาอย่างรุนแรงมากๆ เค้าถึงจะใจแข็งพอ แข็งแรงพอที่จะทำร้ายตัวเองให้มันเจ็บปวดได้อะไรอย่างเงี้ยค่ะ

การทำความเข้าใจกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ควรทำอย่างไร?

พี่อ้อย : สิ่งหนึ่งเราต้องเข้าใจก่อนว่าเขาป่วยนะ  แต่มากไปกว่านั้นคือตัวเขาเองต้องเข้าใจก่อนนะว่า  ตัวเขาเองต้องรีบเยียวยาและรักษา วันนี้เรามาคิดว่า  ไม่ใช่มั้งเราไม่ได้ป่วย เราแค่รู้สึกว่าก็แค่เราเศร้า  แล้วทำไมทุกคนถึงไม่เอาใจเราล่ะ เพราะเราเศร้าอยู่นะ เพราะฉะนั้นพี่ว่าวันนี้มันต้องเป็นความร่วมมือร่วมใจกัน  พี่มักจะบอกเสมอว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าต้องเข้าใจก่อนนะคะ ว่าการไปหาหมอไม่ใช่ความผิดปกติ ปวดหัวยังอยากรู้ว่าทำไมปวดหัว  ปวดใจก็ยังอยากรู้ว่าทำไมเราปวดใจ การทานยาตามที่คุณหมอสั่งก็สำคัญ การพยายามดูแลตัวเองและวิธีคิดที่จะเอามาเยียวยาหัวใจก็สำคัญ เพราะฉะนั้นการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าในวันนี้  เอาจริงๆ คนเดียวเอาไม่อยู่ ต้องช่วยกันทั้งคนในครอบครัว และคนรอบๆ ข้าง

พี่ฉอด : คนรอบๆ  ตัวสำคัญมากนะคะ  ที่จะมีส่วนที่ทำให้ไม่ว่าจะในแง่มุมของการช่วยเหลือ  ในแง่มุมของการกระหน่ำซ้ำเติมทำให้เขาอาการหนักขึ้น วันนี้เราจะพูดกันอยู่เสมอว่า  ให้คิดไปเลยค่ะว่ามันมีโรคนี้อยู่ มันมีปัญหาเรื่องจิตใจของคนรอบๆ ตัวเราอยู่ เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสอะไรที่เราสามารถจะช่วยดูแลคนที่อยู่รอบตัวเราได้ต้องทำทันที  เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นเขาซึมเศร้า เขาเสียใจ เขามีอาการผิดปกติไปอะไรก็ตามแต่ เราต้องยื่นมือเข้าไปทำอะไรก็ได้เท่าที่พอจะทำได้ และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามรู้สึกหนักหนาต้องพบแพทย์  ต้องพาเขาไปหาหมอให้ได้ 

พี่อ้อย  : มันมีคนเยอะมากนะที่อาจจะอยากถามตัวเองว่า  แล้วแบบเราเนี่ยเข้าซึมเศร้าหรือเปล่า พี่เชื่อว่าหลายคนสงสัย เราก็เลยต้องใช้จิตแพทย์ค่ะ  ก็เลยชวนน้อง “หมอเอิ้น พิยะดา” เราทำคลาสชื่อว่า “สำรวจใจ ซึมเศร้า หรือแค่ เศร้าซึม”  ซึ่งบางคนอาจจะแค่เศร้าซึมเองนะ แล้วชอบบอกว่า เห้ยแกฉันต้องเป็นโรคซึมเศร้าแน่เลย  เดี๋ยวก่อนใจเย็น โรคซึมเศร้ามันไม่ได้เบาๆ เหมือนที่เราคิด เพราะฉะนั้นคลาสนี้จะเป็นคลาสที่เปิดโอกาสให้หลายๆ  คน สมัครเข้ามาฟรีนะคะ นั่งคุยกับจิตแพทย์ น้องเอิ้นเองจะมีคลาสของเขาอยู่แล้ว แล้วเขาก็จะมาเพิ่มขึ้นว่ามันจะเป็นการรีเช็คตัวเองว่าตกลงอันเนี้ยต้องหาหมอนะ  อันเนี้ยเยียวยาด้วยใจ เราจะได้เข้าใจเขามากขึ้น และเราจะได้รับมือกับคนข้างๆ ถ้าเกิดเป็นโรคซึมเศร้าได้มากขึ้น  ที่สำคัญไม่ใช่คนบ้านะคะ อย่าพึ่งคิดว่าพบจิตแพทย์ต้องเป็นคนบ้าเท่านั้น เราต้องเลิกล้มความคิดนี้สักทีในคนไทย

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หรือเปล่า และสนใจอยากที่จะเข้าร่วมคลาส “สำรวจใจ ซึมเศร้า หรือแค่ เศร้าซึม”  กับ “พี่อ้อย-พี่ฉอด” และ “หมอเอิ้น” สามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ค Club Friday The Series ตั้งแต่วันนี้ – 26 มี.ค.62

 

keyboard_arrow_up