‘พี่อ้อย-พี่ฉอด’ ดึงสติ มือที่3 ยังเป็นปัญหาระดับชาติ อย่าให้โซเชียลเข้ามาโหมโรง!

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้าเมื่อไหร่มีคนที่ 3 เข้ามา แน่นอนว่าความสุขที่เคยมีแค่เราสองก็ย่อมจางหายไป ต้องยอมรับว่าปัญหามือที่ 3 เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คู่รักหลายๆ คู่ต้องแยกทางกัน และยิ่งปัจจุบันมีโซเชียลเข้ามาเอื้อประโยชน์มากขึ้น หลายๆ คู่รัก ที่จับมือกันไม่มั่นพอ ก็ต้องยอมปล่อยและจากกันไปในที่สุด วันนี้ Amarintv.com มีสองกูรูเรื่องความรักอย่าง “พี่อ้อย พี่ฉอด” มาให้แนวความคิดดีๆ และเตือนสติทั้งคู่รักที่กำลังอยู่ในช่วงสานสัมพันธ์ รวมถึงเหล่ามือที่ 3 ที่กำลังจะเข้าไปทำลายความสัมพันธ์ของคนอื่น

ปัญหามือที่ 3 ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ คู่ มองว่าปัจจุบันมันร้ายแรงมากขึ้นมั้ย?

พี่ฉอด: “คือ ณ ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับความจริงอันนึงว่า ปัญหาเรื่องของการนอกใจ การมีมือที่ 3 เนี้ย มันเป็นปัญหาระดับชาติจริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่าคนสมัยนี้ เราถือสากับการที่เราไปแย่งเอาของคนอื่นมาน้อยลงไปเรื่อยๆ ถ้าดูจากรายการเรา คนที่โทรศัพท์เข้ามาในรายการแล้วมาคุยกัน การที่เราจะพูดว่า เราไปรักคนที่มีเจ้าของแล้ว หรือเราไปรักคนอื่นแล้ว เหมือนที่เราเคยพูดกันเล่นๆ ตลกๆ ว่า ไม่ได้ยุ่งกับเมียเขานี่ ยุ่งกับตัวเขาอย่างเดียว ซึ่งเราพูดกันเล่นๆ แต่วันนี้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันมีหลายคนมากที่อ้างถึงความรักเป็นคำตอบสุดท้าย เพราะว่าฉันรักไง ฉันก็เลยอยากได้เขามา ไม่ว่าเขาจะเป็นของใครก็ตาม”

“เราพูดกันอยู่ว่า ถ้าเป็นขโมยของ กระเป๋าตังค์เป็นของคนอื่น เราไปขโมยมา เราโดนตำรวจจับเนอะ แต่ทำไมไปขโมยคนมาตำรวจไม่จับก็จริง แต่จริงๆ มันผิดร้ายแรงมากนะคะ ความรักของเราต้องไม่ทำร้ายใคร บางทีเราอาจจะต้องเตือนสติกัน ถ้ามาคุยกับพี่อ้อย พี่ฉอด เราก็จะเตือนสติกันตลอดว่า ลองมองในมุมกลับสิ เกิดสมมติคนนั้นเป็นสามีเรา แล้วเรากำลังโดนแย่งบ้าง เราจะรู้สึกยังไง เพราะว่าคนเรามักจะไม่ค่อยรู้สึกตัว ในวันที่เราเป็นคนกระทำ แต่เราจะรู้สึกตัวเมื่อถูกกระทำ เราจะรู้ตัว เราจะรู้สึกเสียใจมาก”

“เพราะฉะนั้นวันนี้มันก็เหมือนกับว่า สังคมมันก้าวไปจนกระทั่งถึงวันที่คนเรารีบร้อนกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมากขึ้น กลายเป็นคนรู้สึกว่า เห้ย ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ตายแล้ว ใช้ชีวิตให้มันเต็มที่ ให้มีความสุขที่สุด มันก็เลยไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น หรือสิ่งถูก ผิด ดี เลว อะไรต่างๆ ด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ปัญหามือที่ 3 ปัญหานอกใจต่างๆ นั้น ก็คงเป็นสิ่งที่เราก็คงต้องพูดกันต่อไป ถึงแม้ไม่รู้เหมือนกันว่า พูดแล้ว มันจะสามารถเปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจคนได้หรือเปล่า”

พี่อ้อย: “คืออันนึง นอกเหนือจากทัศนคติที่เราเปลี่ยนไป คือ เรามักจะพูดว่า โอ้ย ใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น บ้าหรอ แกต้องทำใจ ผู้ชายก็แบบนี้แหละ คือในที่สุดแล้ว พอเราไปอนุญาตให้เรามีทัศนคติแบบนี้ เรารู้สึกว่ารักเดียวใจเดียวกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ และการนอกใจกันเป็นเรื่องปกติ เราคิดว่าการทำผิดพร้อมกันไม่ผิด มันไม่จริง มันก็ผิดอยู่ดี ในที่สุดวันนี้ การนอกใจกันมันจะปกติได้ยังไง ถ้าปกติต้องไม่เจ็บสิ แต่นี่ก็ยังเห็นโทรมา เพื่อจะคร่ำครวญว่าเป็นยังงั้นยังงี้”

“อีกอันนึงค่ะ การสื่อสารวันนี้มันง่ายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นพอการสื่อสารง่าย เริ่มต้นง่าย รักง่าย ก็กลายเป็นรักแบบมักง่าย บางทีเขย่าแอปฯ ไปเจอกัน มีไรกันละ อ่าวแล้วน้องไม่เช็คก่อนหรอคะว่าเขามีแฟนแล้ว หนูไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาอ่าค่ะ ไม่ได้สิ เพราะเรื่องส่วนตัวของเขามีผลกระทบต่อเรา เนี้ย เราเลยรู้สึกว่าทุกอย่างมันง่ายหมด เริ่มรักง่าย เลิกรักไว พอเริ่มรักก็บอกรักต่อหน้า พอเลิกกัน เออ ไลน์บอกละกัน เลิกกันแล้วนะ เพราะฉะนั้นมันเลยทำให้ความสัมพันธ์มันเลิกง่ายไป”

“วันนี้ ถ้าเกิดว่าจะมีซักส่วนนึงที่จะนอกใจ พี่อยากให้กลับมาถามตัวเอง คำว่าใจเขาใจเราใช้ได้ทั้งชีวิต หนูโดนแย่งบ้าง หนูมีแฟนของหนู แล้วมีผู้หญิงคนนึงบอกว่า อ๋อ ไม่ได้อยากมาแย่งนะคะ แค่ขออยู่ด้วยอีกคนนึง มาเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ เราโอเคมั้ยล่ะ ถ้าเราไม่โอเค เราก็ไม่ควรทำแบบนั้นกับใครเหมือนกัน”

พี่ฉอด: “เรากำลังพยายามจะบอกให้ทุกคนเห็นถึงคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของหัวใจดีๆ ของเราอ่ะ มันไม่สมควรที่เราจะไปอดทน เพื่อที่จะไม่รู้จะต่อสู้กับอะไร ต่อสู้แล้วก็ได้คนกลางที่หลายใจมาคนนึง ความรักที่ได้มาจากการแย่งชิง สุดท้ายก็อาจจะโดนแย่งคืนกลับไป หรือโดนคนอื่นแย่งต่อไปอีกอยู่ดี ถ้าเรารู้สึกรักตัวเอง และเห็นคุณค่าของตัวเอง เราจะไม่ยอมตกไปเป็นแบบของเหลือๆ ที่เขาใช้เศษของเวลามาให้เราแบบนี้”

หรือเพราะ โซเชียล เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ไม่ยั่งยืน?

พี่อ้อย: “พี่ว่าจริงๆ โซเชียลก็ไม่ใช่ฆาตรกร พี่ก็มองว่าเหล่าบรรดาโซเชียลมันเหมือน มีด อ่ะ มันอยู่ที่เราใช้มีดทำอะไร น้องอาจจะเอามีดไปแทงใครก็ได้ หรือน้องเอามีดไปปอกผลไม้ให้คนที่เรารัก ความผิดไม่ได้อยู่ที่มีด ความผิดอยู่ที่คน เพียงแต่อุปกรณ์เหล่านี้อาจจะทำให้การคิดจะทำอะไรในสิ่งเหล่านี้มันง่ายขึ้น น้องสามารถไปเจอคนที่ไม่รู้จัก แล้วไปตกหลุมรักกับเขา การแชทกันทุกวัน แล้วก็คิดว่า โอ้โห มันเป็นรักกึ่งจริงกึ่งจินตนาการอ่ะ เข้าดีจังเลยค่ะพี่ เป็นความรักที่ไม่ผูกมัดเลย แต่ไม่เคยเจอกันนะคะ นั่นล่ะค่ะประหลาด”

“อันนี้คือความประหลาด เพราะจริงๆ จะรักกันในโซเชียลยังไง ก็ต้องออกมารักกันในโลกของความเป็นจริงอยู่ดี น้องจะได้เห็นว่า อุปนิสัยโดยส่วนรวมของเขา ความเป็นมนุษย์ในมุมอื่นที่ไม่ได้ลงในโซเชียลมันเป็นยังไง แต่หลายคนรู้สึกว่า อ๋อ เขายุ่งอ่าค่ะ ไม่เป็นไร เรารักกันอย่างไม่ผูกมัด ประโยคมันสวย ประโยคมันดี แต่เอาจริงๆ คือ รักแบบไม่ผูกมัด เขาอาจจะมัดกับคนอื่นอยู่ก็ได้ ใช่มั้ยคะ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ”

พี่ฉอด: “หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มันทำให้ชีวิตของคนเราทุกวันนี้มันง่ายอ่าค่ะ เราเลยไม่ต้องเสียเวลากับการพยายามอะไร ทุกอย่างมันเร็วมันง่ายไปหมด แต่จริงๆ ในแง่ของความรัก ความสัมพันธ์ มันเร็วไม่ได้ มันง่ายไม่ได้  มันจำเป็นจริงๆ นะคะ ที่ต้องใช้เวลา เคยมีคนเถียงเราเสมอว่า ไม่เห็นเป็นไรเลย เคยมีตั้งหลายคู่ที่เขาเจอกันแปปนึง เจอกันในโซเชียลแล้วเขารักกันยาวๆ ก็มี พี่ก็จะบอกว่า แบบนี้เขาเรียกโชคดีน้อง ไม่ใช่ทฤษฎี แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีแบบคนๆ นั้น หรือเปล่า เพราะฉะนั้นในแง่ของความเป็นจริง ทฤษฎีจริงๆ แล้ว ความรักหรือรู้สึกเป็นเรื่องต้องใช้เวลาอยู่ดี รีบรักก็หมายถึงรีบเลิกนั่นเอง”

keyboard_arrow_up