ใครไม่ฟังพี่ฟัง! ‘พี่อ้อย พี่ฉอด ON TOUR’ ตะลุย 10 สถาบัน ตอบทุกเรื่องหัวใจ พร้อมให้ข้อคิด

เดินทางมาถึงสถาบันที่ 2 แล้วสำหรับ “พี่อ้อย พี่ฉอด ON TOUR” ที่ 2 พี่สาวแห่งชาติ พี่อ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล และ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา เล็งเห็นถึงปัญหาหัวใจในวัยเรียน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบกับการเรียนและการใช้ชีวิต จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับคำแนะนำ และการชี้แนะในทางที่เหมาะสม พี่อ้อยและพี่ฉอดจึงขออาสาทำหน้านี้ด้วยตัวเอง กับ “พี่อ้อย พี่ฉอด ON TOUR”

ล่าสุด (14 พ.ย. 61) พี่อ้อย และพี่ฉอด ก็บุกไปหาน้องๆ นักเรียน นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อตอบทุกปัญหาหัวใจ พร้อมให้ข้อคิดและสร้างแรงบันดาลใจ โดยบรรยากาศในการบรรยายตลอด 2 ชั่วโมง เหล่านักศึกษาต่างให้ความสนใจกันอย่างคับคั่ง ยกมือถาม และระบายความในใจกันอย่างคึกคักจนตอบแทบไม่ไหว

 

งานนี้พี่อ้อย และพี่ฉอด ก็ได้เผยความรู้สึกถึงการจัดทำโปรเจกต์ “พี่อ้อย พี่ฉอด ON TOUR” ว่า

พี่ฉอด: “การตอบรับจากสถาบันแรกต้องบอกว่าสนุกมาก  2 เดือนนี้เราจะไป 10 สถาบันด้วยกัน”

พี่ฉอด สายทิพย์ – พี่อ้อย นภาพร

จากสถาบันแรกที่เราเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ส่งคำถามเข้ามา มีคำถามไหนมั้ยที่เรารู้สึกว่าค่อนข้างร้ายแรง?

พี่ฉอด: “คือต้องบอกว่าสภาพสังคมของบ้านเราทุกวันนี้ ก็ดูมีอะไรที่น่ากลัวอยู่นะคะ  เวลาที่เราได้ไปตามสถาบันต่างๆ มีโอกาสได้คุยกับครูบาอาจารย์ ก็พูดคุยถึงเรื่องประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เขาอยากจะให้เราโฟกัสเป็นพิเศษ เราก็เจอปัญหาหลายอย่างที่น่าตกใจ เช่น บางสถาบันที่น้องๆ กำลังเรียนหนังสืออยู่ แต่ต้องลาเพื่อไปคลอดลูกแล้วค่อยกลับไปเรียนใหม่ หรือปัญหาการไปอยู่ร่วมกันก่อนวัยอันควร และปัญหาที่น่ากลัวมากๆ ในวันนี้ คือปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ เราเจอคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ มีปัญหาสภาพจิตใจต่างๆ นานา เยอะมาก”

พี่อ้อย: “คือต้องบอกก่อนว่า ในเวลาที่เราจัดรายการกัน หลายๆ คนที่โทรเข้ามา บางส่วนก็มาจากเด็กวัยรุ่นอยู่แล้ว แต่การที่เรามี พี่อ้อย พี่ฉอด ON TOUR มันทำให้เราเข้าไปใกล้เขามากขึ้น อันนึงที่รู้สึกว่าวัยรุ่นของเรายังขาดมากๆ ในวันนี้คือ เขาขาดคนที่จะนั่งฟังเขา

“หลายๆ ปัญหาเกิดจากการที่เขาไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ปัญหาความรักมันก็เหมือนกับเราที่เคยผ่านวัยรุ่น แต่วันนี้มันมีความซับซ้อนขึ้น เราอยู่กับโซเชียลตลอดเวลา แต่ก่อนเวลาอยู่ในบ้าน พ่อแม่อุ่นใจละ ลูกๆ ไม่ไปออกนอกลู่นอกทาง ปัจจุบันในโซเชียลมีหลายสิ่งหลายอย่าง เราไม่รู้ว่า เขาคัดกรองแล้วหรือยัง และเด็กเองมีวิจารณญานแค่ไหน ในการรับสื่อเหล่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเขาอยู่ด้วยกันเขาก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ หรือมีความรู้ว่าการมีอะไรกันก่อนวัยอันควร โดยอ้างว่าดูแลตัวเองได้ ป้องกันดีแล้ว มันก็ไม่น่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า”

“สิ่งเหล่านี้มันก็จะเกิดขึ้นมาบ่อยๆ เวลาที่ได้มาตามโรงเรียน เลยทำให้รู้สึกว่า น้องๆ มีใครสักคนนึที่ทำให้พวกเขาได้พูดคุยเรื่องเหล่านี้ได้ ซึ่งตอนแรกที่เข้ามาพูด เวลาให้ถามคำถามจะไม่มีใครกล้าถาม”

พี่ฉอด: “เราไม่แน่ใจว่าจะมีคนกล้าถามหรือเปล่า”

พี่อ้อย: “แต่เอาจริงๆ แล้ว ถามกันเยอะมาก ถามกันแล้วก็นั่งฟัง”

พี่ฉอด: “ถามจนหมดเวลา (หัวเราะ)”

พี่อ้อย: “มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า งานที่มันอยู่ในวิทยุ งานที่เราอยู่ในแฟนเพจเฉยๆ เวลาที่ออกมาเจออะไรแบบนี้ มันกว้างขึ้นจริงๆ และสิ่งที่พี่อ้อยจะบอกเสมอว่า พี่อ้อย พี่ฉอด เป็นแค่คนสองคน แต่วันนี้เราเป็น พี่อ้อยพี่ฉอด กันได้นะ ดูกัน ฟังกัน เอาแค่ฟังก่อน เห้ย เพื่อนมีปัญหาหรือเปล่า เพราะวันนี้น่าตกใจนะคะ เด็กเป็นโรคซึมเศร้าเยอะมาก และที่น่ากลัวคือเขาไม่รู้สึกว่า โรคนี้จำเป็นต้องหาหมอ เพราะหนูไม่ได้บ้า แล้วบางทีมันทำให้เรารับมือกับปัญหาช้าไป จะเป็นซึมเศร้า หรือว่าเศร้าซึม มันเยียวยาได้ด้วยความใส่ใจ เพราะฉะนั้นส่วนนึงของเรา นอกจากจะมาเพื่อรับฟัง อีกอันนึงคือจะบอกทุกคนว่า ช่วยใส่ใจกันและกันนะวันนี้”

พี่ฉอด: “และการเปิดโอกาสให้ถามตัวต่อตัว สิ่งที่เราอันนึงก็คือเรื่องของการสัมผัส เวลาได้นั่งคุยกันเรา เราก็มีการจับมือกัน ได้กอดกัน พี่ว่ามันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ปัญหาไม่ได้แก้นะ แต่มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้น พอรู้สึกดีขึ้น มันก็จะมีกำลังใจในการแก้ไขปัญหากันต่อไป

พี่ฉอด สายทิพย์

ตั้งเป้าให้กับโปรเจกต์ “พี่อ้อย พี่ฉอด ON TOUR” ไว้อย่างไรบ้าง?

พี่ฉอด: “ตั้งเป้าไว้แค่ว่า เมื่อไหร่ที่เราไปเจอใครก็ตาม แล้วเราสามารถทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ พี่ว่าอันนั้นคือเป้าหมายสูงสุดของพวกเราแล้วล่ะ”

พี่อ้อย: “ความหวังอีกอย่างนึงค่ะ โดยเฉพาะวัยนี้ เอาแค่รักตัวเองก่อน เราได้ยินคำนี้บ่อยๆ จนกระทั่งบางคนงงว่า ก็ที่หนูพยายามทุรนทุรายจะให้ได้คนๆ นี้ หนูก็รักตัวเองไงคะ หนูถึงเอาแต่ใจตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่มั้ง ความรักตัวเองมันอยู่กับเราทั้งชีวิตค่ะ แต่ถ้าน้องยังไม่สามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่เด็กๆ บางทีเราไปเริ่มตอนเป็นผู้ใหญ่ไม่รู้ช้าไปหรือเปล่า”

“อีกอันที่เป็นความตั้งใจเลย นอกจากความรักตัวเองแล้ว พี่อยากให้น้องๆ ทุกคนรู้สึกว่า เราคือหัวใจพ่อแม่ เราไม่ได้เป็นของเราคนเดียวนะ เราแบกหัวใจพ่อแม่อยู่ หลายคนยอมไปร้องไห้ซ้ำๆ ซากๆ กับใครก็ไม่รู้ และไม่บอกให้พ่อแม่รู้ด้วย พ่อแม่จะเสียใจแค่ไหน ที่ไม่สามารถปกป้องหัวใจของเขาได้ เพราะฉะนั้นเราจะพูดอยู่เสมอว่า อย่ายอมให้ใครมาทำอะไรแย่ๆ เพราะหัวใจพ่อแม่เราเจ็บกว่าเรา

พี่อ้อย นภาพร

สำหรับสถาบันต่อไปที่พี่อ้อย และพี่ฉอดจะเข้าไปไขปัญหาหัวใจ พร้อมสร้างแรงบันดาลและข้อคิดดีๆ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกวิทย์บริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ นนทบุรี, วิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์ธุรกิจ ท่าพระ, โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย2 , โรงเรียนปทุมวิไล และ โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม

สำหรับน้องๆ ในสถาบันอื่นๆ ที่อยากพบกับสาระความสนุกของการไขปัญหาหัวใจ และรับข้อคิดที่ลึกซึ้ง สามารถฝากคำถามพร้อมแฮชแท็กชื่อโรงเรียน ไว้ที่ Facebook Fanpage “พี่อ้อยพี่ฉอดตัวต่อตัว” (www.facebook.com/paoypchod.change2561/) ซึ่งทางทีมงานจะทำการคัดเลือกสถาบันต่างๆ เพื่อพบกันใน “พี่อ้อยพี่ฉอด On Tour” ครั้งต่อไป

keyboard_arrow_up