เที่ยวชมหมู่บ้านในม่านหมอกและอ้อมกอดแห่งขุนเขา สัมผัสวิถีที่เรียบง่าย ความสุขที่สุคิริน ณ บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 จ.นราธิวาส

ชื่นใจไทยแลนด์สัปดาห์นี้พาบินลัดฟ้าสู่ปลายด้ามขวานทอง จ.นราธิวาส จังหวัดที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งวัฒนธรรมที่หลากหลายและธรรมชาติงดงาม เริ่มต้นความชื่นใจแรกกันที่ กลุ่มศิลปาชีพทอผ้าวัดพระพุทธ อ.ตากใบ ที่นี่ชาวบ้านมีการรวมกลุ่มและฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้า หลังจากได้เข้าเป็นสมาชิกในโครงการศิลปาชีพ ความโดดเด่นของผ้าทอที่นี่จะอยู่ที่การใช้สีสันที่หลากหลาย โดยผ้าทอที่เป็นเอกลักษณ์คือ ผ้าขาวม้า 7 สีลายก้นหอย นอกจากนี้ยังมีผ้าลายไส้อ่อน ผ้าขาวม้าโบราณ โดยเฉพาะผ้า 7 สี ชาวบ้านที่นี่มีความเชื่อว่าเป็นผ้าที่มีสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่ ใครที่เดินทางมาเที่ยวสามารถซื้อหาติดมือเป็นของฝาก หรือจะสั่งทอผ้าต่างๆ ก็สามารถโทรมาสั่งโดยตรงกับทางกลุ่มได้ เพราะกลุ่มนี้มีสมาชิกมากกว่า 60 คน มีกี่ทอผ้าเกือบร้อยกี่เลยทีเดียว

จากกลุ่มทอผ้าเราเดินทางต่อมาที่ อ.สุคิริน สุดเขตชายแดนประเทศไทย ซึ่งหมู่บ้านเป้าหมายที่เราจะเดินทางไปเที่ยวและสร้างความชื่นใจกันในครั้งนี้ก็คือ บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมาชิกผู้ต่อต้านอังกฤษที่ปกครองมาลายา แต่หลังจากมีการเซ็นสัญญายุติการต่อสู้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2532 โดยมีรัฐบาลไทยเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างรัฐบาลมาเลเชียและพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา และหลังจากนั้นสมาชิกทั้งหมดจึงได้มีการวางอาวุธ.. สมาชิกทั้งหมดได้มีการวางอาวุธและเริ่มก่อตั้งหมู่บ้าน โดยแรกเริ่มชื่อว่าหมู่บ้านรัตกิตติ 4 แต่หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระประสงค์ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ 3 จังหวัดแดนภาคใต้  จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้ารับหมู่บ้านรัตนกิตติ 4 เข้าร่วมโครงการของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และพระราชทานชื่อใหม่ว่า หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2536  นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านนี้นอกจากจะได้สัมผัสกับหมู่บ้านในม่านหมอกท่ามกลางหุบเขาสีเขียวและผู้คนที่ยิ้มแย้มเป็นมิตรแล้ว ยังได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่มาของชุมชน และเป็นหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศอีกด้วย

สถานที่แรกที่เราจะพามาเที่ยวเมื่อมาถึงที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ก็คือ พิพิธภัณฑ์กรม 10 ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่า “กรม 10” คือชื่อของหน่วยปฎิบัติการและเป็นชื่อเดิมแรกเริ่มของหมู่บ้าน พิพิธภัณฑ์กรม 10 นี้จึงเป็นที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อน เมื่อครั้งเป็นหน่วยปฏิบัติการกรม 10 อยู่ในป่า ซึ่งสิ่งของต่างๆ ที่รวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้จะมีตั้งแต่เครื่องใช้ส่วนตัวของผู้นำและอดีตสมาชิก, อาวุธ, เครื่องมือแพทย์, เครื่องมือสื่อสาร รวมถึงหนังสือและเอกสารสำคัญต่างๆ ที่บอกถึงเรื่องราวและความเป็นมาของชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมได้เรียนรู้และเข้าใจบริบท จวบจนถึงวิถีความเป็นมาของชุมชน ก่อนที่จะไปเที่ยว ณ สถานที่ต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกัน

จากพิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน นำเราไปเที่ยวต่อที่ฐานเก่ากรม 10 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นเก่าเมื่อครั้งอยู่ในป่า แต่ปัจจุบันกลายเป็น เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ที่มีลำธารล้อมรอบ และเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ฐานเก่ากรม 10 นี้ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับร่องรอยการอยู่อาศัยของเหล่าสมาชิก วิธีการเอาตัวรอดเมื่ออยู่ในป่า เช่น อุโมงค์เก่า, ลานกิจกรรมที่เคยใช้ฝึกซ้อม, เตาไร้ควันขนาดใหญ่, ร่องคูเหล็กที่ขุดล้อมรอบฐานเพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ฐานกรม 10 นี้ จะมีผู้ใหญ่ดรอแม อดีตสมาชิกตัวจริง เป็นผู้เล่าเรื่องราวอย่างละเอียด ตลอดเส้นทางการเดินป่า ประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อเราเดินจบครบโปรแกรมแล้วก็ถึงเวลาอาหาร ซึ่งที่หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 นี้ มีเซ็ทอาหารที่เรียกว่า “เมนูกรม 10” ซึ่งเป็นเมนูอาหารดั้งเดิม ที่ประยุกต์จากวัตถุดิบที่หาได้ในป่า แต่รสชาติขอบอกว่าอร่อยไม่มีใครเหมือน เช่น ผัดใบตาหมาด ซุปกรม10 ยำผักกูด โรตีปลากระป๋อง

               

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ก็คือ การนวดแผนโบราณแบบมาลายาสืบสานมาจากวัฒนธรรมของชาวมลายู และการฝังเข็ม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ได้เรียนรู้มาจากหมอชาวจีนเมื่อครั้งยังอยู่ในที่ฐานกรม 10 บางคนก็ได้ใช้ความรู้ไปให้บริการประชาชนที่โรงพยาบาลสุคิริน และบางส่วนทางชุมชนจัดไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีบริการเสิฟชาอูบีซาไก ชาสมุนไพร ที่ได้จากกลุ่มทำสมุนไพรของหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ที่นี่รู้จักสมุนไพรป่าเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรท้องถิ่น โดยแปรรูปให้เป็นสบู่ เทียนหอม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สามารถใช้ในชุมชนเพื่อลดค่าใช้จ่าย รวมถึงสามารถขายเป็นสินค้าของฝากได้ต่อไปได้อีกด้วย

ที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านต้นน้ำสายบุรี กิจกรรมไฮไลท์ที่นี่ก็คือการล่องแก่งพายคายัก ตลอดระยะทาง 6 กิโลเมตรนักท่องเที่ยวจะได้ฟินไปกับความร่มรื่นของบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้  เพราะชาวบ้านที่นี่มีการอนุรักษ์ป่าอย่างเข้มงวด จนได้รับรางวัลการอนุรักษ์ป่าจากสถาบันลูกโลกสีเขียว จึงไม่แปลกใจว่า น้ำที่นี่จะใสจนมองเห็นปลาแหวกว่ายไปพร้อมกับเรือคายัก และระหว่างทางล่องคายัก น้องๆ เยาวชนฝีพายของชุมชนก็จะพาจอดเรือเพื่อให้เล่นน้ำเป็นระยะๆ และเก็บผลไม้ริมทางตามฤดูให้ชิมบ้าง เรียกว่าท่องเที่ยวทริปนี้ได้ทั้งสนุกแฝงไปด้วยความรู้วิถีชีวิตชาวบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ได้อย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว

ท่องเที่ยวบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เรามาชมพร้อมๆ กันต่อในคลิปย้อนหลังรายการชื่นใจไทยแลนด์ได้เลยครับ

 

keyboard_arrow_up