ท่องแดนทุ่งกุลา! ชมวิถีชีวิตที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จังหวัดร้อยเอ็ด

เรายังคงอยู่กันที่ภาคอีสานครับ วันนี้สลับปรับเปลี่ยนมาท่องเที่ยวที่ดินแดนทุ่งกุลา ณ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดนี้มีของดีมากมาย ขึ้นชื่อเลยต้อง “ข้าวหอมมะลิ” นอกจากเรื่องข้าวแล้ว “ผ้าทอ” ของที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ที่สำคัญมาเยือนทุ่งกุลาทั้งที เราต้องลงมือจับกุ้งกุลาเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นที่นี่กันหน่อยแล้วครับ

สถานที่ชื่นใจแรก เราเดินทางมาที่ ” กลุ่มทอผ้าบ้านศาลางาม “ อ.หนองฮี ซึ่งที่นี่มีผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าทอมือจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจ มีทั้งแบบที่เป็นผืน แปรรูปเป็นผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ เสื้อ กระเป๋า นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีการสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าขาวม้านี้ให้กับเด็กๆรุ่นใหม่อีกด้วย

จากนั้นเดินทางต่อมายัง ต.หน่อม อ.อาจสามารถ มาที่ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชื่อชุมชนว่า ” ชุมชนท่องเที่ยวบ้านจ้อก้อ “ เมื่อเข้ามาถึง ชาวบ้านในชุมชนก็มาตั้งแถวรอ เตรียมการต้อนรับเราด้วยพวงมาลัยและการแสดงแบบอีสาน เสร็จแล้วจะพาเราไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน นั่นก็คือ ” เจดีย์หลวงปู่ขันธ์ “

ตกเย็นทางชุมชนก็จัด ” พิธีบายศรีสู่ขวัญ “ ให้เรา พร้อมร่วมกินอาหารมื้อค่ำ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่เรียกว่าพาแลง และที่ขาดไม่ได้ งานนี้ทางชุมชนยังจัดการแสดง ” คองก้า “ ซึ่งเป็นการแสดงที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้เราได้ร่วมสนุกกัน

เช้าวันใหม่ ก็เดินทาง มาทำความรู้จักกับชุมชนแห่งนี้ให้มากขึ้นผ่าน ” พิพิธภัณฑ์ของเก่าเล่าเรื่อง “ พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของอาชีพต่างๆในชุมชน โดยเล่าผ่านอุปกรณ์ในการหาอยู่หากินของชาวบ้าน และพากันเดินทางต่อมาที่ ” ตลาดบ้านจ้อก้อ ” ตลาดชุมชนที่มีจำหน่ายอาหารท้องถิ่นและสินค้าชุมชนทั้งหมอนขิด หมอนฟักทอง เครื่องจักสาน รวมถึงมีกุ้งก้ามกราม อาหารขึ้นชื่อประจำบ้านจ้อก้อ จำหน่ายให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาด้วย และนอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าไปดูวิธีการเลี้ยงหรือ ” ลองจับกุ้งก้ามกรามบ้านจ้อก้อ “ กันสดๆ ได้ด้วยตัวเองถึงบ่อผู้ผลิตเลยทีเดียว มีให้เลือกทั้งแบบหว่านแหและงม ใครถนัดแบบไหน สามารถเลือกได้ตามชอบใจ

และทางชุมชนยังมีกิจกรรมอีก 1 ไฮไลท์ที่ต้องห้ามพลาดก็คือ ” ล่องแพกินกุ้งจ้อก้อ “ ที่ห้วยไส้ไก่ จุดขายของที่นี่ ถ้าแขกไปใครมาก็ต้องแวะ ไม่อย่างนั้นคงเรียกไม่ได้ว่ามาถึงจ้อก้อ ซึ่งบรรยากาศดี เป็นธรรมชาติ เหมาะกับสายกิน สายชิลล์ เพราะมีทั้งอาหารเลิศรสจากกุ้งจ้อก้อ และบนแพยังมีบริการนวดแผนไทยให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศอยากพายเรือคายัคเอง ก็มีให้บริการอยู่ด้วยเช่นกัน

เมื่อกินกุ้งกันอย่างจุใจแล้ว ต้องการซื้อของฝากให้กับคนที่บ้าน ทางชุมชนก็มี กิจกรรมการเรียนรู้การทำจักสานของ ” กลุ่มจักสานบ้านจ้อก้อ “ ซึ่งผูกโยงร้อยเรียงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องของชุมชนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์จักสานต่างๆ ที่ดีไซน์ออกมาเป็นรูปกุ้ง ของเด่นของดีของชุมชน ที่นี่ยังมีพวงกุญแจกุ้ง จักสานกุ้งตัวใหญ่ไว้สำหรับตั้งโชว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์จักสานอื่นๆ ให้เลือกซื้อหรือจะลองทำดูก็ได้

เช่นเดียวกับ ” กิจกรรมการเรียนรู้การทำว่าวพื้นบ้าน “ สืบสานประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านที่กำลังจะเลือนหายไป เป็นกิจกรรมที่สืบสานให้กับคนทั่วไปได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมา ไปจนถึงลงมือสร้างสรรค์ว่าวแบบฉบับของตนเอง เพื่อให้ประเพณีดีๆ แบบนี้ ยังคงอยู่ ไม่เลือนหายตายจากไปตามกาลเวลา ที่นี่มีสอนทำตั้งแต่ว่าวจุฬา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ว่าวอีแจก รวมถึงว่าวปักเป้า ว่าวอีหาง ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนในการทำ โดยผู้เฒ่าผู่แก่ในชุมชนเป็นคนสอน แต่ถ้ามาช่วงหน้าหนาว เช่น ธันวาคม มกราคม ก็สามารถนำว่าวขึ้นเล่นได้

หรือถ้าใครที่ชื่นชอบเสื่อ ในชุมชนแห่งนี้ก็มี ” กลุ่มทอเสื่อกกบ้านจ้อก้อ “ ที่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นจากกรรมวิธีการทอเสื่อกก นำมาประยุกต์ให้ร่วมสมัยกันมากขึ้น กลายเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่มีจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งเสื่อผืนและเสื่อแปรรูป ที่มีทั้งกระเป๋า ซองใส่จดหมายหรือซองอเนกประสงค์ หรือจะเป็นกล่องกระดาษทิชชูก็มีจำหน่ายด้วยเช่นกันครับ

ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด ยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เรามาชมพร้อมๆ กันต่อในคลิปย้อนหลังรายการชื่นใจไทยแลนด์ได้เลยครับ

keyboard_arrow_up