เปิดตัว iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max กล้อง 3 ตัว พร้อมชิปเร็วที่สุดในโลก

เมื่อวันที่10 ก.ย. 2562 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ผ่านมา บริษัท แอปเปิล อิงค์ จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่  iPhone 11  iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max สมาร์ทโฟนเรือธงประจำปีนี้คือที่ สตีฟ จ๊อป เธียเตอร์ ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มากล้องหลังอีก 3 ตัว และชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่เร็วและประหยัดพลังงานมากขึ้น มาพร้อม ความจุ 64GB, 128G หรือ 256GB ใน iPhone 11 และความจุ 64GB, 256G หรือ 512GB ใน iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max

ทิม คุก ผู้บริหารแอปเปิ้ล
เลนส์ Ultra Wide Angle

กล้อง

  •  iPhone 11 Pro  และ iPhone 11 Pro Max มีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) กกล้องตัวแรกเป็น Wide-Angle Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS, กล้องตัวที่สองแบบ Telephoto Camera ความละเอียด 12  ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 และกล้องตัวที่สามเป็น Ultra Wide-Camera ความละเอียด 12  ล้านพิกเซล มุมมอง 120 องศา รูรับแสงกว้าง f/2.4 ไฟแฟลช มาพร้อมความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนด้วย Night Mode 
  • iPhone 11  ใช้กล้องหลัง 2 ตัวกล้องตัวแรกเป็น Wide-Angle Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS, กล้องตัวที่สองแบบ Ultra Wide-Camera ความละเอียด 12  ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4 และไฟแฟลช สามารถซูม Optical ได้ 2 เท่า และซูม Digital ได้ 5 เท่า มาพร้อมความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนด้วย Night Mode 
Night Mode

หน้าจอ

  •  iPhone 11 Pro  และ iPhone 11 Pro Max เป็นหน้าจอขนาด 5.8″ และ6.5″ Super retina XDR ความละเอียด 1125 x 2436 พิกเซล และ ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล ดีไซน์แบบกระจกผิวด้านและสแตนเลสสตีล สามารถทนอยู่ใต้น้ำลึก 4 เมตร นาน 30 นาที รองรับ Face ID การสแกนใบหน้า
  • iPhone 11 มีหน้าจอขนาด 6.1″ Liquid Retina HD ความละเอียด 1792 x 828 พิกเซล สามารถทนอยู่ใต้น้ำลึก 2 เมตร นาน 30 นาที รองรับ Face ID การสแกนใบหน้า
ชิป A13 Bionic หน่วยประมวลผลที่เร็วที่สุดในโลก

 

หน่วยประมวลผล

  •  iPhone 11 Pro  และ iPhone 11 Pro Max อัปเกรดชิปเป็น A13 Bionic นับว่าเป็นหน่วยประมวลผลที่เร็วที่สุดในโลก ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ  iOS 13 โดยมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น  iPhone 11 Pro สามารถใช้งานได้นานกว่า iPhone XS สูงสุด 4 ชม. และ iPhone 11 Pro Max สามารถใช้งานได้นานกว่า iPhone XS MAX สูงสุด 5 ชม. มีระบบการชาร์จไร้สายแบบเร็ว (18W Wireless Fast Charging) และฟีเจอร์ Reverse Charging
  • iPhone 11 ใช้ชิป  A13 Bionic เช่นกัน ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ  iOS 13 มาพร้อมกับแบตเตรี่ที่สามารถใช้งานได้นานกว่า iPhone XR สูงสุด 1 ชม. มีระบบการชาร์จไร้สายแบบเร็ว (18W Wireless Fast Charging) และฟีเจอร์ Reverse Charging
iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Space Gray, Silver, Gold, Midnight Green

ราคาและความจุ

  •  iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มาพร้อมความจุ 64GB, 256G หรือ 512GB มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Space Gray, Silver, Gold, Midnight Green โดย iPhone 11 Pro ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 30,000 บาท) ราคาในไทย  35,900 และ iPhone 11 Pro Max ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,000 บาท) ราคาในไทย  39,900
  • iPhone 11  มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี คือ สีม่วง Purple, สีขาว White, สีเขียว Green, สีเหลือง Yellow, สีดำ Black, และ สีแดง (PRODUCT) Red  ราคาเริ่มต้นอยู่ที่699 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21,000 บาท) ราคาในไทย  24,900
iPhone 11  มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี คือ สีม่วง Purple, สีขาว White, สีเขียว Green, สีเหลือง Yellow, สีดำ Black, และ สีแดง (PRODUCT) Red

ทั้งนี้ แอปเปิ้ล เตรียมเปิดให้สั่งจองในกลุ่มประเทศแรก ในวันที่ 13 ก.ย. นี้และพร้อมวางขายในวันที่ 20 ก.ย. ส่วนวันวางจำหน่ายในไทยยังไม่ระบุ คงต้องอดใจรออีกสักนิด 

ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

keyboard_arrow_up