เผยตัวตนสุดอันซีนของไต้หวัน ผ่านรอยสักของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่กำลังเลือนหาย

แทททูเลิฟเวอร์ต้องมา! นิทรรศการ “สักสี สักศรี” ที่จะเปิดเผยตัวตนสุดอันซีนของไต้หวัน ผ่านรอยสักของกลุ่มชาติพันธุ์จาก 2 หมู่บ้าน มรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังเลือนหาย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ไต้หวัน” มีความน่าสนใจในมิติของการท่องเที่ยวอย่างมาก โดยเฉพาะคนไทยที่แห่ไปเที่ยวจนเกิดกระแส “ไต้หวันเลิฟเวอร์” ด้วยสภาพภูมิอากาศ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ ทักษะภาษาอังกฤษของพลเมืองในไต้หวันที่เอื้อต่อการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และค่าครองชีพที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไต้หวันที่จัดให้ไทยอยู่ในบัญชีที่ได้รับการยกเว้นการขอวีซ่านักท่องเที่ยว ยิ่งทำให้การตัดสินใจไปเที่ยวไต้หวันของคนไทยง่ายขึ้นอีก สังเกตได้จากเว็บไซต์และเพจต่างๆ ที่มีเนื้อหาแบ่งปันเส้นทางท่องเที่ยว รีวิวที่พักและร้านอาหาร ผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านชานมไข่มุกต้นตำหรับที่ต้องไปลอง ยิ่งสะท้อนความนิยมของคนไทยที่มีต่อมหานครแห่งนี้ และไต้หวันยังมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่แฝงเร้นด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ เช่น ความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอายุเก่าแก่และมีความโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก วิถีผู้คนกลุ่มแรกของไต้หวัน ซึ่งเป็นเหมือนแม่กุญแจไขสู่เรื่องราวสุดอันซีน ที่ยังรอคอยการค้นหาของผู้ที่ไปเยือน

แต่สำหรับคนที่ยังลังเล หรือกำลังเก็บเงินสักก้อน ก่อนตัดสินใจซื้อตั๋วเดินทางไปตามรอยชาไข่มุก หรือตามรอยประวัติศาสตร์ของไต้หวัน “มิวเซียมสยาม” ขอแนะนำนิทรรศการ “สักสี สักศรี” ที่จะทำให้รู้จักกับไต้หวันในมุมมองที่ลึกซึ้งผ่านลายสักของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่บันทึกเรื่องราวเชิงวัฒนธรรมและความเป็นมาของไต้หวันไว้อย่างน่าสนใจ แบบที่ยังไม่เคยมีหนังสือนำเที่ยวหรือเว็บไซต์ไหน เคยเขียนรีวิวมาก่อน ซึ่งนิทรรศการ “สักสี สักศรี Tattoo COLOR Tattoo HONOR” เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ร่วมกับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไต้หวัน และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน” ที่รวบรวมศิลปะการสักลายบนเรือนร่างของกลุ่มชาติพันธุ์ในไต้หวันจาก 2 หมู่บ้าน คือ ชาวไท่หย่า (Atayal) ชาวไผวัน (Paiwan) กับลายสักที่แฝงด้วยความหมายอันลึกซึ้ง ถึงความกล้าหาญ เกียรติยศ และคติความเชื่อ ซึ่งนายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า นิทรรศการชุดนี้จะต้องโดนใจ “แทททูเลิฟเวอร์” อย่างแน่นอน


• เปิดจารึกกลุ่มชาติพันธุ์อันเก่าแก่ทางตอนเหนือของไต้หวัน กับวัฒนธรรมการสักหน้า ของชาวไท่หย่า
ในยุคก่อนที่ไต้หวันจะกลายเป็นมหานครที่เจริญรุ่งเรือง และรายล้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ในอดีตพื้นที่ทางตอนเหนือของไต้หวันเป็นที่อยู่อาศัยของ ‘ชาวไท่หย่า’ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับการสักลายบริเวณหน้าของสตรีและบุรุษ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทและตัวตนในเผ่าของตนเอง โดยการสักหน้าของผู้ชายนั้น มีความหมายถึงการเป็นชายชาตินักรบ ความแข็งแกร่ง และความกล้าหาญ ซึ่งต้องพิสูจน์ตนเองด้วยความสามารถในการล่าสัตว์และการรบ ส่วนการสักหน้าของผู้หญิงหมายความถึง การเป็นสตรีที่มีความสามารถชั้นสูงในการถักทอ และปลูกพืช มีความขยันและอดทนจนได้รับการยอมรับจากคนในเผ่า และการสักที่ใบหน้าของชาวไท่หย่า ยังเชื่อมโยงกับคติความเชื่อ ว่าผู้ที่ได้รับการสักลายบนใบหน้าจะสามารถข้ามสะพานแห่งสายรุ้งได้หลังจากเสียชีวิต ซึ่งหมายถึงการมีเส้นทางหลังความตาย และได้ไปพบกับบรรพบุรุษ ซึ่งในปัจจุบันการสักหน้าของชาวไท่หย่าไม่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ และกำลังเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่กำลังจะถูกลบเลือน


• ตัวตนและเกียรติยศที่สะท้อนผ่านวัฒนธรรมการสักมือและร่างกายของชาวไผวัน
อีกกลุ่มชาติพันธุ์อันเก่าแก่ของไต้หวัน ที่มีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณทางตอนใต้ นั่นคือ “ชาวไผวัน” ซึ่งมีวัฒนธรรมการสักลายที่ช่วยบันทึกเรื่องราวของเผ่านี้ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยชาวไผวันเชื่อว่าการสักที่มือและร่างกาย เป็นวัฒนธรรมที่ให้ความหมายในเชิงสัญลักษณ์ ที่ระบุถึงเกียรติยศ ศักดินา สถานะทางสังคม และความรับผิดชอบ โดยบุรุษชาวไผวันจะสักบริเวณส่วนบนของลำตัว เช่น หน้าอก หลัง และแขน ส่วนสตรีชาวไผวัน จะสักบริเวณหลังมือ รอยสักของชาวไผวันจึงถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับเผ่า เพราะจะเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนร่างกายไปตลอดชีวิต เหมือนกับการมีลวดลายบนเสื้อผ้า หรืองานแกะสลัก ที่สะท้อนสถานะทางสังคม ตำแหน่ง บทบาทของแต่ละคน โดยวัฒนธรรมการสักของชาวไผวัน ถูกจำกัดให้สักได้เฉพาะผู้ที่เป็นหัวหน้าเผ่า และสมาชิกในครอบครัวหัวหน้าเผ่าเท่านั้น นั่นหมายถึงผู้ที่มีสถานะเป็นบุคคลชั้นสูงในเผ่าจึงจะสามารถสักลายพิเศษนี้ได้ และหากผู้ใดที่สักลายโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องถูกลงโทษ โดยไม่ได้รับการยอมรับจากคนในเผ่า และอาจถูกกีดกันจากเผ่าในที่สุด

วัฒนธรรมการสักจาก 2 กลุ่มชาติพันธุ์ของไต้หวัน สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามทางสังคมของไต้หวันในอดีต ในยุคก่อนที่คนไทยจะได้รู้จักในฐานะมหานครที่เจริญด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัย ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบันลายสักของทั้ง 2 เผ่า กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีตในหน้าประวัติศาสตร์ของไต้หวัน ซึ่งนิทรรศการ “สักสี สักศรี” ได้รวบรวมเอาไว้ให้ศึกษาก่อนที่ลายสักของ 2 เผ่านี้จะถูกลบเลือน โดยถือเป็นการรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่และทรงคุณค่าผ่านรอยสักที่สมบูรณ์แบบที่สุดครั้งหนึ่ง และเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมของไต้หวันได้เข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2562 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ที่มิวเซียมสยาม (ท่าเตียน) ถนนสนามไชย กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

keyboard_arrow_up